[แปลไทย] บทสัมภาษณ์จูวอนในนิตยสาร GRAZIA Korea ฉบับเดือนธันวาคม 2019

[แปลไทย] บทสัมภาษณ์จูวอนในนิตยสาร GRAZIA Korea ฉบับเดือนธันวาคม 2019

Q: หลังออกจากกรมมาก็ไม่มีข่าวเรื่องผลงานใหม่เลย ระหว่างนั้นคุณทำอะไรอยู่คะ?

JW: ผมยิ่งรู้สึกผิดต่อแฟนๆ เข้าไปใหญ่เพราะมีผลงานช้ากว่าที่คิดน่ะครับ พอออกจากกรมมา ผมก็ได้อ่านบทตั้งแต่หน้าหนาวที่แล้ว แต่ระหว่างขั้นตอนการเลือกผลงานคืนวงการก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันขึ้นมากมาย ทำให้มีผลงานช้าลงกว่าเดิมครับ ผมคิดว่าคงมีหลายคนเลยที่เสียใจเพราะผมไม่มีข่าวเรื่องผลงานออกมาเลยทั้งที่เคยบอกไว้ว่าจะตั้งใจทำงานหลังออกจากกรมมาแล้ว ผมไม่ได้คิดอยากจะพักเลยนะครับ (หัวเราะ) มันทำให้ผมสุขุมขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจด้วยละครับ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ได้พบกับผลงานที่ดี และใช้เวลาทั้งหมดไปพร้อมๆ กับการเริ่มต้นผลงานและเตรียมขั้นตอนการทำงานในครั้งนี้ครับ

Q: ได้มีเวลาอยู่คนเดียวแล้วไม่มีงานอื่นๆ ทำบ้างเหรอคะ?

JW: ผมคิดหนักมากเลยละครับ ผมไปเที่ยวมาด้วยครับ พอมองย้อนกลับไปแล้ว ดูเหมือนว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ผมต้องการมากๆ เลยละครับ ผมต้องการเวลาที่จะได้ทำผลงานชิ้นล่าสุด ช่วงที่เตรียมงานก็จะมีเวลาว่างอยู่บ้าง ตอนนั้นแหละที่ผมได้คิดว่าเราจะก้าวต่อไปแบบไหนในฐานะนักแสดง จะกำหนดทิศทางชีวิตส่วนตัวของเราไปในทางไหนดีด้วยน่ะครับ แล้วผมก็เอาชนะความรู้สึกอยากรีบรับงานเพื่อคืนวงการ แล้วคิดว่าโชคดีมากเลยที่เราได้ออกไปพักผ่อนสักนิดหนึ่งก่อน ผมไม่ได้วางแผนเอาไว้ก่อนหรอกนะครับ แต่ก็เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมมากเลยละครับ

Q: บอกว่าไปเที่ยวมา แล้วที่ไหนที่ติดอยู่ในความทรงจำมากที่สุดคะ?

JW: ก็นานแล้วนะครับ อย่างอเมริกาก็เป็นที่ที่ยังไม่เคยไปเที่ยวมาก่อนตั้งแต่ก่อนผมจะเข้ากรม เป็นครั้งแรกด้วยที่ผมไปประเทศอื่นคนเดียว เลยไปเที่ยวด้วยความรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ครับ ดูห่างไกลจากตัวผมสุดๆ เลยครับ การพูดภาษาอังกฤษก็สนุกดีนะครับ และเพราะประเทศอเมริกาใหญ่มากๆ ผมเลยใช้วิธีเที่ยวทั้งวันไปเลยวันหนึ่ง แล้วอีกวันหนึ่งก็ค่อยเที่ยวแบบชิลๆ ครับ ผมไม่พักโรงแรมแต่จองที่พักผ่าน Air BNB พอกลับเข้าที่พักแล้วจึงค่อยออกมาหาของกินที่ตลาดเอาครับ (หัวเราะ) สิ่งเล็กๆ เหล่านั้นนั่นละครับ ที่ติดอยู่ในความทรงจำของผม ถ้าเป็นผมในอดีตล่ะก็ คงไม่ได้ไปเที่ยวอย่างอิสระแบบนั้นแน่นอนเลยครับ

Q: ได้ข่าวว่าจะคืนวงการด้วยละครเรื่อง <ALICE> ดูเหมือนว่าแฟนๆ จะคาดหวังกับภาพลักษณ์ใหม่ของคุณกันมากสุดๆ ไปเลยใชีมั้ยคะ?

JW: ถึงแม้ว่าผมจะกลับมาในภาพลักษณ์ไหน แฟนๆ ก็พร้อมจะชอบกันอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็นผลงานที่ผมเลือกหลังจากอ่านบทละครอยู่หลายเจ้า อีกทั้งยังเป็นผลงานที่มีการเตรียมตัวนานมาก ถ้าแฟนๆ ส่วนมากชอบก็คงจะดีนะครับ ผมค่อนข้างกังวลมากทีเดียวว่าจะสามารถดึงความสนใจจากแฟนละครที่ตกลงไปมากกลับมาอีกครั้งได้มั้ย เนื่องจากมีคอนเท็นส์และแนวละครหลากหลายให้เลือกดูเยอะมากในช่วงนี้ ผมก็ไม่ได้หวังมากถึงขั้นอยากให้ละครดังเปรี้ยงอะไรขนาดนั้นนะครับ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ขอแค่ให้ละครตัวเองเป็นอีกหนึ่งประเด็นดีๆ ให้คนพูดถึงกันก็พอครับ

Q: จากผลการสำรวจในงานแฟนมีตติ้ง แฟนๆ อยากให้คุณรับบทพระเอกในละครแนวโรแมนติกคอเมดี้มากที่สุด โดยส่ว่นตัวแล้วคุณคิดอย่างไรคะ?

JW: อยากเล่นนะครับ แฟนๆ เองก็คงจะชอบด้วย เพราะผมก็จะได้เสริมความหล่อได้มากขึ้นด้วย แต่ผมกลับชอบแนวหนักๆ เหมือนแนวสารคดีมากกว่าน่ะครับ แนวขำๆ เบาๆ ดูยากไปนิดหนึ่งสำหรับผมน่ะครับ คำว่ายากในที่นี้ ความจริงแล้วก็คือมันไม่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากพอน่ะครับ

Q: ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เดิมทีแล้วมันมีบทบาทที่เราสามารถเลือกแสดงให้เข้ากับอายุได้นี่คะ แล้วอายุของคุณจูอนก็กำลังดีเลยนะคะ

JW: ถูกต้องครับ ผมรู้ว่ามันจำเป็น (หัวเราะ) ก็อยากจะเปลี่ยนรสนิยมบ้างเหมือนกัน แต่มันก็เปลี่ยนไม่ได้น่ะครับ แต่เพราะความต้องการของผมมันเป็นความรู้สึกที่ชัดเจนมาก ผมจึงอยากได้งานที่เข้ากับตัวผมที่สุดน่ะครับ

Q: เพราะเหตุนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นมุมมองของจูวอนเท่านั้นที่ตัดสินใจว่าต้องรับงานในครั้งนี้ให้ได้

JW: หลังออกจากกรมมา ผมอ่านบทละครหลายเรื่องมากจริงๆ แต่ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ว่าทำไมผมถึงเลือกละครเรื่องนี้ ก็เพราะอ่านบทแล้วสนุกครับ แม้ว่าจะอ่านบทจบไปไม่รู้กี่เล่มแล้วก็ตาม และยิ่งเป็นข้อมูลที่คนดูให้ความสนใจอยู่แล้วด้วย ผมคิดว่ายิ่งน่าสนใจครับ ผมคิดถึงหลายข้อมากเลย ทั้งคาแร็คเตอร์ที่ผมรับเล่นจะมีเสน่ห์มั้ย จะได้โชว์ด้านใหม่ๆ ให้คนดูได้เห็นกันหรือเปล่า แน่นอนว่าผมคงไม่มีคำตอบตายตัว แต่ผมคิดว่า <ALICE> น่าจะเป็นผลงานที่ถูกใจมหาชนได้มากที่สุดแล้วน่ะครับ

Q: ถ้าอย่างนั้นมันต่างจากคาแร็คเตอร์มาตรฐานของจูวอนที่เราเคยเห็นกันมามากมั้ยคะ?

JW: เป็นบทที่ผมไม่เคยแสดงมาก่อนครับ ไม่เคยแสดงบทที่มีอาชีพใกล้เคียงกับบทนี้มาก่อนด้วย แค่เห็นนิสัยของคาแร็คเตอร์นี้ก็รู้เลยว่านี่ไม่ใช่สไตล์ที่เราเคยเล่นมาก่อน ตรงจุดนั้นแหละที่ดึงดูดผมเข้าไปครับ

Q: เห็นว่ามีการกล่าวถึงเรื่อง ‘ท่องเวลา’ ซึ่งไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ด้วยนี่คะ

JW: ตอนอ่านบทครั้งแรกก็รู้สึกยากนิดหนึ่งครับ ดังนั้นจึงมีการปรับบทด้วย แต่โชคดีที่ปรับบทแล้วมีความเรียบง่ายมากขึ้น ไม่ได้ดูยากอะไรขนาดนั้นครับ ไม่ว่าใครก็สามารถจินตนาการไปตามเนื้อหาในเรื่องได้ไม่ยากครับ

Q: ได้ยินเรื่องที่ว่าคุณอยากพัฒนาตัวเองหลังออกจากกรม ตอนนี้ก็กำลังพัฒนาตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมอใช่มั้ยคะ?

JW: ไม่รู้ว่าที่ทำไปเนี่ย เพราะชอบออกกำลังกาย หรือ ทำไปเพราะเรื่องงานนะครับ (หัวเราะ) แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอก็คือการออกกำลังกายครับ

Q: ก่อนเข้ากรมไลฟ์สไตล์กับการแสดงคือเรื่องเดียวกัน แต่ดูเหมือนตอนนี้จะมีการแบ่งแยกการแสดงออกจากไลฟ์สไตล์นิดหนึ่งหรือเปล่า กำลังคิดถึงหลักการ ‘เวิร์ค ไลฟ์ บาลานซ์’ อยู่ด้วยใช่มั้ยคะ?

JW: ผมได้รับอิทธิพลจากครอบครัวมากกว่าคิดเรื่องหลักการน่ะครับ คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญกับครอบครัวมากๆ น่ะครับ ไม่ว่าจะทำอะไรพวกท่านจะให้ครอบครัวมาก่อนเป็นอันดับ 1 เสมอ แม้ว่าลูกๆ จะโตกันหมดแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่มีเวลาไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสองอยู่ดีน่ะครับ เช่น ผมบอกให้ไปเที่ยวเถอะ ท่านก็จะบอกว่าไปไม่ได้หรอกต้องทำคิมจัง (การทำกิมจิเก็บไว้กินตลอดปี) อะไรประมาณนี้ พอเห็นคุณพ่อคุณแม่เป็นแบบนี้แล้ว ผมก็รู้สึกว่าเราต้องใช้เวลาให้ดีขึ้นกว่านี้แล้วละ อยากจะเรียนรู้วิธีใช้เวลาให้คุ้มค่าขึ้นเลยละครับ เมื่อก่อนเวลาถ่ายละครคือจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือเลย ลำพังแค่เปิดหนังสือขึ้นมา ก็คิดว่าเราเอาเวลาตรงนี้ไปอ่านบทเพิ่มอีกสักบรรทัดดีกว่ามั้ย แล้วก็ปิดหนังสือไปน่ะครับ (หัวเราะ) แน่นอนว่าถ้าเราฝึกฝน เราก็จะแสดงได้ดียิ่งขึ้น แต่พอเราไปควบคุมตัวเองมากเข้า มันก็กลายเป็นความไม่ยืดหยุ่น ตึงเครียดไปใช่มั้ยครับ ดังนั้นตอนนี้ผมเลยตั้งใจว่าจะผ่อนคลายตัวเองสักหน่อยครับ

Q: สำหรับจูวอนแล้ว รู้สึกอย่างไรกับชีวิตการเป็นทหารบ้างคะ?

JW: ในค่ายทหารผมมีเวลาคิดอะไรเยอะมากเลยครับ เพราะมันอึดอัดเลยมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าพอออกไปปุ๊บ อยากจะรับงานเลยด้วยครับ อีกอย่างคือผมไม่มีเวลาฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆ วัย 20 ต้นๆ มากนักมาก่อน แต่พอได้พูดคุย เราก็ได้แลกเปลี่ยนคำแนะนำซึ่งกันและกัน ตรงกันข้าม ผมกลับรู้สึกชอบมากเลยที่ได้ใช้ชีวิตไปตามกฎระเบียบ ไม่ต้องคิดอะไรมาก มันสนุกดีนะครับ ที่ได้คุยกันตอนอาบน้ำ ได้กินข้าวพร้อมๆ กันอะไรแบบนี้น่ะครับ เพราะแบบนี้เองผมเลยคิดว่าหรือเราต้องคิดใหม่ทำใหม่แล้วนะ? ความรู้สึกเหมือนต้องวางแผ่นกระดาษที่เพิ่งระบายสีไปหมาดๆ ลง แล้วหยิบกระดาษวาดรูปแผ่นใหม่ขึ้นมา?

Q: แต่เห็นว่ามีเรื่องน่าชื่นชมเกี่ยวกับกองทัพเยอะเลยนี่คะ?

JW: ผมอยู่นิ่งๆ ไม่ได้เลยครับ ผมเป็นประเภทที่ชอบทำก่อนได้รับคำสั่งน่ะครับ พอเป็นแบบนั้นผมเลยสนิทกับพวกครูฝึกมากขึ้นด้วยครับ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับครูฝึกกันเยอะมาก เพราะเคยเข้ากรมมาก่อน อีกทั้งคุยกันถึงทิศทางที่ดีขึ้นขององค์กรกองทัพของเราด้วย ผมคิดว่าเป็นการใช้ชีวิตที่ช่วยให้ผมก้าวไปข้างหน้าได้อย่างดีเลยละครับ ได้ทำในสิ่งที่ข้างนอกไม่มีทางได้ทำ อย่างการเป็นพลทหารผมเกรียน หรือ การเป็นวิทยากรทหาร อะไรแบบนี้ (หัวเราะ) อะไรที่สามารถลองทำในค่ายทหารได้ ผมก็อยากจะทำให้หมดครับ คิดว่าให้คนอื่นได้เห็นภาพลักษณ์แบบนั้นจะดีกว่าน่ะครับ

Q: แต่ก็มีแฟนๆ จำนวนมากอยากเห็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ ไม่อยากไปลองออกรายการเรียลลิตี้บ้างเหรอคะ?

JW: ผมไม่ปฏิเสธนะครับ ช่วงนี้ผมอยากไปออกอยู่เหมือนกันเพราะมีรายการเรียลลิตี้เกิดขึ้นเยอะมาก แต่ก่อนผมเคยไปออกรายการที่ต้องสร้างคาแร็คเตอร์พิเศษในรายการขึ้นมา มันเหนื่อยมากเลยครับ เพราะไม่สามารถแสดงนิสัยจริงๆ ออกมาได้ แต่ถ้าสามารถเผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเราได้ ก็น่าจะไปออกรายการได้โดยที่ไม่อึดอีดอะไรน่ะครับ

Q: แต่แฟนๆ ก็รอดูละครเวทีอยู่เหมือนกันนะคะ

JW: มีแผนการอยู่เหมือนกันครับ ผมเองก็อยากเล่นละครเวทีมากเลย แม้ตอนแสดงจะเหนื่อยมาก แต่เพราะมันสนุกนี่ละครับ ฮ่าฮ่า ถ้ารอกันอีกหน่อย อาจจะได้เห็นผมแสดงบนเวทีอีกครั้งก็ได้มั้งครับ?

Q: แต่ยังไงช่วงนี้ก็ต้องถ่ายละครก่อนใช่มั้ยคะ?

JW: แน่นอนอยู่แล้วครับ ถ้าชวนคุยเรื่องละครต่ออีกหน่อย จะรู้เลยว่าเนื้อเรื่องมันตื่นเต้นเร้าใจมากเลยครับ เป็นละครอีกเรื่องหนึ่งเลยที่คนในแวดวงโทรทัศน์คาดหวังกันมาก ผมเคยเห็นคอมเม้นท์เสียดายของแฟนๆ ที่รอคอยผลงานคืนวงการของผมกันมานานมากอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าผมไม่สนใจ ไม่ดูอะไรเลยนะครับ แต่ผมอยากจะสื่อสารให้แฟนๆ เข้าใจมากกว่าว่าผมใช้เวลาทั้งหมดเพื่อตามหาผลงานที่ดียิ่งกว่าอยู่ครับ ใช่ครับ ที่แฟนๆ ไม่รู้ถึงสถานการณ์ที่ผมเผชิญอยู่ พอเห็นฟีดแบ็คแบบนั้นแล้วผมก็เสียใจนิดหนึ่งเหมือนกันน่ะครับ (หัวเราะ) ผมจะตอบแทนด้วยภาพลักษณ์ที่ดี ให้สมกับที่รอคอยกันมานานนะครับ

Q: นี่ก็ปลายปีแล้ว อยากให้ปีหน้าเป็นปีแบบไหนกันคะ?

JW: ปีนี้เป็นปีที่มีเวลาว่างนิดหน่อย ปีหน้าคงจะยุ่งมากเลยมั้งครับ? เหมือนปีนี้ผ่านไปเร็วมากเลย ยิ่งไปกว่านั้นคือ เพราะปีนี้มีเวลาปล่อยใจสบายๆ มากพอแล้ว ปีหน้าก็คาดหวังว่าอยากจะทำงานให้สนุกยิ่งขึ้นกว่าปีนี้น่ะครับ

Q: สุดท้ายแล้ว ช่วยอวยพรปีใหม่ให้ผู้อ่านทุกท่านหน่อยสิคะ

JW: เวลาผ่านไปเร็วมากจริงๆ ครับ ล่าสุดช่วงนี้ผมงานยุ่งมาก ต้องออกไปข้างนอกตลอด มันทำให้ใจของผมว้าวุ่นไปด้วยน่ะครับ ยิ่งเข้าสู่ช่วงปลายปี ก็จะรู้สึกเสียดายว่ายังมีเรื่องที่ไม่ได้ทำในปีที่ผ่านมาอีกเยอะเลยใช่มั้ยละครับ ผมเชื่อว่าเวลาจะช่วยแก้ไขทุกอย่างมากกว่าเก็บเอามาใส่ใจไว้ให้ทุกข์เสียเปล่าๆ และขอให้ทุกท่านมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไปในช่วงปลายปีนี้ด้วยนะครับ

แปลไทยโดย : ออนนี่ใจดี

Source: https://www.smlounge.co.kr/grazia/article/43423

Pic: Huayibrothers

(กรุณาแชร์ออกไปพร้อมเครดิต)

#주원 #JooWon #จูวอน

#문준원 #MoonJunWon

#GraziaKorea

ประวัติจูวอนก่อนเดบิวต์ทางจอแก้ว

❤️About Joo Won ❤️

จูวอนมีชื่อจริงว่า “มุนจุนวอน” เกิดวันที่ 30 กันยายน 2530 เติบโตได้รับการเลี้ยงดูในกรุงโซลเมืองหลวงของเกาหลีใต้

เขาได้รับการปลูกฝังหลักคำสอนของศาสนาคริสต์จากพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อครั้งเป็นเด็กจูวอนเป็นเด็กที่เงียบขรึม ไม่ค่อยมีเพื่อนและไม่เข้าสังคมมากนัก

จูวอนเริ่มร้องเพลงตั้งแต่เด็กในคณะนักร้องประสานเสียงคริสตจักร ณ โบสถ์ที่เขาและพ่อแม่เข้าร่วมตามความสนใจของพ่อแม่

เด็กชายจุนวอนได้รับยกย่องและชื่นชมว่ามีเสียงที่ไพเราะงดงามจากคริสตชนที่โบสถ์นั้น นอกจากนั้นเขายังร้องเพลงในงานต่างๆ ของครอบครัวด้วย

ครอบครัวของเขาชื่นชมและกล่าวกันว่ามันช่างชัดเจนเลยที่จูวอนจะเป็นนักร้องในอนาคต

เมื่อจูวอนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นและเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม เสียงก็เริ่มเปลี่ยนจนทำให้เขากลัวว่าเขาจะสูญเสียเสียงอันไพเราะในการร้องเพลงไป

ในช่วงเดียวกันนั้นเขารู้สึกขาดความเชื่อมั่นในรูปร่างหน้าตาของตนเอง ไม่คิดว่าตัวเขาเองมีเสน่ห์น่าสนใจ และคิดว่าหน้าตาของเขานั้นธรรมดาพื้นๆ จนทำให้ในตอนนั้นเขาทิ้งความฝันการก้าวสู่วงการบันเทิง

ตอนเข้าวิทยาลัย พ่อของเขาได้ตั้งชื่อในวงการให้ว่า “จูวอน” (หมายความว่า สิ่งที่พระเจ้าต้องการและสิ่งที่ฉันควรทำเพื่อพระเจ้า) ซึ่งเหมือนเป็นการให้เขารักษาระยะห่างของตนเองและการสร้างเส้นทางของตัวเองสู่วงการบันเทิง

ด้วยความที่จูวอนรักการร้องเพลงและรู้สึกมั่นใจมากในช่วงเวลาที่มีโอกาสได้แสดงความสามารถในการร้องเพลงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายการฮิตที่ชื่อว่า Frees (ออกอากาศปี 2549)

แม้ว่าจะร่วมออกรายการไม่นานนัก แต่ก็ทำให้ตั้งแต่นั้นมาจูวอนเข้าร่วมออดิชั่นทุกรูปแบบจนได้รับบทบาทแสดงละครเวทีเรื่อง Altar Boyz ซึ่งต้นฉบับเป็นละครเวทีที่ดังและประสบความสำเร็จอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และขณะนั้นมีแผนที่จะเปิดการแสดงในเกาหลีใต้

จูวอนได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมากทั้งความสามารถในการแสดงและร้องเพลงจากนักวิจารณ์ หลังจากบทบาทในละครเวทีเรื่อง Altar Boyz ซึ่งจูวอนได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมและนักวิจารณ์แล้ว เขายังแสดงละครเวทีอีกหลายเรื่อง ซึ่งทุกเรื่องล้วนประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับ จนเป็นที่สนใจและได้รับการเซ็นสัญญากับเอเจนซี่ที่ชื่อ Sim Entertainment ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น Huayi Brothers Korea

แปลไทยโดย: Nok_dg

Source: Joo Won – DramaWiki

นักแสดงจูวอน หลังปลดประจำการจากกองทัพ ระดับความหล่อล่ำมาดแมนเพิ่มขึ้น

เสน่ห์ที่รอบด้านของนักแสดงจูวอนทำให้วงการโฆษณาต้องสั่นสะเทือน

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา บริษัท Fire Brothers Korea ได้เผยแพร่ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำโฆษณานมอัลมอนด์พร้อมดื่มที่จูวอนเป็นพรีเซนเตอร์

ภาพของจูวอนในอิริยาบถที่หลากหลายตรึงสายตาของผู้ที่ได้เห็น ตัวอย่างเช่น ภาพจูวอนยิ้มน้อยๆในระหว่างที่ออกกำลังกายอยู่ ทำให้ภาพลักษณ์ของจูวอนที่ดูมาดแมนสมชายชาตรีด้วยมัดกล้ามล่ำดูสุขภาพดียิ่งดึงดูดสายตามากขึ้นไปอีก

อีกภาพคือจูวอนใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าสบายตาและใช้มือข้างนึงถือกล่องนม ทำให้เสน่ห์เฉพาะตัวของจูวอนเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ทีมถ่ายทำโฆษณาให้เหตุผลที่เลือกจูวอนมาเป็นพรีเซนเตอร์ว่า เป็นเพราะจูวอนมีภาพลักษณ์ที่ดูอบอุ่นและมีร่างกายที่กำยำแข็งแรงเหมาะกับผลิตภัณฑ์

จูวอนในสไตล์และคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันในแต่ละชุดทำให้ทั้งกองถ่ายทำโฆษณาสัมผัสได้ถึงออร่าที่สว่างไสวและอบอุ่นละมุนละไมตลอดการถ่ายทำ

ทิ้งท้ายไว้นิดสำหรับแฟนๆ ได้ยินมาว่าจูวอนกำลังพิจารณาเลือกผลงานชิ้นต่อไปอยู่

Thai Translation: Bewwy WiLa

Source:https://korepo.com/archives/616219

‪#주원 #JooWon #จูวอน‬

‪#아몬드브리즈 #AlmondBreeze‬

‪[Official] จูวอนจะคืนจอในเรื่อง “Hotel Alice”?‬

จูวอนกำลังพิจารณารับบทนำในละครเรื่อง “Hotel Alice”

ผู้เกี่ยวข้องกับต้นสังกัด Huayi Brothers ของจูวอนได้เปิดเผยกับ MBN สตาร์ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 ว่า “จูวอน ได้รับการติดต่อมาให้รับบทนำในละครเรื่องใหม่ของช่อง SBS เรื่อง Hotel Alice (ยังไม่ยืนยัน) และกำลังพิจารณาอยู่” และกล่าวเสริมอีกว่า “ยังไม่มีผลสรุปที่ชัดเจน”

Hotel Alice เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในโรงแรมที่เข้าไปได้เฉพาะนักท่องกาลเวลา ที่มี สนามบินที่สามารถใช้เดินทางย้อนเวลาไปหาอดีตได้ครั้งแรก โดย จูวอน ได้รับการเสนอให้รับบทเป็น ตำรวจสายสืบ “พัคจินกยอม”

หลังจาก จูวอน เข้ากรมไปรับใช้ชาติเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2017 ก็ได้ออกจากกรมมาเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งเขาได้ประจำการอยู่ ณ หน่วยกะโหลกขาว และหากเขายืนยันที่จะรับบทนี้ก็เท่ากับนี่เป็นผลงานคืนจอเรื่องแรกของเขาหลังออกจากกรมเลยทีเดียว

อนึ่ง ละครเรื่อง Hotel Alice เป็นผลงานของผู้กำกับ แพคซูชัน คนเดียวกับที่เคยฝากผลงานไว้ในละครเรื่อง Reunited Worlds, Beautiful Gong Shim และThe Girl Who Sees Smells

มีกำหนดออกอากาศช่วงต้นปีหน้า

แปลไทยโดยออนนี่ใจดี

Source:https://m.entertain.naver.com/read?oid=057&aid=0001348967

[แปล] บทสัมภาษณ์จูวอนในนิตยสาร ARENA HOMME + ฉบับเดือน เมษายน 2019

แต่นี้ไปคือจูวอนตัวจริง

จะว่าไปเขาก็ผ่านการเป็น “ลูกผู้ชายเต็มตัว” มาแล้วหนึ่งเดือนเต็มๆ แต่ทว่านักแสดงจูวอนก็ยังบอกเล่าเรื่องราวในรั้วทหารได้อย่างไม่เคอะเขินเลยสักนิด ช่วงเวลาสั้นๆหลังจากถ่ายแบบเสร็จ เราจึงได้พูดคุยอย่างออกรสถึงตัวจริงของจูวอน ทั้งเรื่องในรั้วทหารและเรื่องการแสดงอีกนิดหน่อย

⭕️ไม่ได้เจอกันนานเลย ขอแสดงความยินดีกับการได้เป็นทหารกองหนุนด้วยนะคะ รอการออกจากกรมมานานมากเลย พอถึงเวลาเข้าจริงๆ รู้สึกยังไงบ้างคะ?

JW: อืม…ต้องบอกว่ายังมีอะไรที่อยากทำอีกเยอะเลยมั้งครับ? เวลาไม่พอจริงๆครับ เมื่อก่อนถ้าไม่ใช่ตอนถ่ายละคร ก็นึกไม่ออกเลยว่าความยุ่งเป็นยังไงน่ะครับ นอกจากเรื่องการแสดงแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรที่ผมหมกมุ่นอย่างจริงจังสักเท่าไหร่ ช่วงที่เป็นทหารอยู่ พอมาคิดดูดีๆแล้ว แม้การแสดงจะจัดว่าเป็นการพัฒนาตัวเองอย่างหนึ่ง แต่ก็ต้องใส่ใจ และก็ควรมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้นด้วยน่ะครับ เลยเริ่มคิดว่าในแต่ละวันนั้น เวลาช่างไม่พอเอาซะเลยครับ

⭕️“ก่อนไปเป็นทหาร” กับ “หลังกลับจากเป็นทหาร” เพราะฉะนั้นจูวอนในตอนที่ยังไม่ได้รับราชการทหาร กับ จูวอนที่รับรับราชการทหารแล้ว แตกต่างกันมากขนาดไหน?

JW: รู้สึกเหมือนได้สั่งสมประสบการณ์มากขึ้น “เลเวลอัพ” อะไรแบบนี้เปล่า? ได้ลองประสบการณ์ที่ไม่สามารถทำได้ในสังคมทั่วไปครับ แม้จะไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ แต่ก็ได้ลองเป็นทั้งทหารตัดหญ้า เป็นทหารช่างตัดผม เป็นทหารที่ปรึกษา พอได้เจอคนมากหน้าหลายตา ก็ทำให้ได้ย้อนกลับมาดูตัวเองว่าเราเองนะครับ ว่าตลอดมาเราเป็นคนแบบไหนกันแน่

⭕️ในฐานะนักแสดงที่ปลดประจำการแล้ว มีอะไรอยากคอมเม้นท์เป็นพิเศษบ้างมั้ย โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นชายชาติทหารมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

JW: เมื่อก่อนผมจะเป็นคนที่ค่อนข้างพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์รอบข้างให้ได้มากที่สุด แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นน่ะครับ ความจริงแล้วทุกครั้ง เวลาที่เรามองสายตาคนรอบข้าง จนทำให้เราเปลี่ยนความตั้งใจ เห็นใจคนอื่น แล้วคล้อยตามเขาไป ดูเหมือนว่าข้างในเราจะได้รับความเครียดไม่น้อยเลย แต่หลังจากไปเป็นทหารกลับมา ก็ควบคุมตัวเองได้มากขึ้น ทำให้ความขี้ขลาดนั้นลดลงไปได้นิดหนึ่งครับ

⭕️ถ้าได้ออกจากกรม อยากทำอะไรเป็นอันดับแรกสุดคะ?

JW: เที่ยวครับ ถ้าได้ออกจากกรม ผมรู้แค่ว่าอยากไปเที่ยวมากๆเลยครับ แต่พอได้ออกมาจริงๆแล้ว กลายเป็นว่ายังไม่ได้ไปเที่ยวอย่างที่หวังไว้เลยครับ เพราะฉะนั้นผมจึงคาดหวังกับการถ่ายทำครั้งนี้มากเลยครับ หลังปิดกล้องแล้ว ผมอยากจะพักผ่อนยาวๆ ไม่ต้องคิดอะไรเลย ไปสักพักหนึ่งน่ะครับ

⭕️ระหว่างใช้ชีวิตทหาร อะไรที่ลำบากที่สุดคะ?

JW: มันอาจจะดูเป็นเรื่องจริงจังไปนิดนะครับ…แต่การอดทนที่จะไม่กระหายอยากในการแสดงเป็นเรื่องยากที่สุดแล้วครับ การฝึก หรือ ชีวิตทหารดูเป็นเรื่องสบายๆไปเลยละครับ เป็นความคิดที่ว่าพวกเพื่อนๆที่เด็กกว่าผมก็ทำได้กันหมด เราจะทนไม่ได้เชียวเหรอน่ะครับ แล้วก็ลำบากมากตรงที่รู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับการที่เราอยากให้แฟนๆได้เห็นนักแสดงจูวอนไวๆ แต่ต้องทำยังไงให้รู้สึกลุ้นระทึก และ ออกมาดูดีในสายตาทุกคนด้วยครับ แม้จะเป็นเวลาแน่นอนที่ได้ทำหน้าที่ชายชาติทหารจนสำเร็จแล้ว แต่ช่วงเวลานั้นที่ให้ประชาชนแห็นเราไม่ได้ ก็เป็นช่วงเวลาที่อดทนได้ไม่ง่ายเลยละครับ

⭕️ในช่วงนั้นมีเรื่องไม่สบายใจที่อยากลืมมันไปบ้างมั้ยคะ?

JW: แน่นอนครับ ความคิดแบบนั้นต่อให้ไม่ได้เป็นทหาร แค่ใช้ชีวิตเป็นนักแสดงก็มีความคิดแบบนั้นอยู่ตลอดเลยครับ สักวันหนึ่งชื่อเสียงเราจะตกลง แล้วเราก็จะถูกรถบรรทุกลากออกไปจากประชาชนสินะ…อารมณ์แบบนั้นระหว่างการเป็นทหาร มันทำให้เราได้รับประสบการณ์เร็วขึ้นอีกนิดหนึ่งครับ ก็เหมือนได้ฝึกฝนตัวเองทางด้านจิตใจน่ะครับ ก็คิดว่ามันคงจะกล่อมเกลาจิตใจได้นิดหนึ่งละมั้งครับ?

⭕️ถ้างั้นกองทัพก็ช่วยให้คุณเติบโตในฐานะนักแสดงด้วยน่ะสิคะ?

JW: แม้จะเป็นเพียงประสบการณ์เล็กๆ แต่ก็ช่วยให้ได้รับการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ และช่วยในการตัดสินใจได้ดีขึ้นด้วยครับ ดังนั้นความรู้สึกที่ผ่านมาก็เปรียบเหมือนธาตุแท้ของเราใช่มั้ยครับ สำหรับผมแล้วชีวิตในรั้วทหารมอบประสบการณ์ต่างๆให้ผมอย่างมากมาย ระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมา ผมได้รับความรู้สึกและมนุษยสัมพันธ์ที่หลากหลายเหลือเกินตลอดช่วงเวลานั้นครับ

⭕️ช่วยยกตัวอย่างหน่อยได้มั้ยว่าคือประมาณไหน?

JW: ก็เช่นความรู้สึกรับผิดชอบ? อย่างเมื่อก่อนไม่เคยคิดว่ามันสำคัญแต่พอลองมองในตอนนี้กลับรู้สึกว่ามันแตกต่างออกไป สมัยก่อนผมอาจจะเป็นน้องเล็กสุดใข่มั้ยครับ แต่ตอนนี้เวลาไปกองถ่าย ก็จะเจอนักแสดงรุ่นน้อง หรือ สต๊าฟเด็กๆที่อายุน้อยกว่าผมเยอะมากเลยครับ มันทำให้ความรับผิดชอบของเราค่อยๆยิ่งใหญ่ขึ้น ถ้าพวกรุ่นน้องมองผมแล้วรู้สึกเหมือนกับตอนที่ผมมองพวกรุ่นพี่ก็คงจะดีนะครับ

⭕️ถ้าให้นิยามความเป็นจูวอนในตอนนี้มา 2 อย่างล่ะคะ?

JW: ข้อแรกเลยคือ “ความจริงใจ” ตั้งแต่ตอนเดบิวต์แล้วผมมักจะได้รับคำบอกกล่าวจากผู้ที่ร่วมงานด้วยกันบ่อยๆว่า “จูวอน ความจริงใจคืออาวุธของนายเลยละ” น่ะครับ แม้จะมีคนที่ร้องเพลงเก่งกว่า และ แสดงเก่งกว่าผมมากมาย แต่มันเป็นพลังให้ผมอดทนอยู่ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้นได้ครับ “คิดนอกกรอบ” เป็นหนึ่งในคำที่ฟังดูดีมากๆเลย แต่เวลาที่เราแสดงมันกลับเป็นคำที่ฟังดูดีและแตกต่างไปจากเวลาปกติ ช่วงเวลาที่ได้แสดงดูเหมือนว่าผมจะมีความคิดที่หลุดออกจากกรอบไปสักหน่อยน่ะครับ

⭕️เอาละ ในอนาคตมีบทบาทใหม่ๆที่อยากเล่นบ้างมั้ย?

JW: จนถึงตอนนี้บทบาทส่วนใหญ่ที่ผมได้รับก็จะเป็นบทบาทพิเศษหรือไม่ก็บทหนักๆ ก็เลยอยากลองเล่นบทน่ารักๆ เบาๆ บทบาทธรรมดาๆกับเค้าบ้างน่ะครับ มันก็มีคาแร็คเตอร์เหมือนพี่ชายข้างบ้านผู้มีมุมที่แสนอบอุ่นในแต่ละวันตามภาพยนตร์ญี่ปุ่นอยู่นี่ครับ? เอาเป็นว่าคาแร็คเตอร์ธรรมดาๆดึงดูดผมได้มากกว่านั่นเองครับ

⭕️บทบาทที่ไม่เคยได้รับมาก่อนมีเสน่ห์มากกว่า?

JW: สมัยนี้ไม่ได้มีแค่แพลตฟอร์มของโทรทัศน์เท่านั้นที่ส่งผ่านผลงานไปสู่สายตาประชาชนใช่มั้ยละครับ? ดูเหมือนจะไม่ใช่ยุคที่ใช้เรตติ้งชี้วัดได้อีกต่อไปแล้วน่ะครับ ผมคิดว่านักแสดงเองก็ต้องลองทำอะไรให้มากขึ้น ดังนั้นถ้ามีโอกาสผมก็อยากลองแสดงภาพยนตร์นอกกระแสดูบ้างนะครับ ยิ่งถ้าเป็นงานที่มีไอเดียแปลกใหม่ด้วยแล้ว ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่เลยละครับ แม้แต่ตอนที่ผมเป็นทหารอยู่ก็พอรู้มาว่า “ช่วงนี้เน็ตฟลิคซ์กำลังมาแรง” แล้วตอนนี้เน็ตฟลิคซ์ก็กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ครองใจคนไปเรียบร้อยครับ

⭕️จากคำพูดดูเหมือนจะรู้สึกมั่นใจว่าจะได้เป็นทหารกองหนุนเลยนะคะ

JW: คงงั้นมั้งครับ? (หัวเราะ)

⭕️ช่วยเล่าแผนการในอนาคตให้ฟังหน่อยสิคะ

JW: นิดนึงนะ ผมอยากก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งครับ ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าภาพลักษณ์ของผมเนี่ยเกือบจะเป็นนักเรียนดีเด่นอยู่แล้วครับ ผมอยากให้คนดูได้เห็นตัวผมในหลายๆบทบาทไม่ใช่แค่บนจอภาพยนตร์ หรือ บนหน้าจอทีวี แต่เป็นบนเวทีมิวสิคัลด้วยน่ะครับ ดูเหมือนว่าคอนเซ็ปต์เวทมนตร์จะยังไม่ถูกกลืนไปหมดใช่มั้ยครับ เอาจริงๆนะ ผมมาจับคอนเซ็ปต์เวทมนตร์เอาตอนนี้นี่ยังไม่สายไปใช่มั้ยครับ (หัวเราะ) ผมอยากท้าทายกับภาพลักษณ์ที่สดใหม่ครับ จะพยายามให้ทุกคนได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของผมให้ได้มากที่สุดนะครับ

แปลไทยโดย: ออนนีใจดี

แปลมาฝากแฟนๆจูวอนได้อ่านกันค่ะ และไม่อนุญาตให้คัดลอกคำแปลส่วนหนึ่งส่วนใดออกไป

‪จูวอนมาทักทายแฟนๆใน V Live ครั้งแรกหลังออกจากกรมมาเมื่อเดือนที่แล้ว‬

‪วันที่ 18 มีนาคม จูวอนกล่าวทักทายแฟนๆใน V Live ของตัวเอง ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังจากที่ปลดประจำการเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์‬

‪จูวอนได้รับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยครูฝึกของหน่วยกะโหลกขาวตั้งแต่เข้ากรมในเดือนพฤษภาคม 2017 จูวอนพูดใน V Live ว่า “รู้สึกแปลกๆนิดหน่อยเพราะไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มาตั้ง 2 ปีแล้ว” ‬

‪“ผมทำผลงานได้ดีในหน่วยฝึกและเสร็จสิ้นภารกิจเรียบร้อย ผมคิดถึงทุกคนมาก เวลาผ่านไปเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนนี้ผมออกจากกรมแล้ว รู้สึกซาบซึ้งในทุกๆอย่าง” จูวอนกล่าวอีกว่าพร้อมลุยงานต่อแล้ว ‬

‪“วันนี้ผมมาถ่ายแบบ และกำลังดูๆโปรเจคต่อไปอยู่ ขอบคุณทุกคนมากที่ยังเลือกผม ผมกำลังอ่านบทอยู่ แล้วก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยกันอยู่นะครับ”‬

‪จูวอนได้อัพเดตแฟนๆว่ากำลังทำอะไรอยู่ และยังบอกอีกว่ากำลังเตรียมงานแฟนมีตติ้งในวันที่ 27 เดือนเมษายน แถมยังบอกอีกว่ากำลังฟิตหุ่น และได้ไปถ่ายแบบที่เกาะสมุย เมืองไทยมา เตรียมรอชมกันได้ในเดือนหน้า‬

‪“ต่อจากนี้ผมคงงานยุ่งหน่อย ผมอยากเล่นมิวสิคัลด้วย วันนี้ผมขอไลฟ์แค่ 15 นาทีก่อนนะครับ คราวหน้าเจอกันผมจะไลฟ์ให้นานกว่านี้นะครับ” ‬

‪แปลไทยโดย Tang Prangthaya

‪Source:https://www.soompi.com/article/1311225wpp/joo-won-updates-fans-in-first-v-live-since-discharge-from-military-last-month

จูวอนได้รับตำแหน่ง “นายทหารชั้นพิเศษ” (Special Class Soldier)

มีข่าวดีมาฝากค่ะทุกคน!!

จูวอนได้รับตำแหน่ง “นายทหารชั้นพิเศษ” (Special Class Soldier) เนื่องจากจูวอนได้คะแนนสูงสุดในหมวดยิงปืน การทดสอบความแข็งแกร่งทางร่ายกายและจิตใจ และการฝึกต่อสู้ค่ะ

นายทหารชั้นพิเศษไม่ได้หมายถึงกองทัพพิเศษ แต่เป็นประกาศนียบัตรที่มอบให้แก่นายทหารเพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการต่อสู้

เกณฑ์การได้รับตำแหน่ง “นายทหารชั้นพิเศษ”

1) การยิงปืน – ต้องยิงได้สำเร็จ 90% (ยิงเข้าเป้าอย่างน้อย 20 ครั้งหรือมากกว่า)

2) การทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย

> ความแข็งแกร่งทางร่างกายขั้นพื้นฐาน

– วิดพื้น (มากกว่า 72 ครั้งภายใน 2 นาที)

– ซิตอัพ (มากกว่า 82 ครั้งภายใน 2 นาที)

– วิ่ง 3 กิโลเมตร (ภายใน 12 นาที 30 วินาที)

> ความแข็งแกร่งในการฝึกต่อสู้

– เดิน 10 กิโลเมตรพร้อมอุปกรณ์รบเต็มรูปแบบ หนัก 25 กิโลกรัม (ภายใน 2 ชั่วโมง 10 นาที)

– วิ่ง 5 กิโลเมตรพร้อมอุปกรณ์รบเต็มรูปแบบ หนัก 15 กิโลกรัม (ภายใน 40 นาที)

3) การทดสอบด้านจิตใจ -การพูดและการเขียนได้มากกว่า 90 คะแนน

4) ทักษะการต่อสู้ (ฝึกต่อสู้กับทหารนายอื่น)

5) หลักการทำงานตรวจชายแดน

6) การปฐมพยาบาล

โดยนายทหารจะต้องได้รับคะแนนสูงสุดในทุกการทดสอบ จึงจะได้รับตำแหน่งนายทหารชั้นพิเศษ ถ้าไม่ผ่านแม้แต่การทดสอบเดียวก็จะถูกตัดสิทธิ์

และจูวอนก็ได้รับตำแหน่งนี้ ซึ่งก็เหมือนกับทุกครั้งที่เขาพยายามตั้งใจและทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ ความสำเร็จที่ผ่านมาที่จูวอนเคยได้รับในกองทัพคือ

1. ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ตำแหน่งสูงสุดภายใน 5 สัปดาห์แรกของการฝึกขั้นพื้นฐาน

2. ได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นครูผู้ช่วยฝึก

3. ได้รับตำแหน่งนายทหารชั้นพิเศษ

4. จูวอนเป็นที่รักของเหล่าทหารในหน่วยฝึก

5. และจูวอนได้รับความสำเร็จทั้งหมดนี้ในหน่วยฝึกที่ยากที่สุดของเกาหลีใต้ ซึ่งก็คือหน่วยกะโหลกขาว

English Translation: yunie_ok

Thai Translation: Tang Prangthaya

Photo credit: yasuyo0930

จีชางอุค – อิมชีวาน – คังฮานึล – จูวอน ร่วมกันนำร้องเพลงชาติในพิธีรำลึกทหารเกาหลี

6 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันรำลึกถึงทหารที่อุทิศชีวิตในสงครามเกาหลี

พิธีรำลึกครั้งที่ 63 ถูกจัดขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน เวลา 10.00 น. ตามเวลาเกาหลี เพื่อรำลึกถึงทหารที่อุทิศชีวิตในสงคราม

ประธานาธิบดี มุนแจอิน พร้อมด้วยบุคคลสำคัญทางการเมือง ทหารผ่านศึกและครอบครัวรวมกว่า 10,000 คนเข้าร่วมพิธีรำลึกในครั้งนี้

โดยมีการเปิดพิธีด้วยการร้องเพลงชาติเกาหลี นำโดย สิบโท มุน จุน วอน (จูวอน) สิบโท อิม ชี วาน สิบตรี จี ชาง อุค และสิบตรี คัง ฮา นึล ซึ่งร้องร่วมกับวงซิมโฟนีออเคสตร้าของกองทัพทหาร นักแสดงทั้ง 4 ผู้ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่รับราชการทหารยืนเรียงแถวร้องเพลงชาติด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น

ชมวิดีโอเริ่มนาทีที่ 5.10 👇

https://m.youtube.com/watch?v=8c2KVnHgiu4&feature=youtu.be

Source : https://www.soompi.com/2018/06/05/ji-chang-wook-im-si-wan-kang-ha-neul-joo-won-lead-national-anthem-memorial-day-event/

Thai Translation: Tang Prangthaya

‪จูวอน ในฐานะครูฝึก ชม BIGBANG’s G-Dragon ว่าเป็นคนขยันและตั้งใจทำงาน

‪จูวอนแวะมาไลฟ์ทักทายแฟนๆและเล่าประสบการณ์การเป็นครูผู้ช่วยฝึกในหน่วยทหาร พร้อมทั้งยังเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อจีดราก้อน วง Big Bang ที่ฝึกอยู่ในหน่วยทหารเดียวกัน‬

‪จูวอนไลฟ์ผ่านช่องทางของกองทหารสาธารณรัฐเกาหลีในวันที่ 9 เมษายน เขาเล่าถึงชีวิตประจำวันของทหารเกณฑ์ใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่ 5 ของการฝึก ‬

‪หลังจากเล่ารายละเอียดต่างๆแล้ว จูวอนยังเล่าประสบการณ์ในฐานะครูผู้ช่วยฝึก เขายิ้มและเล่าว่า “เพราะผมเข้ารับการฝึกทหารตอนอายุค่อนข้างเยอะ นายทหารใหม่ๆก็มักจะถามหาผมเพื่อขอคำปรึกษา พวกเขาเล่าถึงความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆ แต่ก็สามารถฝึกได้สำเร็จจนครบอย่างปลอดภัย ผมรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ทหารรุ่นน้องโทรกลับมาหาผมแล้วบอกว่าเขามีความสุขดีในหน่วยทหารของเขา” ‬

‪จุวอนยังเล่าว่าทหารฝึกคนที่น่าจดจำคนหนึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจีดราก้อนที่เข้ารับการเกณฑ์หหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จีดราก้อนผ่านการฝึกที่กองทหารราบที่ 3 ที่รู้จักกันในชื่อของ หน่วยกะโหลกขาว ที่จูวอนประจำการอยู่ จูวอนพูดว่า “ควอนจียง (ชื่อจริงของจีดราก้อน) เพิ่งเสร็จสิ้นการฝึกกับหน่วยเราไป เขาเป็นคนขยัน ถึงจะเห็นได้จากไกลๆ ก็รู้ว่าเขาเข้ากับคนอื่นได้ดีและเป็นคนตั้งใจทำงาน เป็นทหารฝึกคนหนึ่งที่น่าจดจำ” ‬

‪สุดท้าย จูวอนขอบคุณแฟนๆที่ส่งกำลังใจมาให้ขณะที่เขาเข้ารับราชการทหาร จูวอนเข้ารับการเกณฑ์ทหารในเดือนพฤษภาคม 2017 และรับตำแหน่งครูผู้ช่วยฝึก และจะปลดประจำการในเดือนกุมภาพันธ์ 2019‬

‪Thai Translation: Tang Prangthaya‬

‪Source: https://www.soompi.com/2018/04/09/joo-won-praises-bigbangs-g-dragon-hardworking-attitude-army-drill-instructor/‬

บทสัมภาษณ์จูวอนในนิตยสารทหาร ฉบับเดือนมีนาคม 2018

เพิ่มความอบอุ่นลงไปในความสมบูรณ์แบบ (Adding warmth to the perfection)

สิบตรีมุนจุนวอน ศูนย์ฝึกทหารใหม่ หน่วยแพ็กโกล (หน่วยกะโหลกขาว) กองที่ 3

การรับผิดชอบการใช้ชีวิตทหารของทหารฝึกหัดทั้งหมดนั้นแน่นอนว่าจะต้องสนับสนุนให้เหล่าทหารฝึกหัดได้รับการฝึกอันเข้มงวด ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้คือครูฝึกที่มีหมวกแดงเป็นสัญลักษณ์ เหล่าดาราที่เข้ารับการเกณฑ์ทหารท่ามกลางความสนใจของผู้คนและเข้ามาเป็นครูฝึกอย่างชอนจองมยอง ฮวีซอง ควอนซังอู ยูซึงโฮ อิมชีวาน แท็กยอน ฯลฯ ก็มีไม่น้อยเลย อย่างสิบตรีมุนจุนวอนที่เราได้พบเขาล่าสุดในศูนย์ฝึกทหารใหม่ หน่วยแพ็กโกล กองที่ 3 นั้น ก็ปลดคำนิยาม ‘นักแสดง’ ลงชั่วคราว แล้วขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งครูฝึกเพื่อช่วยสนับสนุนเหล่าทหารฝึกหัด

ปีที่แล้วสิบตรีมุนจุนวอนปรากฏตัวในคลิปวิดีโอโปรโมทงานเทศกาลทหารบกครั้งที่ 15 แบบเซอร์ไพรส์ ทำให้เป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก เขาได้รับความรักมากมายจากคาแร็กเตอร์หลากหลายในซีรีส์อย่าง Bridal Mask, Good Doctor, 7th Grade Civil Servant ตอนนี้เขากำลังพยายามเต็มที่เพื่อสนับสนุนเหล่าทหารฝึกหัดด้วยตำแหน่งผู้ช่วยครูฝึกด้านปฐมพยาบาลในศูนย์ฝึกทหารใหม่ หน่วยแพ็กโกล กองที่ 3 การจะเป็นครูฝึกได้นั้นจะต้องมีผลการฝึกยอดเยี่ยมในหน่วยฝึกทหารใหม่หรือมีวิธีต่างๆ ที่จะใช้หนุนตัวเอง แต่สำหรับสิบตรีมุนจุนวอนนั้นเขามีทั้งสองอย่าง เขาได้รับรางวัลฝึกฝนยอดเยี่ยมที่มอบให้กับทหารฝึกหัดที่ได้คะแนนการฝึกสูงที่สุดในพิธีสำเร็จการศึกษาของทหารใหม่ เขาจึงคว้าโอกาสที่จะได้รับเลือกเป็นครูฝึกไป

“ผมมีความอยากจะเอาชนะอยู่ครับ ผมฝึกทหารร่วมกับคนที่เด็กกว่าก็เลยไม่อยากจะรั้งท้าย ทำให้ผมยิ่งพยายามมากขึ้น โชคดีที่ผมได้คะแนนดีครับ ยังไงอาชีพอย่างนักแสดงหรือว่านักร้องก็เป็นอาชีพที่ต้องแสดงตัวเองออกไป จึงต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว เรื่องครูฝึกนั่นผมสมัครไปก่อนครับ พอเรามีอายุก็คิดว่าการสอนน่าจะเหมาะกับผมน่ะครับ ระหว่างที่ผมรับการฝึกผมก็กังวลมากเหมือนกันครับว่าจะสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นยังไงดี”

ต่อหน้าเหล่าทหารฝึกหัดนั้นนอกจากจะต้องมีเหตุมีผลแล้ว ในเรื่องของพฤติกรรมก็ต้องแสดงภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบออกไปซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นชะตาที่ครูฝึกต้องเผชิญ นอกจากการพูดจาและกิริยาต่างๆ แล้วก็ต้องศึกษาเรื่องต่างๆ อย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อให้ความรู้ของตนพัฒนายิ่งขึ้น ถือว่าการเป็นครูฝึกนั้นมีส่วนที่ยากลำบากอยู่มากทีเดียว จะเป็นครูฝึกที่ดีก็ต้องมีกำลังกายที่แข็งแรงด้วยจึงต้องดูแลตัวเองให้ดีอยู่เสมอ และการที่เขาทำเรื่องเหล่านี้เป็นสไตล์เฉพาะของตัวเองก็ทำให้เราแปลกใจ

“อาจเพราะผมเป็นทหารอยู่มั้งครับ หรือเพราะเป็นครูฝึกผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าผมขยันยิ่งกว่าตอนใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกอีกครับ พอมาใช้ชีวิตอยู่เป็นหมู่ร่วมกันก็ได้ค้นพบว่าต้องยืดหยุ่นบ้างทุกอย่างมันถึงจะลื่นไหลต่อไปได้ ยกตัวอย่างเช่นการที่ผมจะชินกับการเอื้อให้คนอื่นมากกว่าให้ตัวเองสบายกว่า ผมเป็นนักแสดงที่ชินกับการทำกิจกรรมคนเดียวก็เลยอาจจะบกพร่องตรงส่วนนี้บ้าง พอได้มาอยู่รวมกับคนอื่นก็ได้เรียนรู้เยอะเลยละครับ”

ครูฝึกนั้นโดยพื้นฐานแล้วต้องมีภาพลักษณ์ที่เข้มงวด บางทีก็หน้านิ่งดูเย็นชา สิ่งที่ไม่ควรจะดูแปลกไปจากปกติเลยก็คือภาพลักษณ์ของครูฝึกนี่เอง เพื่อที่เหล่าทหารฝึกหัดจะสามารถฝึกฝนได้อย่างปลอดภัย ครูฝึกก็จะต้องมีความระมัดระวังอยู่ระดับหนึ่งเสมอ

สำหรับสิบตรีมุนจุนวอนนั้นเขาให้ความสำคัญกับการสื่อสาร พยายามช่วยลดความเครียดในใจด้วยภาพลักษณ์พี่ชายที่อบอุ่นซึ่งเรื่องนี้เหล่าทหารฝึกหัดยืนยันได้เป็นอย่างดี

“พอเราทำงานแสดงก็ได้เจอคาแร็กเตอร์หลากหลาย พวกทหารฝึกหัดก็ไม่ต่างจากนั้นมากหรอกครับ (หัวเราะ) ทหารฝึกหัดที่ลำบากเพราะมีปัญหาเรื่องผิวพรรณก็มี ทหารฝึกหัดที่มาปรึกษาเรื่องพละกำลังหรือเรื่องสภาพจิตใจความเครียดอะไรอย่างนี้ก็มีครับ ถ้าเป็นคนที่มองเข้ามาก็อาจจะคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่คนที่เจอเรื่องพวกนั้นกับตัวมันอาจจะเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสเลยก็ได้ เวลาแบบนี้ผมก็จะพยายามเข้าหาพวกเขาด้วยคำพูดที่อบอุ่นครับ พอได้อ่านจดหมายหรือได้รับโทรศัพท์จากทหารที่ฝึกจบไปแล้วก็รู้สึกภูมิใจครับที่ช่วยพวกเขาได้”

ครูฝึกนั้นแม้ว่าจะถูกกำหนดให้สอนในด้านต่างๆ กัน แต่ก็อาจจะต้องเข้าไปร่วมในด้านอื่นๆ ด้วย จึงต้องมีความคล่องในขั้นตอนการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งหมดในศูนย์ฝึก ถ้าจะบอกว่าต้องขยันมากๆ และศึกษามากๆ ก็คงจะไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลย การเปลี่ยนวิธีสอนก็มีหลายกรณีดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์นั้นๆ ให้ได้ แน่นอนว่าบทบาทที่สำคัญที่สุดของครูฝึกก็คือการรับผิดชอบความปลอดภัยของเหล่าทหารฝึกหัดนั่นเอง

“การเป็นครูฝึกแม้ว่าจะไม่สามารถทำอะไรให้สมบูรณ์แบบได้ แต่ต่อหน้าทหารฝึกหัดนั้นครูฝึกจะเผยจุดอ่อนออกไปไม่ได้เด็ดขาดครับ นอกจากจะสาธิตให้ดูได้แล้ว เรื่องอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็จะปล่อยให้ผิดพลาดไม่ได้เลยครับต้องปลูกฝังภาพลักษณ์ว่าคนคนนี้น่ะทำได้ทุกอย่างเลย ส่วนตัวแล้วผมมีความปรารถนาที่ว่าอยากจะเป็นครูฝึกที่ทหารฝึกหัดสามารถมาระบายเรื่องต่างๆ ให้ฟังเวลาที่รู้สึกเหนื่อยหรือยากลำบากได้ครับ” 

สิบตรีมุนจุนวอนที่เราได้เจอในศูนย์ฝึกทหารใหม่หน่วยแพ็กโกลนั้นภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยแพ็กโกลเป็นอย่างมาก การอยู่ที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ทำให้เขาอยากจะให้ทหารฝึกหัดทั้งหลายแข็งแกร่งขึ้น สมเป็นชายชาติทหารมากขึ้น ซึ่งความรู้สึกนี้สิบตรีมุนจุนวอนไม่ปิดบังแม้แต่น้อย เขาปรารถนาให้พลทหารทุกนายปลอดภัย และวันนี้เขาก็ได้ส่งต่อความซาบซึ้งแสนอบอุ่นในฐานะครูฝึกไปพร้อมความปรารถนานี้

แปลไทยโดย Kwansinee Quanyuangpan / Joo Won Thailand Fanclub

Source:https://armymagazine.modoo.at/?link=6v2vmr12

***เป็นบทสัมภาษณ์ที่ตั้งใจนำมาฝากทุกคน หากต้องการแชร์บทสัมภาษณ์ทั้งหมดหรือคัดลอกส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป ขอความกรุณาให้เครดิตอย่างถูกต้องด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ