Hard working #JooWon and his way of waiting for his 30s

   
 

จูวอนผู้ทำงานอย่างหนักและหนทางการก้าวเข้าสู่วัย 30

 

นักแสดงจูวอนทำงานอย่างหนัก เขาเดบิวต์ในปี 2010 ด้วยละคร “Bread, Love and Dreams” และปรากฏตัวในภาพยนตร์หรือละคร 2-3 เรื่องทุกปี เขาไม่เคยหายหน้าไปเลยเป็นเวลา 5 ปีมาแล้ว หากมองย้อนกลับไปในปี 2006 ตอนที่เขาเริ่มเล่นมิวสิคัลเป็นครั้งแรก เขาก็เข้ามาในวงการมาเกือบ 10 ปีแล้ว

 

วัย 20 ของเขาดำเนินมาเช่นนี้ และเขากำลังจะก้าวเข้าสู่วัย 30 ในอีก 2 เดือน ตอนนี้เขามีนักแสดงรุ่นน้องทั้งชายและหญิงมากมาย เขามีละครอย่างเช่น “Bridal Mask” “Good Doctor” และ “Yong Pal” ที่เป็นเสมือนตัวแทนของเขา และได้รับฉายา “นักแสดงที่รับประกันได้”

 

จูวอนเป็นคนที่มองหาอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ เขาแสดงแบบตัวการ์ตูนในภาพยนตร์ 2 เรื่อง “Catch Me” และ “Fashion King – Movie” และครั้งนี้เขาก็ทำให้หลายคนได้ขนลุกในภาพยนตร์ทริลเลอร์ เขารับบทเป็นจางอูพี่ชายที่ตามหาฆาตกรที่ฆ่าน้องสาวของตัวเองในภาพยนตร์ทริลเลอร์ “It’s Him” เขาสงสัยในตัวมินยักกุก (ยูเฮจิน) ซึ่งเป็นคนที่เขาไม่อาจไว้ใจได้

 

“ผมอยากทำอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ ด้วยวัย 30 ที่กำลังจะมาถึงในภายหน้า ผมก็พบว่าผมต้องทำอะไรที่หนักๆโหดๆด้วย ในปีนี้ผมได้ทำทั้ง “Yong Pal” และ “It’s Him” พร้อมกัน ผมตั้งใจเลือกงานอย่างรอบคอบเพื่อที่ว่าผมจะได้ดูแปลกใหม่สำหรับทุกคน”

 

เมื่อเทียบกับผลงานที่ผ่านมา “It’s Him” เป็นงานที่หนักมากๆ อารมณ์ของเขาในภาพยนตร์นั้นเจ็บปวดเพราะเรื่องราวเริ่มต้นด้วยการตายของน้องสาว แม้ว่าจะมีผู้ต้องสงสัยแต่ตำรวจก็ไม่เชื่อจางอู ตำรวจจับเขาไว้ในห้องขังข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และเมื่อเจอผู้ต้องสงสัยหัวเราะเยาะใส่หน้า เขาก็เลยสติแตก

 

“ผมไม่รู้เลยว่าผมก็มีหน้าแบบนี้ด้วยในฉากห้องขัง ผมดูการตัดต่อแล้วผมก็ค้นพบใบหน้าใหม่ที่ผมมี มันยอดเยี่ยมมาก ผมดีใจกับเรื่องนี้เพราะผมคิดว่าการทำงานอย่างหนักของผมมันสะท้อนอยู่ในนั้น ผมทนไม่ได้ที่ต้องสูญเสียการควบคุมอารมณ์ของตัวเองไป ดังนั้นมันจึงยากมากเพราะว่าเป็นน้องสาวของผมเองที่ถูกฆ่า”

 

สาเหตุที่เขาคิดว่าทำให้เขาเป็นที่นิยมสำหรับผู้ชมทุกๆวัยก็คือการแสดงของตัวเอง เขากลายมาเป็นดาราดังด้วยละครเพียงแค่เรื่องเดียว แต่ประสบการณ์ของเขาในโลกของมิวสิคัลช่วยให้พรสวรรค์ของเขาเป็นที่ยอมรับ มันเป็นผลจากการทำงานอย่างหนัก เขาอ่านฉากของตัวเองหลายครั้งต่อวันเป็นเวลาหลายเดือน เขาฝึกใช้ภาษาถิ่นและโซฮยอนอูที่รับบทเป็นตำรวจในภาพยนตร์ก็ช่วยได้เพราะเขามากจากเขตชางวอน พวกเขานัดเจอกันในคาเฟ่ พูดคุยกันทางโทรศัพท์และส่งข้อความหากันเพื่อฝึกฝน ในที่สุดจูวอนก็สามารถพูดได้ดีไม่แพ้กับนักแสดงคนไหนที่มาจากเขตนั้นเลย

 

เขาเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสัญชาตญานโดยกำเนิดของตัวเองที่มุ่งแต่จะทำงานหนัก ระหว่างที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “SIU” เขาจำได้ว่าเขากำลังศึกษาบทอยู่แต่ก็ต้องมาเจอกับเรื่องบางอย่างที่ไม่คาดคิดในฉาก เขาได้เห็นว่านักแสดงรุ่นพี่ชายและหญิงจัดการกับสถานการณ์อย่างไรแล้วก็จดจำเอาไว้ ก่อนหน้านี้เขาอิงกับบทถึง 100% แต่ตอนนี้เขาจะอิงแค่ 40 – 60% แล้วก็แสดงสดเลยเสียเป็นส่วนใหญ่ นี่คือผลพวงจากประสบการณ์ที่เขาสร้างสมมาโดยตลอด หนังเรื่องนี้ได้สอนอะไรเขามากมาย และเขามีสิ่งที่จะพูดเกี่ยวกับยูเฮจินมากมาย

 

“ใครๆก็รู้ว่าเขาเป็นนักแสดงที่ดี ผมเคารพวิธีที่เขาเข้าถึงตัวละคร สิ่งที่เขาคิดไว้ในใจก่อนที่จะมาเข้าฉาก สิ่งที่เขาพูดกับผู้กำกับ แล้วก็เรื่องอื่นๆอีก แม้ว่ามันจะไม่ใช่ฉากของเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็คอยยืนข้างๆแล้วก็เสนอความคิด มันไมใช่เพื่อตัวเขาหรือตัวละครที่เขาแสดง แต่เป็นการทำเพื่อหนังเอง แล้วผมก็คิดได้ว่า ‘เขารักงานที่ทำจริงๆ’ ”

 

จูวอนไม่เคยจู้จี้จุกจิกเรื่องงานเลยและจะไม่มีวันเป็นอย่างนั้นแน่ๆ ในละครเขาสามารถเล่นสดได้ง่ายๆ และภาพยนตร์ก็ยังมีเวลาว่างให้คิดได้อีก ในมิวสิคัลเขาชอบที่ได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองและใช้พลังงานที่มีอยู่ล้นเหลือไปจนหมด มันไม่เกี่ยวกับว่าเขาได้ยืนอยู่ตรงไหน แต่เป็นเรื่องที่ว่าเขายืนอยู่อย่างไรมากกว่า สิ่งที่เขากังวลเริ่มมีมากขึ้นทีละนิดด้วยวัย 30 ที่กำลังใกล้เข้ามา

 

“ผมไม่สนใจว่าจะต้องแก่ลง แต่ผมกังวลเรื่องการแสดงของตัวเองมากกว่า มันไม่เป็นไรหรอกที่ผมจะเป็นเด็กหนุ่มๆตอนอายุ 20 แต่ผมต้องการให้มีสีสันมากขึ้นเมื่ออายุ 30 ผมอยากจะให้ผ่อนคลายมากขึ้นตอนอายุ 30 และ 40 เป็นคนที่ดูผ่อนคลายและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน มันทำให้ผมมีความสุข ผมอยากจะเป็นแบบ Ahn Seong-ki หรือ Robert De Niro”

 

– สิ่งที่โปรดิวเซอร์ “It’s Him” พูดถึงเกี่ยวกับจูวอน: “เขาเป็นเหมือนสหายที่ดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอดในสนามรบ เขามีนิสัยและมารยาทที่ดีแล้วยังฉลาดอีกด้วย เขาอายุยังน้อยแต่มีหัวใจที่อบอุ่น”

 

“เขาเป็นคนดีมากๆ เขาพยายามที่สนุกกับสถานการณ์ต่างๆอยู่เสมอ แล้วก็ไม่ลังเลที่จะทำ หรือว่าจะมีบ่นอะไรเลย”

 

Thai Translation: Natty

Source: http://www.hancinema.net/hard-working-joo-won-and-his-way-of-waiting-for-his-30s-87970.html
ฉากนี้ค่ะ ที่น้องเห็นการแสดงของตัวเอง อินเนอร์มาเต็มเลย…ขอบคุณน้องแนท. Natty Benjaporn มากๆค่ะ สำหรับคำแปลบทสัมภาษณ์…อ่านแล้วภูมิใจแทนคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกชายจิตใจดี มีความคิด มีความตั้งใจและทุ่มเทกับงานมาก เรารักคนไม่ผิดจริงๆ ยิ่งนานวันยิ่งรักมากขึ้น ขอให้น้องประสบความสำเร็จในอาชีพการแสดง ปีนี้ขอรางวัลเป็นการตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยให้น้องเถอะนะ โอมเพี้ยง!

  

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s