[แปล] จูวอนให้สัมภาษณ์กับนิตยสารญี่ปุ่นก่อนเข้ากรมทหาร


Joo Won

ซีรี่ส์เรื่องล่าสุดก่อนเข้ารับการเกณฑ์ทหารคือซีรี่ส์ย้อนยุคเรื่องแรกที่แฟนๆรอคอยกันมานาน นักแสดงที่เปรียบเสมือนของขวัญอันล้ำค่าที่จะคงอยู่ในความทรงจำของแฟนๆ 
นักแสดงที่เกิดในปี ค.ศ. 1987 ต่างทยอยกันเข้ากรมรับใช้ชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงจูวอนด้วย จูวอนเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้น เขาได้ฝากผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายไว้ นั่นก็คือ ซีรี่ส์เรื่อง “ยัยตัวร้าย” ที่ออนแอร์ทางช่อง SBS ในปีนี้
ซีรี่ส์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ชื่อดังชื่อเรื่องเดียวกัน แต่ปรับให้เป็นซีรี่ส์ย้อนยุคที่มีปมของเรื่องเยอะกว่าภาพยนตร์ต้นฉบับ จูวอนรับเล่นซีรี่ส์เรื่องนี้เพราะคิดว่าแฟนๆรอคอยผลงานซีรี่ส์ย้อนยุคของตัวเองมานานแล้ว
ตัวละคร “กยอนอู” พระเอกของเรื่องที่จูวอนแสดงนั้นเป็นบุตรชายของชนชั้นสูงที่มีความชำนาญทั้งบุ๋นและบู๊ และยังมีบุคลิกภาพที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ทางนิตยสารทราบว่า ซีรี่ส์เรื่องยัยตัวร้ายถ่ายทำเสร็จสิ้นและปิดกล้องไปก่อนกำหนดการที่วางเอาไว้ และจูวอนได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับซีรี่ส์เรื่องนี้ด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายและตอบคำถามด้วยน้ำเสียงสบายๆอีกด้วย

 

บทสัมภาษณ์: คะระกิ ยูอิ ภาพ: คิม แจยุน

หมายเหตุ: บทสัมภาษณ์นี้มีเนื้อหาสปอยซีรี่ส์เรื่องยัยตัวร้าย ดังนั้นผู้อ่านที่ยังไม่ได้รับชมซีรี่ส์เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องทราบในเรื่องนี้เป็นเบื้องต้น 
ผลงานการแสดงซีรี่ส์ย้อนยุคเรื่องแรกทำให้จูวอนประสบปัญหาเรื่องการใช้คำเวลาที่ต้องพูดบทในขณะถ่ายทำ
จะมีการออกอากาศตอนแรกของซีรี่ส์ “ยัยตัวร้าย” ทางช่อง KNTV ของญี่ปุ่น จึงอยากรบกวนให้คุณช่วยทักทายแฟนๆชาวญี่ปุ่นหน่อยค่ะ
“ความจริงผมเองก็ยังไม่ได้ดูภาพหลังจากที่ตัดต่อแล้วเหมือนกัน เกรงว่าตอนนี้น่าจะยังตัดต่อไม่เสร็จนะครับ (หัวเราะ) ผมได้ยินมาว่ามีกำหนดออกอากาศซีรี่ส์เรื่องนี้เวลาเดียวกันกับที่เกาหลี ซึ่งทำให้ผมทั้งรู้สึกดีใจและคาดหวังเป็นอย่างมากเลยครับ
ซีรี่ส์เรื่องนี้กลายเป็นผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายก่อนเข้ากรมของคุณจูวอน ว่าแต่ทำไมถึงเลือกแสดงในซีรี่ส์เรื่องนี้?
“เหตุผลอันดับหนึ่งเลยก็คือแฟนคลับทุกๆคนนั่นเองครับ แน่นอนว่า เพราะเป็นผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายก่อนเข้าร่วมกองทัพ ผมจึงคิดทบทวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ถึงแม้ว่าจะกังวลเรื่องต่างๆหลายเรื่อง แต่สุดท้าย ผมก็เลือกผลงานการแสดงที่แฟนคลับทุกคนตั้งตารอคอยมาเป็นอันดับแรก เพราะแฟนคลับทุกคนต่างก็คาดหวังที่จะได้เห็นผมแสดงซีรี่ส์ย้อนยุค ได้เห็นผมในบทของตัวละครย้อนยุค และได้เห็นผมใส่ชุดฮันบก ความจริงแล้ว ผมก็ได้รับข้อเสนอจากซีรี่ส์เรื่องอื่นๆด้วยเหมือนกัน แต่ก็อย่างที่บอกครับ เหตุผลที่ผมเลือกรับซีรี่ส์เรื่องนี้เหนือสิ่งอื่นใดเลยเป็นเพราะผมอยากให้แฟนคลับทุกคนดีใจก็เท่านั้นเองครับ”
ถ้าพูดถึงภาพยนตร์เรื่อง “ยัยตัวร้าย” ที่ออกฉายเมื่อ ค.ศ. 2001 ทุกคนทราบดีว่าเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม แต่พอถูกดัดแปลงเป็นซีรี่ส์แล้ว ในฉบับซีรี่ส์อะไรคือไฮไลท์?
“ฉบับซีรี่ส์ค่อนข้างแตกต่างกับฉบับภาพยนตร์นะครับ ถึงแม้ว่านางเอกจะมีนิสัยพิลึกพิลั่นคล้ายๆกัน แต่บทก็ถูกปรับใหม่ให้เข้ากับความเป็นซีรี่ส์ย้อนยุคโรแมนติก แต่ถ้าซีรี่ส์เรื่องนี้ถูกดัดแปลงให้เป็นซีรี่ส์ปัจจุบันเหมือนกับภาพยนตร์ต้นฉบับ เนื้อเรื่องก็อาจจะออกมาคล้ายๆกัน แต่พอนำมาดัดแปลงเป็นซีรี่ส์ย้อนยุคจึงมีส่วนที่แตกต่างจากต้นฉบับอยู่มาก นอกจากนี้ ยังแตกต่างกันตรงที่เป็นซีรี่ส์ไม่ใช่ภาพยนตร์อีกด้วย ฉบับภาพยนตร์ต้นฉบับนั้นมีความยาวประมาณ 2 ชั่วโมง แต่สำหรับซีรี่ส์ย้อนยุคมีความยาวถึง 16 ตอน จึงสามารถสร้างเรื่องราวที่ซับซ้อนได้มากกว่าฉบับภาพยนตร์ และสามารถถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ของตัวละครในเรื่องได้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นด้วย มีทั้งฉากที่ตลกขบขัน ตึงเครียด บู๊ และมีการผูกเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น”
ภาพยนตร์ต้นฉบับได้กระแสตอบรับล้นหลามจากแฟนๆ นั่นทำให้คุณรู้สึกกดดันหรือไม่?
“ก่อนการเปิดกล้องถ่ายทำ ข่าวที่ว่าจะนำภาพยนตร์ต้นฉบับมาดัดแปลงเป็นซีรี่ส์ย้อนยุคก็กลายเป็นประเด็นที่ผู้ชมซีรี่ส์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ทำให้ผมรู้สึกเครียดนิดหน่อย แต่ในทางกลับกัน ก็ตระหนักถึงความรับผิดชอบในฐานะนักแสดงด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้ ผมกลับมองว่า “ยัยตัวร้าย” เป็นซีรี่ส์โดยสมบูรณ์แล้ว ไม่ได้เป็นแค่ซีรี่ส์ที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ต้นฉบับ แต่เป็น “ยัยตัวร้าย” ฉบับซีรี่ส์จริงๆ ซึ่งพอถ่ายทำเสร็จแล้วก็ไม่รู้สึกกดดันแล้วครับ (หัวเราะ)”
ซีรี่ส์เรื่องนี้มีส่วนที่เหมือนกับภาพยนตร์ต้นฉบับบ้างหรือไม่?
“ไม่มีส่วนที่เหมือนกับภาพยนตร์ต้นฉบับเลยครับ อย่างคาแรกเตอร์ของกยอนอูหรือคาแรกเตอร์ของพระเอก ในภาพยนตร์กับซีรี่ส์ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย ในภาพยนตร์ต้นฉบับ พระเอกจะเป็นคนตลกๆ แต่ในซีรี่ส์ จะเป็นคนเท่ห์ๆ ถึงจะถูกมองว่าเป็นผู้ชายเท่ห์ๆที่ได้รับการอบรมและขัดเกลามาเป็นอย่างดี แต่ก็มีมุมเซ่อๆงงๆอยู่ด้วยเหมือนกัน (หัวเราะ) ซึ่งก็ถือว่าเป็นไฮไลท์นึงของซีรี่ส์ด้วยเหมือนกัน ผมได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อสวมบทบาทตัวละครกยอนอูในซีรี่ส์เรื่องนี้ครับ”
จริงๆแล้ว ตัวละครกยอนอูเป็นคนแบบไหนกันแน่?
“กยอนอูเป็นผู้ชายที่บุคลิกดี ดูภูมิฐาน และมีสติปัญญาฉลาดเฉียบแหลม เขาไม่ได้เก่งแค่เรื่องบุ๋นเท่านั้น แต่ยังเป็นคนที่สามารถพินิจพิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ทั้งสถานการณ์บ้านเมืองภายในราชสำนัก ไปจนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน บนพื้นฐานของประสบการณ์ตรงมากมายที่เขาได้ประสบพบเจอมาในระหว่างที่เขาไปเรียนอยู่ที่ต้าชิง ได้อย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง นอกจากนี้ ยังเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ด้วย ดังนั้นไม่ว่าเขาจะสู้กับใครก็ไม่เคยแพ้ และมีส่วนที่เหมือนกับพระเอกซีรี่ส์เรื่องอื่นๆด้วย นั่นคือตกหลุมรักนางเอกและอยากปกป้องเธอคนนั้น ถึงขนาดที่ว่าปิดกล้องไปแล้ว แต่ผมยังรู้สึกอยู่เลยว่าต้องปกป้องใครสักคน (หัวเราะ) กยอนอูเป็นผู้ชายที่หล่อมากๆ”
การแสดงซีรี่ส์ย้อนยุคเรื่องแรกเป็นยังไงบ้าง?
“สนุกดีครับ แต่ก็มีส่วนที่ยากลำบากอยู่ด้วยเหมือนกัน เพราะว่าการใช้คำแตกต่างกับคำที่ใช้ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ถึงจะไม่ใช่ซีรี่ส์ย้อนยุคทั่วๆไป แต่ก็ยังคงเป็นซีรี่ส์ย้อนยุคอยู่ดี ดังนั้นเวลาถ่ายทำ การพูดบทโดยใช้คำสมัยโบราณจึงเป็นเรื่องยาก นอกจากนี้ บทของผมก็ยังเป็นแกนหลักของซีรี่ส์อีกด้วย ในฉากที่ปรากฏตัวพร้อมกับองค์หญิงฮเยมยองเป็นฉากที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่พอเป็นฉากการเมืองก็จะมีเนื้อหาหนักและดูมืดมน การที่ผมจะต้องรักษาสมดุลระหว่างฉากสองประเภทนี้ (การปรับอารมณ์ให้ทันในแต่ละฉาก) จึงเป็นที่ยากลำบากที่สุด ถึงอย่างนั้น ก็เป็นซีรี่ส์ย้อนยุคที่มีความเป็นสมัยใหม่ สนุกสนาน และมีการเปลี่ยนชุดฮันบกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามในแต่ละฉาก”
ชุดฮันบกแต่ละชุดที่ใส่เข้าฉากดูคล้ายๆกันมาก
“ผมเองก็คิดว่าแต่ละชุดก็คล้ายๆกันตั้งแต่ก่อนถ่ายทำแล้วล่ะครับ (หัวเราะ) ตอนที่ใส่ก็คิดว่า “ดูยังไง ก็ดูคล้ายๆกันหมดนะ” (หัวเราะ)”
บทองค์หญิงฮเยมยองที่มีอายุเท่ากับกยอนอูทำให้องค์หญิงฮเยมยองปฏิบัติอย่างเป็นกันเองกับกยอนอูตั้งแต่เจอกันครั้งแรก

คุณใช้ความรู้สึกของตัวเองในขณะที่แสดงบทกยอนอูด้วยหรือไม่?
“ก่อนอื่นเลย คือการทำสมาธิก่อนเริ่มถ่ายทำกับคุณโอยอนซอ เวลาถ่ายทำ ก็จะมีทั้งนักแสดงที่แสดงตามบทในสคริปท์และนักแสดงที่แสดงตามประสบการณ์ชีวิตที่ตัวเองเคยพบเจอมา แต่การแสดงที่ออกมาก็มีทั้งส่วนที่คล้ายและแตกต่างกัน ดังนั้น พวกเราทั้งสองคนก็จะคุยกันว่าต้องแสดงยังไงให้พวกเราดูน่ารักและบรรยากาศดูสนุกสนานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนต้นเรื่อง พวกเราสองคนช่วยกันออกแบบการแสดง เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่า “เป็นคู่พระเอก-นางเอกที่น่ารักดีนะ” เท่านั้นก่อนในช่วงต้นเรื่อง เพราะเป็นซีรี่ส์โรแมนติกคอมเมดี้ ดังนั้นพวกเราจึงคุยกันเยอะมาก เพื่อให้การแสดงของเรามีบรรยากาศที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ ในฉากบู๊ก็ทำเหมือนกัน ฉากที่เราสองคนถ่ายทำร่วมกันมีเยอะมาก ผมกับคุณโอยอนซอเลยเริ่มสนิทกัน ดังนั้นเวลาถ่ายทำ ก็เลยแสดงความสนิทสนมนั้นออกมาในการแสดงของพวกเราด้วย”
คุณกับคุณโอยอนซอเข้าขากันได้ดีใช่ไหม?
“ผมเพิ่งเคยได้แสดงร่วมกับนางเอกที่มีอายุเท่ากันครั้งนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้น เลยรู้สึกว่าพวกเราสามารถทำความคุ้นเคยและสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว เป็นความสนิทสนมที่เกิดจากการที่พวกเราอายุเท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น พอผมเริ่มร้องเพลงว่า “ในช่วงเช้า~” ด้วยความที่สนิทกัน คุณยอนซอก็จะร้องต่อทันทีว่า “พระอาทิตย์สาดแสงเปล่งประกาย~” (ท่อนนึงของเพลงเปิดเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีของอนิเมชั่น เรื่อง “Honō no Tōkyūji: Dodge Danpei” ซึ่งมาจากการ์ตูนต้นฉบับของญี่ปุ่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเกมดอดจ์บอล) (หัวเราะ) เรื่องที่ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจกันมีเยอะมาก ดังนั้นตั้งแต่เริ่มถ่ายทำ พวกเราใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็คุ้นเคยกันจนคนรอบข้างต่างก็พูดว่า “เข้ากันได้ดีเลยนะ” เวลาที่ถ่ายทำแล้วสามารถแสดงเข้าขากันได้ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆเลยครับ”
กรุณาเล่าเรื่องเกี่ยวกับคุณโอยอนซอให้เราฟังหน่อย
“ในช่วงต้นเรื่อง ผมต้องแบกคุณยอนซอบ่อยมาก เพราะองค์หญิงฮเยมยองดื่มเหล้าหนักมาก (หัวเราะ) ดังนั้น กยอนอูก็เลยต้องแบกองค์หญิงที่ดื่มจนเมามายถึงขนาดที่ทรงตัวไม่อยู่ ซึ่งคุณยอนซอกังวลเรื่องน้ำหนักตัวของตัวเองอยู่ตลอด แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับผมก็คือ พอใส่ชุดฮันบกแล้วต้องไปแบกคุณยอนซอ ทำให้ผมเดินลื่นได้ง่ายมาก ดังนั้น ในฉากที่ผมต้องแบกคุณยอนซอแล้วเดินต่อไปสักระยะนึงนั้น กลายเป็นว่าผมเดินเหมือนจะลื่นไถลอยู่ตลอดเวลา ผมเลยเผลอจับต้นขาคุณยอนซออย่างแรงโดยที่ผมไม่รู้สึกตัว แต่พอถ่ายทำเสร็จจนกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว ผมก็จะมารู้เอาทีหลังว่าคุณยอนซอเป็นแผลฟกช้ำหลังจากนั้น ผมต้องขอโทษคุณยอนซอด้วยนะครับ (หัวเราะ) นอกจากนี้ ก็มีฉากที่คุณยอนซอจะต้องตีผม และผมใช้แขนทั้งสองข้างป้องตัวเองเอาไว้ แต่พอกลับมาถึงบ้านถึงได้รู้ว่าบนแขนผมมีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่เลยทีเดียว (หัวเราะ) ดังนั้นแล้ว ผมจึงคิดว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น “คู่รักคู่ร้าย” จะเหมาะกว่า (“ยัยตัวร้าย”) นะครับ เป็นความสนิทสนมที่เกิดจากการทำร้ายกันและกัน (หัวเราะ)”

 

ในสายตาคุณจูวอนคิดว่าผู้หญิงอย่างองค์หญิงฮเยมยองเป็นยังไงบ้างคะ?
“สำหรับผมคิดว่าเธอก็มีเสน่ห์ดีนะครับ (หัวเราะ) ก่อนการถ่ายทำก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวละครองค์หญิงฮเยมยองสักเท่าไหร่ แต่พูดถึงถ้าเป็นองค์หญิงก็น่าจะลำบากเอาการอยู่ แต่ถ้าเป็นองค์หญิงในยุคปัจจุบันก็น่าจะแตกต่างออกไป ยกตัวอย่างเช่น องค์หญิงในยุคสมัยนั้นไม่ได้รับพระราชทานอนุญาตจากพระราชาให้ออกนอกวังได้ตามอำเภอใจ มิหนำซ้ำ ยังไม่สามารถทำอะไรต่อมิอะไรตามความปรารถนาของตัวเองได้อีกด้วย ตอนถ่ายทำผมก็ยังคิดอยู่ว่า การเป็นองค์หญิงเนี่ยทั้งน่าอึดอัดและน่าสงสารเลยนะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แน่นอนว่าการเป็นองค์หญิงก็ต้องมีข้อดีอยู่ด้วยเหมือนกัน”
สิ่งที่เหมือนกันระหว่างคุณจูวอนและตัวละครกยอนอูคืออะไร?
“ผมเป็นนักแสดงประเภทที่ศึกษาบทและออกแบบการแสดงจากประสบการณ์ชีวิตหรืออารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง เพราะเป็นตัวละครกยอนอูที่ผมแสดง ดังนั้นจึงอาจจะมีส่วนที่เหมือนกับตัวตนที่แท้จริงของผมอยู่ด้วยมากเลยเหมือนกัน แต่จริงๆแล้ว ผมก็แสดงผ่านมุมมองของทั้งคนทั่วไปและมุมมองส่วนตัวของผมเองนั่นแหล่ะครับ”
สถานที่ถ่ายทำในต่างจังหวัดเป็นอย่างไรบ้าง?
“พวกเราถ่ายทำฉากที่มีสเกลใหญ่ที่เมืองนัมวอน (ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลี) เป็นสถานที่ถ่ายทำที่สวยงามมาก จนทำให้ผมตะลึงเลยว่าทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้ได้ยังไง ในระหว่างการถ่ายทำ ช่วงที่ผมต้องเดินทางไปถ่ายทำที่นั่น ผมมักจะได้ค้างประมาณ 1-2 วัน ดังนั้นถ้าพอมีเวลา ผมก็จะไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวหรือไม่ก็ไปทานอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อแถวๆนั้น”
ซีรี่ส์เรื่องนี้ คุณจูวอนมีโอกาสได้กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับโอจินซอก จากซีรี่ส์ Yong Pal (ออนแอร์เมื่อปี 2015 ทางช่อง SBS) เป็นครั้งที่ 2 การที่คุณถูกวางตัวเอาไว้เพื่อแสดงบทพระเอกในซีรี่ส์เรื่องนี้ คุณรู้สึกยังไงบ้าง?
“ใช่แล้วครับ เพราะผมกับผู้กำกับโอจินซอกเคยร่วมงานกันมาก่อนในซีรี่ส์เรื่องก่อนหน้านี้ ดังนั้นผมเลยรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นกับการร่วมงานกันอีกครั้ง จนถึงตอนนี้ ผมเองก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้กำกับมากหน้าหลายตา แต่สำหรับผู้กำกับโอ เขาเป็นคนที่พึ่งพาได้ครับ เขาเป็นคนประเภทที่ไม่ว่าจะเจอปัญหาแบบไหน เขาก็มักจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อีกทั้งเขายังช่วยสร้างบรรยากาศสนุกสนานในสถานที่ถ่ายทำอีกด้วย รวมกับบุคลิกที่ดึงดูดคนในกองถ่ายของเขา จึงทำให้เขาเป็นผู้กำกับที่สามารถออกคำสั่งหรือให้คำแนะนำแก่กองคนในกองไปพร้อมกับการทำงานร่วมกับทุกๆคนได้เป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นคนที่สนุกสนานและเป็นกันเองมาก ผมเลยคิดว่าการหวนกลับมาร่วมงานกันอีกในครั้งนี้ก็คงจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน พอได้ชมภาพหลังจากที่ตัดต่อแล้ว ผมก็รู้สึกเบาใจกับผลงานที่ถ่ายทำออกมาครับ”
คนที่ทำหน้าที่สร้างสีสันในกองถ่ายคือใคร?
“นักแสดงร่วมหลายคนเป็นคนตลกและสนุกสนานครับ! คุณยอนซอเองก็เป็นคนที่สดใสมีชีวิตชีวาอยู่ตลอด แล้วก็ยังมีคนที่ทำหน้าที่สร้างสีสันในกองถ่ายอีกหลายคนเลยครับ เช่น คุณรยูดัม (รับบทขัณฑียองชิน ขัณฑีประจำพระองค์ขององค์หญิงฮเยมยอง) คุณอีชิอน (รับบทบัณฑิตบังเซโฮ เพื่อนสนิทของกยอนอู)ฯ อาจเรียกได้ว่าทุกคนต่างก็เป็นคนสร้างสีสันในกองถ่ายครับ แถมผู้กำกับโอเองก็เป็นคนร่าเริงมากด้วย ในระหว่างการถ่ายทำ ผมรู้สึกว่าตัวเองหัวเราะหนักมากอยู่ตลอดเวลาเลยครับ”


สำหรับนักแสดงจองอุงอินที่มารับบทเสนาซ้ายจองกีจุนนั้นเป็นนักแสดงรุ่นพี่ที่คุณจูวอนเคยร่วมงานด้วยในซีรี่ส์ Yong Pal ในซีรี่ส์เรื่องนี้ บทของคุณทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างไร?
“ในซีรี่ส์เรื่องนี้ ความสัมพันธ์ของตัวละครที่เราสองคนแสดงแย่กว่าตอน Yong Pal อีกครับ (หัวเราะ) ในซีรี่ส์ Yong Pal ช่วงต้นเรื่อง ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ผมกับรุ่นพี่แสดงอาจจะไม่ค่อยดีนักก็จริง แต่ก็ค่อยๆพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น แต่กับซีรี่ส์เรื่องนี้ พวกเราเป็นศัตรูกันตลอดเรื่องเลยครับ อย่างไรก็ตาม การได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในซีรี่ส์เรื่องนี้ ทำให้ผมรู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อยเลยครับ รุ่นพี่อุงอินเองก็ให้ความเมตตาและแสดงความเป็นห่วงผมในหลายๆเรื่องครับ อีกทั้งเวลาถ่ายทำ รุ่นพี่ยังเป็นนักแสดงที่มีความสามารถในการรวบรวมสมาธิกับการถ่ายทำได้เป็นอย่างดีจนน่าทึ่งอีกด้วย ดังนั้นผมเลยได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากรุ่นพี่ครับ”
ซีรี่ส์เรื่องนี้เป็นซีรี่ส์ที่ถ่ายทำเก็บไว้เพื่อรอออนแอร์ หลังจากที่ปิดกล้องแล้ว คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?
“หลังจากที่ปิดกล้องไปแล้วผมก็ตัวเบาขึ้นเลยครับ แต่ความจริงแล้ว การถ่ายทำซีรี่ส์เก็บไว้เพื่อรอออนแอร์ตามกำหนดแบบนี้ค่อนข้างจะหนักและทำให้เป็นกังวลอยู่สักหน่อยนะครับ การถ่ายทำแบบนี้แตกต่างกับการถ่ายไปออนไปตรงที่ว่า เราไม่สามารถเช็คฟีดแบคของซีรี่ส์ในระหว่างที่ออนแอร์เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงหรือเตรียมการแสดงในตอนต่อๆไปได้ อีกอย่างคือการที่ต้องถ่ายทำตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้ายโดยที่ไม่รู้ถึงฟีดแบคของผู้ชมเลยก็เป็นเรื่องที่ทำให้กังวลอยู่เหมือนกันครับ แต่ผมก็มีโอกาสได้ดูภาพหลังจากที่ตัดต่อแล้วในระหว่างการถ่ายทำนะครับ แต่ผู้กำกับก็มักจะพูดกับผมว่า “ไม่เป็นไรหรอก” “ก็แสดงออกมาได้ดีอย่างที่ผมคิดเอาไว้นะ” เลยทำให้ผมรู้สึกโล่งใจและสนุกไปกับการถ่ายทำ พอคิดว่าผลลัพธ์ออกมาดีแล้วก็ทำให้ผมมีความเชื่อมั่นที่จะถ่ายทำต่อไป”
คิดว่าการถ่ายทำเก็บไว้เพื่อรอออนแอร์น่าจะได้เปรียบเรื่องเวลา แต่ความจริงแล้วเป็นยังไง?
“ผมเป็นอีกหนึ่งคนที่คิดว่าการถ่ายทำเก็บไว้เพื่อรออนแอร์สมควรนำมาใช้ในวงการซีรี่ส์เกาหลีโดยเร็วที่สุด การถ่ายทำแบบนี้เป็นวิธีการถ่ายทำที่สร้างขึ้นมาเพื่อมวลมนุษยชาติเลยล่ะครับ (หัวเราะ) วิธีการถ่ายทำแบบถ่ายไปออนแอร์ไปทำให้ต้องอยู่กองโต้รุ่งทุกวันๆ ถึงแม้จะมีข้อดี แต่ทั้งสตาฟกองถ่ายและนักแสดงต่างก็เหน็ดเหนื่อยกันมาก ดังนั้น ผมจึงคิดว่าการที่วงการซีรี่ส์เกาหลีนำวิธีการถ่ายทำแบบถ่ายไปออนแอร์ไปมาใช้สร้างสรรค์ผลงานซีรี่ส์จำนวนมาก และวิธีดังกล่าวก็เริ่มเป็นที่แพร่หลายและได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วนั้นเป็นเรื่องที่ดีครับ การถ่ายทำเก็บไว้เพื่อรอออนแอร์ทำให้บรรดานักแสดงรู้สึกว่าตนเองสามารถถ่ายทำซีรี่ส์ท่ามกลางบรรยากาศที่ตนเองสามารถรวบรวมสมาธิเพื่อการแสดงได้มากกว่าการถ่ายไปออนแอร์ไปน่ะครับ ไม่ใช่ว่าในการถ่ายทำฉากสำคัญๆกลับไม่มีเวลาสำหรับถ่ายทำอย่างสมเหตุสมผลและเหมาะสม ด้วยวิธีการถ่ายทำแบบนี้ ฉากที่จำเป็นต้องมีในซีรี่ส์ก็มีเวลาพอที่จะออกแบบ สร้าง ถ่ายทำ หรือแม้แต่ถ่ายซ่อม บรรดานักแสดงกับสตาฟกองถ่ายต่างก็มีเวลาได้พูดคุยปรึกษาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกองถ่ายไปด้วยกัน ผมคิดว่าถ้าสร้างบรรยากาศแบบนั้นให้เกิดขึ้นในกองถ่ายได้ก็จะทำให้สามารถสร้างซีรี่ส์ที่สมบูรณ์แบบแบบสุดๆได้ครับ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้การันตีนะครับว่าถ้าซีรี่ส์เรื่องนั้นๆออนแอร์แล้วจะไปได้สวยมากแค่ไหน”
คำถามสุดท้ายนะคะ อยากให้คุณจูวอนพูดอะไรสักหน่อยเกี่ยวกับซีรี่ส์เรื่องล่าสุด
“ซีรี่ส์เรื่องล่าสุดนี้เป็น..จะพูดยังไงดีล่ะ เป็นเหมือนกับของขวัญที่มอบให้แฟนๆ ก่อนที่ผมจะพักงานแสดงยาว เพราะว่าผมต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารที่กองทัพ จึงอยากจะทิ้งผลงานซีรี่ส์เอาไว้ให้เป็นของขวัญ ดังนั้นซีรี่ส์เรื่องล่าสุดนี้จึงให้ความรู้สึกแบบนั้นครับ”
∗ข้อมูลการออกอากาศ ซีรี่ส์เรื่อง “ยัยตัวร้าย (ชื่อเรื่องเดิมตามภาพยนตร์ต้นฉบับ)” อยู่ในระหว่างการออกอากาศ ทางช่อง KNTV เสาร์ – อาทิตย์ 20:45 – 22:00 น.
Thai Translation: Bewwy WiLa

Source: Japanese Magazine “もっと知りたい!韓國TVドラマ” Vol. 79 via Natty

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s