[แปล] บทสัมภาษณ์จูวอนในนิตยสาร ARENA HOMME + ฉบับเดือน เมษายน 2019

แต่นี้ไปคือจูวอนตัวจริง

จะว่าไปเขาก็ผ่านการเป็น “ลูกผู้ชายเต็มตัว” มาแล้วหนึ่งเดือนเต็มๆ แต่ทว่านักแสดงจูวอนก็ยังบอกเล่าเรื่องราวในรั้วทหารได้อย่างไม่เคอะเขินเลยสักนิด ช่วงเวลาสั้นๆหลังจากถ่ายแบบเสร็จ เราจึงได้พูดคุยอย่างออกรสถึงตัวจริงของจูวอน ทั้งเรื่องในรั้วทหารและเรื่องการแสดงอีกนิดหน่อย

⭕️ไม่ได้เจอกันนานเลย ขอแสดงความยินดีกับการได้เป็นทหารกองหนุนด้วยนะคะ รอการออกจากกรมมานานมากเลย พอถึงเวลาเข้าจริงๆ รู้สึกยังไงบ้างคะ?

JW: อืม…ต้องบอกว่ายังมีอะไรที่อยากทำอีกเยอะเลยมั้งครับ? เวลาไม่พอจริงๆครับ เมื่อก่อนถ้าไม่ใช่ตอนถ่ายละคร ก็นึกไม่ออกเลยว่าความยุ่งเป็นยังไงน่ะครับ นอกจากเรื่องการแสดงแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรที่ผมหมกมุ่นอย่างจริงจังสักเท่าไหร่ ช่วงที่เป็นทหารอยู่ พอมาคิดดูดีๆแล้ว แม้การแสดงจะจัดว่าเป็นการพัฒนาตัวเองอย่างหนึ่ง แต่ก็ต้องใส่ใจ และก็ควรมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้นด้วยน่ะครับ เลยเริ่มคิดว่าในแต่ละวันนั้น เวลาช่างไม่พอเอาซะเลยครับ

⭕️“ก่อนไปเป็นทหาร” กับ “หลังกลับจากเป็นทหาร” เพราะฉะนั้นจูวอนในตอนที่ยังไม่ได้รับราชการทหาร กับ จูวอนที่รับรับราชการทหารแล้ว แตกต่างกันมากขนาดไหน?

JW: รู้สึกเหมือนได้สั่งสมประสบการณ์มากขึ้น “เลเวลอัพ” อะไรแบบนี้เปล่า? ได้ลองประสบการณ์ที่ไม่สามารถทำได้ในสังคมทั่วไปครับ แม้จะไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ แต่ก็ได้ลองเป็นทั้งทหารตัดหญ้า เป็นทหารช่างตัดผม เป็นทหารที่ปรึกษา พอได้เจอคนมากหน้าหลายตา ก็ทำให้ได้ย้อนกลับมาดูตัวเองว่าเราเองนะครับ ว่าตลอดมาเราเป็นคนแบบไหนกันแน่

⭕️ในฐานะนักแสดงที่ปลดประจำการแล้ว มีอะไรอยากคอมเม้นท์เป็นพิเศษบ้างมั้ย โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นชายชาติทหารมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

JW: เมื่อก่อนผมจะเป็นคนที่ค่อนข้างพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์รอบข้างให้ได้มากที่สุด แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นน่ะครับ ความจริงแล้วทุกครั้ง เวลาที่เรามองสายตาคนรอบข้าง จนทำให้เราเปลี่ยนความตั้งใจ เห็นใจคนอื่น แล้วคล้อยตามเขาไป ดูเหมือนว่าข้างในเราจะได้รับความเครียดไม่น้อยเลย แต่หลังจากไปเป็นทหารกลับมา ก็ควบคุมตัวเองได้มากขึ้น ทำให้ความขี้ขลาดนั้นลดลงไปได้นิดหนึ่งครับ

⭕️ถ้าได้ออกจากกรม อยากทำอะไรเป็นอันดับแรกสุดคะ?

JW: เที่ยวครับ ถ้าได้ออกจากกรม ผมรู้แค่ว่าอยากไปเที่ยวมากๆเลยครับ แต่พอได้ออกมาจริงๆแล้ว กลายเป็นว่ายังไม่ได้ไปเที่ยวอย่างที่หวังไว้เลยครับ เพราะฉะนั้นผมจึงคาดหวังกับการถ่ายทำครั้งนี้มากเลยครับ หลังปิดกล้องแล้ว ผมอยากจะพักผ่อนยาวๆ ไม่ต้องคิดอะไรเลย ไปสักพักหนึ่งน่ะครับ

⭕️ระหว่างใช้ชีวิตทหาร อะไรที่ลำบากที่สุดคะ?

JW: มันอาจจะดูเป็นเรื่องจริงจังไปนิดนะครับ…แต่การอดทนที่จะไม่กระหายอยากในการแสดงเป็นเรื่องยากที่สุดแล้วครับ การฝึก หรือ ชีวิตทหารดูเป็นเรื่องสบายๆไปเลยละครับ เป็นความคิดที่ว่าพวกเพื่อนๆที่เด็กกว่าผมก็ทำได้กันหมด เราจะทนไม่ได้เชียวเหรอน่ะครับ แล้วก็ลำบากมากตรงที่รู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับการที่เราอยากให้แฟนๆได้เห็นนักแสดงจูวอนไวๆ แต่ต้องทำยังไงให้รู้สึกลุ้นระทึก และ ออกมาดูดีในสายตาทุกคนด้วยครับ แม้จะเป็นเวลาแน่นอนที่ได้ทำหน้าที่ชายชาติทหารจนสำเร็จแล้ว แต่ช่วงเวลานั้นที่ให้ประชาชนแห็นเราไม่ได้ ก็เป็นช่วงเวลาที่อดทนได้ไม่ง่ายเลยละครับ

⭕️ในช่วงนั้นมีเรื่องไม่สบายใจที่อยากลืมมันไปบ้างมั้ยคะ?

JW: แน่นอนครับ ความคิดแบบนั้นต่อให้ไม่ได้เป็นทหาร แค่ใช้ชีวิตเป็นนักแสดงก็มีความคิดแบบนั้นอยู่ตลอดเลยครับ สักวันหนึ่งชื่อเสียงเราจะตกลง แล้วเราก็จะถูกรถบรรทุกลากออกไปจากประชาชนสินะ…อารมณ์แบบนั้นระหว่างการเป็นทหาร มันทำให้เราได้รับประสบการณ์เร็วขึ้นอีกนิดหนึ่งครับ ก็เหมือนได้ฝึกฝนตัวเองทางด้านจิตใจน่ะครับ ก็คิดว่ามันคงจะกล่อมเกลาจิตใจได้นิดหนึ่งละมั้งครับ?

⭕️ถ้างั้นกองทัพก็ช่วยให้คุณเติบโตในฐานะนักแสดงด้วยน่ะสิคะ?

JW: แม้จะเป็นเพียงประสบการณ์เล็กๆ แต่ก็ช่วยให้ได้รับการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ และช่วยในการตัดสินใจได้ดีขึ้นด้วยครับ ดังนั้นความรู้สึกที่ผ่านมาก็เปรียบเหมือนธาตุแท้ของเราใช่มั้ยครับ สำหรับผมแล้วชีวิตในรั้วทหารมอบประสบการณ์ต่างๆให้ผมอย่างมากมาย ระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมา ผมได้รับความรู้สึกและมนุษยสัมพันธ์ที่หลากหลายเหลือเกินตลอดช่วงเวลานั้นครับ

⭕️ช่วยยกตัวอย่างหน่อยได้มั้ยว่าคือประมาณไหน?

JW: ก็เช่นความรู้สึกรับผิดชอบ? อย่างเมื่อก่อนไม่เคยคิดว่ามันสำคัญแต่พอลองมองในตอนนี้กลับรู้สึกว่ามันแตกต่างออกไป สมัยก่อนผมอาจจะเป็นน้องเล็กสุดใข่มั้ยครับ แต่ตอนนี้เวลาไปกองถ่าย ก็จะเจอนักแสดงรุ่นน้อง หรือ สต๊าฟเด็กๆที่อายุน้อยกว่าผมเยอะมากเลยครับ มันทำให้ความรับผิดชอบของเราค่อยๆยิ่งใหญ่ขึ้น ถ้าพวกรุ่นน้องมองผมแล้วรู้สึกเหมือนกับตอนที่ผมมองพวกรุ่นพี่ก็คงจะดีนะครับ

⭕️ถ้าให้นิยามความเป็นจูวอนในตอนนี้มา 2 อย่างล่ะคะ?

JW: ข้อแรกเลยคือ “ความจริงใจ” ตั้งแต่ตอนเดบิวต์แล้วผมมักจะได้รับคำบอกกล่าวจากผู้ที่ร่วมงานด้วยกันบ่อยๆว่า “จูวอน ความจริงใจคืออาวุธของนายเลยละ” น่ะครับ แม้จะมีคนที่ร้องเพลงเก่งกว่า และ แสดงเก่งกว่าผมมากมาย แต่มันเป็นพลังให้ผมอดทนอยู่ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้นได้ครับ “คิดนอกกรอบ” เป็นหนึ่งในคำที่ฟังดูดีมากๆเลย แต่เวลาที่เราแสดงมันกลับเป็นคำที่ฟังดูดีและแตกต่างไปจากเวลาปกติ ช่วงเวลาที่ได้แสดงดูเหมือนว่าผมจะมีความคิดที่หลุดออกจากกรอบไปสักหน่อยน่ะครับ

⭕️เอาละ ในอนาคตมีบทบาทใหม่ๆที่อยากเล่นบ้างมั้ย?

JW: จนถึงตอนนี้บทบาทส่วนใหญ่ที่ผมได้รับก็จะเป็นบทบาทพิเศษหรือไม่ก็บทหนักๆ ก็เลยอยากลองเล่นบทน่ารักๆ เบาๆ บทบาทธรรมดาๆกับเค้าบ้างน่ะครับ มันก็มีคาแร็คเตอร์เหมือนพี่ชายข้างบ้านผู้มีมุมที่แสนอบอุ่นในแต่ละวันตามภาพยนตร์ญี่ปุ่นอยู่นี่ครับ? เอาเป็นว่าคาแร็คเตอร์ธรรมดาๆดึงดูดผมได้มากกว่านั่นเองครับ

⭕️บทบาทที่ไม่เคยได้รับมาก่อนมีเสน่ห์มากกว่า?

JW: สมัยนี้ไม่ได้มีแค่แพลตฟอร์มของโทรทัศน์เท่านั้นที่ส่งผ่านผลงานไปสู่สายตาประชาชนใช่มั้ยละครับ? ดูเหมือนจะไม่ใช่ยุคที่ใช้เรตติ้งชี้วัดได้อีกต่อไปแล้วน่ะครับ ผมคิดว่านักแสดงเองก็ต้องลองทำอะไรให้มากขึ้น ดังนั้นถ้ามีโอกาสผมก็อยากลองแสดงภาพยนตร์นอกกระแสดูบ้างนะครับ ยิ่งถ้าเป็นงานที่มีไอเดียแปลกใหม่ด้วยแล้ว ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่เลยละครับ แม้แต่ตอนที่ผมเป็นทหารอยู่ก็พอรู้มาว่า “ช่วงนี้เน็ตฟลิคซ์กำลังมาแรง” แล้วตอนนี้เน็ตฟลิคซ์ก็กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ครองใจคนไปเรียบร้อยครับ

⭕️จากคำพูดดูเหมือนจะรู้สึกมั่นใจว่าจะได้เป็นทหารกองหนุนเลยนะคะ

JW: คงงั้นมั้งครับ? (หัวเราะ)

⭕️ช่วยเล่าแผนการในอนาคตให้ฟังหน่อยสิคะ

JW: นิดนึงนะ ผมอยากก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งครับ ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าภาพลักษณ์ของผมเนี่ยเกือบจะเป็นนักเรียนดีเด่นอยู่แล้วครับ ผมอยากให้คนดูได้เห็นตัวผมในหลายๆบทบาทไม่ใช่แค่บนจอภาพยนตร์ หรือ บนหน้าจอทีวี แต่เป็นบนเวทีมิวสิคัลด้วยน่ะครับ ดูเหมือนว่าคอนเซ็ปต์เวทมนตร์จะยังไม่ถูกกลืนไปหมดใช่มั้ยครับ เอาจริงๆนะ ผมมาจับคอนเซ็ปต์เวทมนตร์เอาตอนนี้นี่ยังไม่สายไปใช่มั้ยครับ (หัวเราะ) ผมอยากท้าทายกับภาพลักษณ์ที่สดใหม่ครับ จะพยายามให้ทุกคนได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของผมให้ได้มากที่สุดนะครับ

แปลไทยโดย: ออนนีใจดี

แปลมาฝากแฟนๆจูวอนได้อ่านกันค่ะ และไม่อนุญาตให้คัดลอกคำแปลส่วนหนึ่งส่วนใดออกไป

โฆษณา