Hard working #JooWon and his way of waiting for his 30s

   
 

จูวอนผู้ทำงานอย่างหนักและหนทางการก้าวเข้าสู่วัย 30

 

นักแสดงจูวอนทำงานอย่างหนัก เขาเดบิวต์ในปี 2010 ด้วยละคร “Bread, Love and Dreams” และปรากฏตัวในภาพยนตร์หรือละคร 2-3 เรื่องทุกปี เขาไม่เคยหายหน้าไปเลยเป็นเวลา 5 ปีมาแล้ว หากมองย้อนกลับไปในปี 2006 ตอนที่เขาเริ่มเล่นมิวสิคัลเป็นครั้งแรก เขาก็เข้ามาในวงการมาเกือบ 10 ปีแล้ว

 

วัย 20 ของเขาดำเนินมาเช่นนี้ และเขากำลังจะก้าวเข้าสู่วัย 30 ในอีก 2 เดือน ตอนนี้เขามีนักแสดงรุ่นน้องทั้งชายและหญิงมากมาย เขามีละครอย่างเช่น “Bridal Mask” “Good Doctor” และ “Yong Pal” ที่เป็นเสมือนตัวแทนของเขา และได้รับฉายา “นักแสดงที่รับประกันได้”

 

จูวอนเป็นคนที่มองหาอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ เขาแสดงแบบตัวการ์ตูนในภาพยนตร์ 2 เรื่อง “Catch Me” และ “Fashion King – Movie” และครั้งนี้เขาก็ทำให้หลายคนได้ขนลุกในภาพยนตร์ทริลเลอร์ เขารับบทเป็นจางอูพี่ชายที่ตามหาฆาตกรที่ฆ่าน้องสาวของตัวเองในภาพยนตร์ทริลเลอร์ “It’s Him” เขาสงสัยในตัวมินยักกุก (ยูเฮจิน) ซึ่งเป็นคนที่เขาไม่อาจไว้ใจได้

 

“ผมอยากทำอะไรใหม่ๆอยู่เสมอ ด้วยวัย 30 ที่กำลังจะมาถึงในภายหน้า ผมก็พบว่าผมต้องทำอะไรที่หนักๆโหดๆด้วย ในปีนี้ผมได้ทำทั้ง “Yong Pal” และ “It’s Him” พร้อมกัน ผมตั้งใจเลือกงานอย่างรอบคอบเพื่อที่ว่าผมจะได้ดูแปลกใหม่สำหรับทุกคน”

 

เมื่อเทียบกับผลงานที่ผ่านมา “It’s Him” เป็นงานที่หนักมากๆ อารมณ์ของเขาในภาพยนตร์นั้นเจ็บปวดเพราะเรื่องราวเริ่มต้นด้วยการตายของน้องสาว แม้ว่าจะมีผู้ต้องสงสัยแต่ตำรวจก็ไม่เชื่อจางอู ตำรวจจับเขาไว้ในห้องขังข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และเมื่อเจอผู้ต้องสงสัยหัวเราะเยาะใส่หน้า เขาก็เลยสติแตก

 

“ผมไม่รู้เลยว่าผมก็มีหน้าแบบนี้ด้วยในฉากห้องขัง ผมดูการตัดต่อแล้วผมก็ค้นพบใบหน้าใหม่ที่ผมมี มันยอดเยี่ยมมาก ผมดีใจกับเรื่องนี้เพราะผมคิดว่าการทำงานอย่างหนักของผมมันสะท้อนอยู่ในนั้น ผมทนไม่ได้ที่ต้องสูญเสียการควบคุมอารมณ์ของตัวเองไป ดังนั้นมันจึงยากมากเพราะว่าเป็นน้องสาวของผมเองที่ถูกฆ่า”

 

สาเหตุที่เขาคิดว่าทำให้เขาเป็นที่นิยมสำหรับผู้ชมทุกๆวัยก็คือการแสดงของตัวเอง เขากลายมาเป็นดาราดังด้วยละครเพียงแค่เรื่องเดียว แต่ประสบการณ์ของเขาในโลกของมิวสิคัลช่วยให้พรสวรรค์ของเขาเป็นที่ยอมรับ มันเป็นผลจากการทำงานอย่างหนัก เขาอ่านฉากของตัวเองหลายครั้งต่อวันเป็นเวลาหลายเดือน เขาฝึกใช้ภาษาถิ่นและโซฮยอนอูที่รับบทเป็นตำรวจในภาพยนตร์ก็ช่วยได้เพราะเขามากจากเขตชางวอน พวกเขานัดเจอกันในคาเฟ่ พูดคุยกันทางโทรศัพท์และส่งข้อความหากันเพื่อฝึกฝน ในที่สุดจูวอนก็สามารถพูดได้ดีไม่แพ้กับนักแสดงคนไหนที่มาจากเขตนั้นเลย

 

เขาเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับสัญชาตญานโดยกำเนิดของตัวเองที่มุ่งแต่จะทำงานหนัก ระหว่างที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “SIU” เขาจำได้ว่าเขากำลังศึกษาบทอยู่แต่ก็ต้องมาเจอกับเรื่องบางอย่างที่ไม่คาดคิดในฉาก เขาได้เห็นว่านักแสดงรุ่นพี่ชายและหญิงจัดการกับสถานการณ์อย่างไรแล้วก็จดจำเอาไว้ ก่อนหน้านี้เขาอิงกับบทถึง 100% แต่ตอนนี้เขาจะอิงแค่ 40 – 60% แล้วก็แสดงสดเลยเสียเป็นส่วนใหญ่ นี่คือผลพวงจากประสบการณ์ที่เขาสร้างสมมาโดยตลอด หนังเรื่องนี้ได้สอนอะไรเขามากมาย และเขามีสิ่งที่จะพูดเกี่ยวกับยูเฮจินมากมาย

 

“ใครๆก็รู้ว่าเขาเป็นนักแสดงที่ดี ผมเคารพวิธีที่เขาเข้าถึงตัวละคร สิ่งที่เขาคิดไว้ในใจก่อนที่จะมาเข้าฉาก สิ่งที่เขาพูดกับผู้กำกับ แล้วก็เรื่องอื่นๆอีก แม้ว่ามันจะไม่ใช่ฉากของเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เขาก็คอยยืนข้างๆแล้วก็เสนอความคิด มันไมใช่เพื่อตัวเขาหรือตัวละครที่เขาแสดง แต่เป็นการทำเพื่อหนังเอง แล้วผมก็คิดได้ว่า ‘เขารักงานที่ทำจริงๆ’ ”

 

จูวอนไม่เคยจู้จี้จุกจิกเรื่องงานเลยและจะไม่มีวันเป็นอย่างนั้นแน่ๆ ในละครเขาสามารถเล่นสดได้ง่ายๆ และภาพยนตร์ก็ยังมีเวลาว่างให้คิดได้อีก ในมิวสิคัลเขาชอบที่ได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองและใช้พลังงานที่มีอยู่ล้นเหลือไปจนหมด มันไม่เกี่ยวกับว่าเขาได้ยืนอยู่ตรงไหน แต่เป็นเรื่องที่ว่าเขายืนอยู่อย่างไรมากกว่า สิ่งที่เขากังวลเริ่มมีมากขึ้นทีละนิดด้วยวัย 30 ที่กำลังใกล้เข้ามา

 

“ผมไม่สนใจว่าจะต้องแก่ลง แต่ผมกังวลเรื่องการแสดงของตัวเองมากกว่า มันไม่เป็นไรหรอกที่ผมจะเป็นเด็กหนุ่มๆตอนอายุ 20 แต่ผมต้องการให้มีสีสันมากขึ้นเมื่ออายุ 30 ผมอยากจะให้ผ่อนคลายมากขึ้นตอนอายุ 30 และ 40 เป็นคนที่ดูผ่อนคลายและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน มันทำให้ผมมีความสุข ผมอยากจะเป็นแบบ Ahn Seong-ki หรือ Robert De Niro”

 

– สิ่งที่โปรดิวเซอร์ “It’s Him” พูดถึงเกี่ยวกับจูวอน: “เขาเป็นเหมือนสหายที่ดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอดในสนามรบ เขามีนิสัยและมารยาทที่ดีแล้วยังฉลาดอีกด้วย เขาอายุยังน้อยแต่มีหัวใจที่อบอุ่น”

 

“เขาเป็นคนดีมากๆ เขาพยายามที่สนุกกับสถานการณ์ต่างๆอยู่เสมอ แล้วก็ไม่ลังเลที่จะทำ หรือว่าจะมีบ่นอะไรเลย”

 

Thai Translation: Natty

Source: http://www.hancinema.net/hard-working-joo-won-and-his-way-of-waiting-for-his-30s-87970.html
ฉากนี้ค่ะ ที่น้องเห็นการแสดงของตัวเอง อินเนอร์มาเต็มเลย…ขอบคุณน้องแนท. Natty Benjaporn มากๆค่ะ สำหรับคำแปลบทสัมภาษณ์…อ่านแล้วภูมิใจแทนคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกชายจิตใจดี มีความคิด มีความตั้งใจและทุ่มเทกับงานมาก เรารักคนไม่ผิดจริงๆ ยิ่งนานวันยิ่งรักมากขึ้น ขอให้น้องประสบความสำเร็จในอาชีพการแสดง ปีนี้ขอรางวัลเป็นการตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยให้น้องเถอะนะ โอมเพี้ยง!

  

Advertisements

i Weekly Interview – Breaking Through The Mould Of An Introvert

  

ทำลายทุกกฏของคนเก็บตัว

พัฒนาความสามารถอย่างไร?

เขาถูกนับให้เป็นนักแสดงชายของเกาหลีที่ร้อนแรงสุด ๆ ในปีนี้ ในชั้นบรรยากาศแห่งฮันรยู โลกที่เปี่ยมไปด้วยอปป้า(พี่ชายในภาษาเกาหลี) YongPal ทำเรตติ้งสูงถึง 20% ก้าวขึ้นมาเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดของปี 2015 ด้วยความมุ่งมั่นที่มีต่องานและตารางงานที่แสนสาหัสตลอดทั้งปี เขาทุ่มทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนไปกับงานของเขา แต่เราก็ยังแทบจะไม่ได้ยินเรื่องราวของเขาจากสื่อเลย บทบาทที่ได้รับอยู่ประจำมักจะเป็นบทบาทของอัจฉริยะ และมีเพียงครั้งเดียวที่เขารับบทเป็นคนบกพร่องด้านการเรียนรู้ เขาคือจูวอนอย่างนั้นหรือ? และเขาอยากจะบอกคุณว่า “ผมไม่ใช่คนบ้าบิ่น”
หากเทียบความโด่งดังที่เขามีกับบุคลิกที่มีชีวิตชีวา ดูเหมือนว่าเขาค่อนข้างจะคนเงียบและเคร่งขรึม แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่บุคลิกของเขาเท่านั้น เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก เขาเป็นคนเก็บตัวและเรียบร้อย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนตัวเอง เขาจึงลงเรียนการแสดง และได้ค้นพบเป้าหมายในชีวิตโดยไม่ตั้งใจ จากเด็กน้อยที่อ่อนน้อม เขาค่อย ๆ ก้าวมาเป็นคนดัง แม้โชคชะตาจะถูกเขียนขึ้นใหม่อีกครั้ง แต่นิสัยเดิมของเขาก็ยังคงอยู่
ชายหนุ่มวัย 29 ปี แต่ก็ยังขี้อาย

จากที่เห็น เขาใช้เวลา 80% ไปกับการตั้งใจฟังสิ่งที่ล่ามพูด 10% ไปกับการมองโต๊ะ และเหลืออีก 10% ไว้มองผู้สัมภาษณ์ ไม่ใช่ว่าเขาทำตัวเหินห่าง หลังจากช่วงถ่ายรูปเสร็จสิ้นลง เขาก็หย่อนก้นลงบนเก้าอี้เพื่อให้สัมภาษณ์ และสิ่งแรกที่เขาทำก็คือส่งยิ้มและคว้าลูกอมบนโต๊ะมาทาน มันเหมือนฉันกำลังมองดูเด็กเล็ก ๆ ที่แอบขโมยขนมโดยไม่ได้รับอนุญาต และในยามที่เขาตื่นเต้น เขาก็จะเริ่มทำไม้ทำมือตามสิ่งที่เขาพูด
แต่ละคำถามได้รับคำตอบเป็นอย่างดี แม้จะดูเหมือนว่าคำถามพวกนั้นเขาได้ตอบมันมานับครั้งไม่ถ้วน ตลอดระยะเวลาการสัมภาษณ์ที่ยาวนานที่เขามีมาก่อนหน้านี้
ตั้งแต่เดบิวต์ เขารับบทนำมามากมาย และการปรากฏตัวของเขาก็เป็นเหมือนการรับประกันเรตติ้ง ทำให้เขาได้รับฉายาว่า “Ratings Man” ซึ่งมันทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตา ทุกคนต่างจับจ้องไปที่ความสำเร็จของเขา เมื่อเขาได้รับข้อเสนอจาก “Tomorrow Cantabile” งานที่ไม่ประสบความสำเร็จ(ในด้านเรตติ้ง) เมื่อปีที่แล้ว ในจุดอ่อนก็ยังคงมีจุดแข็ง
เขาจะเข้ารับการเกณฑ์ทหารในปลายปีหน้า และนี่ก็เป็นช่วงเวลาที่คนดังมักจะรู้สึกวิตกกังวลกับอาชีพของพวกเขา แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เขาก็ยังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกาหลีว่า “จะมีคนที่ลืมผม แต่ก็ยังมีคนที่จะไม่ลืม ผมมั่นใจว่า เมื่อผมกลับมา ผลลัพธ์จะออกมาดี ถึงแม้จะต้องเริ่มต้นใหม่ ก็ไม่เป็นไรครับ” พร้อมที่จะต่อสู้ด้วยความมั่นใจเต็มพิกัด – เสน่ห์ของลูกผู้ชาย

.

ต้นกำเนิดของนักแสดงที่ชื่อจูวอน… ตอนที่เป็นเด็ก ผมเป็นคนที่เก็บตัวสุด ๆ ตอนที่เรียนมัธยมต้น (อายุประมาณ 15 ปี) ผมก็เริ่มมาคิดว่าอยากจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ เลยตัดสินใจเรียนการแสดงประสบการณ์ครั้งแรกของผมในการแสดงทำเอาผมตื่นตาตื่นใจมาก ผมสนุกกับการแสดง มันทำให้ผมได้เรียนรู้วิธีการแสดงออก การที่ได้เห็นปฏิกิริยาของผู้ชมตอนที่แสดงอยู่ ทำให้ผมมีความสุขมาก พอเข้ามหาวิทยาลัย ผมตัดสินใจเลือกเอกการแสดง และเริ่มเข้าร่วมการทดสอบบทมาตลอด และด้วยแบบนี้เองมันทำให้ผมค้นพบตัวเองในโรงละคร
เหตุผลที่ผมเป็นผม…ผมคิดว่าอะไรที่จะทำให้ผมแตกต่างไปจากแบบเดิม ๆ ที่ผมเป็น สิ่งนั้นอาจจะช่วยเติมเต็มสิ่งที่แต่ละบทบาทต้องการในฐานะนักแสดง ในตอนนั้น ผมทำอะไรไม่ได้นัก ผมไม่กลัวที่จะต้องเปลี่ยนแปลง และมักจะประสบความสำเร็จกับบทที่นักแสดงคนอื่นพยายามที่จะหลีกเลี่ยง
นายแสนดีของทุกคน…ผมไม่เคยมองตัวเองว่าเป็นคนดีเลย ผมแค่พยายามที่จะนึกถึงคนอื่นตามกาละเทศะ แต่ผมก็ยอมรับว่าการที่ต้องคำนึงถึงทุกสิ่ง และการพินิจพิจารณาความรู้สึกของทุกคนเป็นเรื่องที่ยากและเหน็ดเหนื่อย แต่ผมก็หวังว่าความประทับใจที่ทุกคนมีต่อผมก็คือการที่ผมเป็นคนดีคนหนึ่ง ด้วยสิ่งนี้ ผมเชื่อว่าถ้าเรามองทุกสิ่งอย่างด้วยหัวใจและเมตตา ทุกอย่าง ๆ จะออกมาดีครับ
บทบาทที่ไม่อาจลืม…บทที่สร้างความประทับใจแบบฝังลึกให้กับผม ก็คือบทที่ทำให้ผมสนใจมากที่สุด และบทนั้นก็คือบทที่ผมแสดงใน “Good Doctor” ผมรับบทเป็นหมอที่มีอาการออทิสติกซาวองค์ ตอนนั้นผมค่อย ๆ พินิจพิเคราะห์อย่างดี ว่าจะแสดงบทนี้อย่างไร ผมอยากให้ผู้คนเข้าใจอาการนี้อย่างถูกต้องเท่าที่จะเป็นไปได้มากขึ้นผ่านการแสดงของผม มันยากมาก ๆ แต่ผมคิดว่าผลของมันออกมาดี และเป็นอะไรที่ผมพอใจเป็นอย่างมาก

 

จุดเปลี่ยนในอาชีพ… ผมคิดว่าจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในอาชีพผมก็คือการแสดงภาพยนตร์ ครั้งแรกที่ผมแสดงใน “Special Investigations Unit” ระหว่างที่การถ่ายทำดำเนินไป ผมได้พบว่าตัวเองได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายจากรุ่นพี่ นอกจากนี้ผมยังได้เรียนรู้ว่าจะปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในการถ่ายทำ และจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ในกองถ่ายอย่างไร
การเปลี่ยนแปลงรองลงมาเกิดขึ้นระหว่างที่ผมถ่ายทำ “That Guy” คุณเคยทำอะไรสักอย่างด้วยการทุ่มทั้งความรู้สึกและทุกความต้องการของคุณลงไปกับสิ่งนั้น แล้วปล่อยให้มันเป็นไปตามความต้องการของมันไหมครับ คุณคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทุกบทที่ผมเคยแสดงมาก่อนหน้านี้ ทั้งอารมณ์และปฏิกิริยาที่แสดงออกจะถูกผมควบคุมไว้เป็นอย่างดี แต่มาถึงเรื่องนี้ เป็นครั้งแรกที่ผมปล่อยให้มันเป็นไป และปล่อยให้อารมณ์มาควบคุมผม ผมเชื่อว่านี้เป็นจุดเปลี่ยนจุดที่สองของผม
จูวอน VS ยงพัล ถ้าดูจากบทของคิมแทฮยอน พูดได้เลยว่าบทนี้ใช้ชีวิตด้วยความตื่นเต้นหวาดเสียวมาตั้งแต่เริ่ม ผมแตกต่างจากเขาเป็นอย่างมาก ผมไม่ใช่คนที่บ้าบิ่น สิ่งที่สะท้อนให้ผมเห็นในคาแรคเตอร์ของเขาก็คือความจงรักภักดีที่เขามีต่อคนที่เขารัก ลึก ๆ แล้วเขาเป็นคนที่เรียกร้องหาความยุติธรรม ค่านิยมของเขานั้นแข็งแรงและเข้มแข็งมาก เขาเต็มใจที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อน้องสาวของเขา ผมไม่รู้ว่าในชีวิตจริง ถ้าเป็นผม จะทำได้อย่างที่แทฮยอนทำหรือเปล่า แต่ผมคิดว่าถ้าต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่คล้าย ๆ กัน ผมก็จะยอมเสี่ยงทำทุกอย่างเพื่อคนที่ผมรัก
ได้มาสนิทสนมกับนางฟ้า…สำหรับการที่ได้แสดงคู่กับคิมแตฮี แค่คิดว่าได้แสดงคู่กับนักแสดงที่สวย ๆ ก็ดีมากแล้วครับ ผมรู้สึกว่าการที่ได้มีโอกาสทำงานกับคนที่ยอดเยี่ยมก็ถือเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ ของผมแล้ว ระหว่างการถ่ายทำ เราพูดคุยกันบ่อยมาก ๆ พูดคุยกันเกือบจะทุกเรื่อง แม้ความสัมพันธ์ของเราจะเป็นเหมือนรุ่นพี่-รุ่นน้อง แต่เธอก็ทำให้ผมรู้สึกสบายใจ เธอดูแลผมแบบไม่ให้รู้สึกว่ามีช่องว่างระหว่างเราสองคนเลยครับ ตรงนี้เองที่ช่วยทำให้เราทำงานเข้าขากันได้ดี ผมต้องขอบคุณเธอสำหรับสิ่งนี้ครับ  
เราเตรียมตัวสำหรับคิสซีนยังไง?(หัวเราะ) แปรงฟัน สงบสติอารมณ์ เป็นปกติครับที่จะมีความกังวลในตอนที่ถ่ายคิสซีนครั้งแรก และผมก็รู้สึกกระวนกระวายใจกับเรื่องนี้ แต่ระหว่างที่ถ่ายทำไป เรามีคิสซีนในละครค่อนข้างเยอะ เราค่อย ๆ คุ้นเคยกับมัน แล้วความรู้สึกในละครก็ค่อย ๆ พัฒนาไปเองตามธรรมชาติ ทำให้เราแสดงออกมาได้เหมือนกับคู่รัก
ความสามารถที่ซ่อนไว้….ความสามารถพิเศษที่ผมไม่รู้ (หัวเราะ) อาจจะเป็นที่ผมสามารถทำให้ผู้คนรอบตัวรู้สึกสบายใจ และมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกัน ผมรู้สึกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในกองถ่ายคือการที่ทุกคนทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน ไปในทิศทางเดียวกัน ทุกวันนี้ นักแสดงนำทั้งชายและหญิงของวงการบันเทิงเกาหลีมีตารางงานที่แน่นมาก ๆ และเป็นอยู่บ่อย ๆ ที่แทบจะไม่ได้นอนหรือพักผ่อนเลย แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้เรายังคงรู้สึกปลอดภัย มั่นคง ก็คือบรรยากาศในกองถ่ายที่ดี
ผมเป็นคนง่าย ๆ แล้วก็ไม่คิดอะไรมากมาย เวลาที่ทำงาน ผมจะพยายามตั้งใจสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี เพราะผมเชื่อว่าการทำแบบนี้จะทำให้คนที่ทำงานกับผม ทำงานได้ง่ายขึ้น
ชายผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อเรตติ้ง…ในอีกมุมหนึ่ง ผมรู้สึกขอบคุณที่ละครออกมาดี และได้รับรางวัลมากมาย แต่ผมก็รู้ว่าสิ่งนี้จะมาพร้อมกับความคาดหวัง เหรียญมักจะมีสองด้านเสมอ เมื่องานออกมาดี ก็จะมีคนพูดว่า “นี่จะเป็นการการันตีงานต่อไปของคุณ” แล้วตอนนั้นเองที่เราจะรู้สึกว่าจะต้องได้เจอกับความคาดหวังแบบนี้ไปตลอด เมื่อทุกคนเรียกคุณว่า “ชายผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อเรตติ้ง” ตอนนี้เองที่คุณรู้สึกว่ามันเป็นภาระ
มีบางอย่างที่ทำให้ผมมีความสุขมากจริง ๆ มันคือข้อความที่ผมได้มาจากผู้กำกับ YongPal เขาบอกว่า เขาได้พบกับนักแสดงเก่ง ๆ มาก็หลายคน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับนักแสดงที่ทำให้เขารู้สึกว่าได้ทำงานกับคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน ข้อความนี้มีความหมายกับผมเป็นอย่างมาก ผมจะตั้งใจทำงานต่อไป เพื่อเป้าหมายของผมเองและคนรอบข้าง
ในสิ่งไม่ดี ก็ยังมีสิ่งดี…สิ่งที่ตรงกันข้ามกับความโด่งดังที่ได้รับ ชีวิตของผมไม่ได้ราบรื่นเลย แม้ผมจะทำบางงานจนประสบความสำเร็จ แต่ “Tomorrow Cantabile” งานเมื่อปีที่แล้วของผม ได้ผลตอบรับที่ไม่ดีเท่าไหร่นักหากเทียบกับมาตรฐานความสำเร็จทั่วไป
สำหรับผม…ผมรู้สึกว่างานชิ้นนี้ช่วยเพิ่มประสบการณ์ด้านการแสดงและทำให้ผมมีเพื่อนมากขึ้น ในขณะที่ใคร ๆ ก็พากันมองว่ามันเป็นงานที่ล้มเหลว แต่มันก็ทำให้ผมได้เห็นว่าละครแบบไหนที่คนส่วนใหญ่ไม่ชอบ นี่คือจุดที่ผมได้เรียนรู้ ผมจะไม่ท้อแท้ง่าย ๆ หรือคิดวุ่นวายอยู่กับเรื่องนี้ ผมเลือกที่จะมองในสิ่งที่ดี เรียนรู้และเติบโตจากความล้มเหลวนี้ ชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละครับ
มีความสุขกับความเรียบง่าย…ผมเป็นคนคิดเยอะ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ทำให้คิดมากได้หมด ตอนที่ผมเป็นเด็ก ผมมักจะคิดถึงอะไรประมาณว่า “ความหมายของการแต่งงานคืออะไร? อะไรที่จะนำพาความสุขมาสู่ชีวิต?” คำถามพวกนี้ เป็นคำถามที่ผมยังไม่ได้รับคำตอบ… 
อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดที่ได้เป็นนักแสดงที่ชื่อจูวอน? นี่อาจจะเป็นคำถามที่ยากที่สุดในชีวิตคน ๆ หนึ่งเลยก็เป็นได้ (หัวเราะ) ผมเชื่อว่า ความสุขจะมาจากเรื่องง่าย ๆ ในชีวิต ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่เราทำงานเสร็จ มันมักจะมีความรู้สึกทั้งสุขทั้งทุกข์ปะปนกันไป ทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ แล้วก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการโปรโมทไปทั่วประเทศ ได้พบกับแฟน ๆ ที่กระตือรือร้น เป็นแฟน ๆ ที่ชอบงานของผม และผมก็สนุกที่ได้ทำงานกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น เรื่องพวกนี้เป็นความสุขทั้งนั้นเลยครับ เรื่องต่อไปที่ผมกำลังรอก็คือ That Guy ภาพยนตร์เรื่องใหม่ ผมไม่รู้ว่าจะออกมาดีแค่ไหน แต่ตัวอย่างภาพยนตร์ก็ดูดีมาก มันเหมือนเวลาที่เราหว่านเมล็ดพันธ์แล้วได้ดูมันผลิดอกออกผล นี่เป็นช่วงที่เข้าสู่กระบวนการที่ทำให้ผมมีความสุขในฐานะนักแสดง
จูวอน นับจากนี้ไปอีก 5 ปี…ผมคาดว่าผมจะยังเป็นนักแสดงอยู่ และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ในตอนนั้นผมจะต้องมีประสบการณ์มากขึ้น ผมหวังว่าจะได้รับบทบาทที่หลากหลาย และยังคงทำในสิ่งที่ท้าทายตัวเอง ในอีก 5 ปีข้างหน้า ผมก็ยังหวังว่าจะมีแฟน มีคนที่สามารถคิดเรื่องการแต่งงานอย่างจริงจังกับเธอได้ แล้วในที่สุดก็อาจจะไปฮอลลีวู้ด และก็หวังว่าผมจะสามารถสอนคนอื่น ๆ เรื่องการแสดงได้
หนึ่งวันของอปป้า

ชายขาเหล็ก

เห็นได้ชัดว่านอกจากการแสดงแล้ว เขาก็ไม่ได้สนใจอย่างอื่นมากนัก เขาชอบที่จะใช้เวลาว่างไปกับการวิ่งจ๊อกกิ้งหรือเดินออกกำลัง “แม้จะไม่ได้ไปต่างประเทศ แต่ก็มีที่สวย ๆ ในโซลหลายที่ให้เลือกไป ผมชอบที่จะเที่ยวไปรอบ ๆ โซล” เขาเคยทำสถิติเดินได้ถึง 10 km ผ่านย่านการค้าในโซล และเราก็มีหลักฐานเป็นภาพที่เขาถ่ายแต่ละสถานที่ และผู้คนที่ได้พบเจอระหว่างทาง เป็นภาพที่เขาแชร์ให้เราได้เห็นในอินสตาแกรมของเขา
พลังของแฟนคลับ

เมื่อมีเวลาว่างอปป้าทำอะไรบนเว็บไซต์? “ผมมักจะเข้าไปในแฟนไซต์อยู่บ่อย ๆ และพยายามที่จะตอบอย่างน้อยสัก 10 ข้อความต่อวัน ผมได้รับพลังและกำลังใจอันยิ่งใหญ่จากแฟน ๆ อยู่เสมอ”
ชอบสะเต๊ะที่สุด

ระหว่างที่อยู่ที่นี่เพื่อโปรโมทละครเรื่องล่าสุดของเขาในเดือนตุลาคม อาหารจานไหนกันที่เขาชอบมากที่สุด? “นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาสิงคโปร์ ก่อนจะมา ผมถาม”คิมซูฮยอน” เกี่ยวกับที่นี่ เพราะว่าเขาเคยมาทำงานที่นี่มาก่อน เขาแนะนำให้ผมลองทานสะเต๊ะ แล้วผมก็ชอบมันมากครับ!”
YongPal จะออกอากาศอีกครั้งทาง Channel ONE ในวันเสาร์ เวลา 14.30 น. (เวลาท้องถิ่น) เริ่มตอนแรก 7 พฤศจิกายน (StarHub channels 820, 823, และ Singtel TV channel 513)
ข้อมูลเบื้องต้นของจูวอน

วันเดือนปีเกิด : 30 กันยายน 1987

ส่วนสูง : 185 cm
ลักษณะนิสัย : สุภาพบุรุษที่มักจะเคร่งเครียดเกินไปเป็นประจำ: เขาไม่สามารถบอกได้ว่าคนอื่นกำลังล้อเล่นหรือจริงจัง และเพื่อนของเขาคิดว่านี่มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเลย
ความทนต่อแอลกอฮอล์ : เขาดื่มไม่ได้ ตาของเขาจะเริ่มแดงหลังจากดื่มโซจูไปเพียงสองแก้ว มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาพยายามจะดื่มเบียร์และคุยกับรุ่นพี่ยูเฮจิน แต่ก็ลงเอยด้วยการฟุบหลับไปจนถึงเช้าอีกวัน
ชอบ: เดิน, ดื่มกาแฟและร้องไห้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาร้องไห้อย่างหนักในขณะที่กำลังซ้อม สร้างความกังวลให้กับนักแสดงหญิงที่แสดงกับเขาเป็นอย่างมาก
ไม่ชอบ : ที่ ๆ พลุกพล่านเกินไป เขาไม่ทานตีนไก่และซุนแด
ประวัติการเดท : เขาเดทเพียง 2 ครั้ง หลังจากเดบิวต์งานก็ยุ่งมากและถึงแม้จะมีใครที่เขาสนใจ เขาก็ไม่มีเวลามากพอที่จะสนใจ และเมื่อหมดเวลา ก็แค่แยกจากกันไป
การจัดการด้านการเงิน : พ่อแม่ของเขาเป็นคนดูแลรายได้ของเขา และเขารับเงินจากพ่อแม่เป็นรายเดือน เป็นค่าใช้จ่าย
การศึกษา : เขาได้คะแนนสูงสุดจากชั้นเรียนการแสดงตอนที่เรียนไฮสคูล และจบการศึกษาด้านการแสดงจากมหาวิทยาลัยซองยุนกวาน ปัจจุบันเขากำลังเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยคอนกุก
Ratings King : King of Baking, Kim Tak Gu 50.8%, Ojakgyo Brothers 36.3%, Gaksital 22.9%, Good Doctor 21.5%, YongPali 21.5%
Source: i 周刊, i-Weekly

Text: 王莉雁

Photo :Ealbert Ho

English translation: gilaswan https://joowoncutie.wordpress.com/

Thai translation: @Bua2be / Joo Won Thailand Fanclub.

โปรดนำออกไปพร้อมเครดิตเต็ม

JooWon : Growing up and shedding his boyish imag

  

จูวอน : สลัดภาพเด็กน้อย เป็นหนุ่มเต็มตัวแล้ว

ทุกคนคงชอบเวลานักแสดงทำโปรเจคหนึ่งจบไปแล้วต่อด้วยการเดินสายให้สัมภาษณ์ และจูวอนก็ควบ 2 หน้าที่เลย โดยการส่งท้ายละคร “ยงพัล” และโปรโมตหนังเรื่องใหม่ “That Man” 
ซึ่งแฟนๆก็ดีใจกันถ้วนหน้าเพราะจูวอนให้สัมภาษณ์แบบไม่พักไม่ผ่อน เราคัดบทสัมภาษณ์บางส่วนเกี่ยวกับโปรเจคต่างๆ ตารางทำงาน การเข้ากรม และอีกมากมายมาให้ได้อ่านกัน 
จูวอนพูดถึง “ยงพัล” ว่าเป็นงานหินงานหนึ่งเลย ใน 60 ซีนต่อ 1 ตอน จูวอนเข้าฉาก 50 ซีน ทั้งตารางถ่ายละครที่แน่นเอี๊ยด ทั้งความกดดันที่อยากจะรักษาเรตติ้งให้คงตำแหน่งสูงสุดไว้ให้ได้ (เรตติ้งสูงสุดคือ 21.5% ซึ่งเราไม่น่าจะได้เห็นเรตติ้งขนาดนี้ในมินิซีรีส์อีกแล้ว) ก็สมควรแล้วที่จะเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่ผลที่ตามมาก็คุ้มค่ามาก 
“หัวใจผมยังเต้นไม่ปกติเลยนะ ร่างกายและจิตใจยังอ่อนเพลียอยู่ ผมเคยทำโปรเจคหนักกว่านี้มาก่อนนะ แต่ครั้งนี้มีความกดดันและเครียดเรื่องเรตติ้งด้วย ผมเครียดขนาดที่ว่ามันแสดงออกมาทางสีหน้าเลย” 
จูวอนให้สัมภาษณ์ในนิตยสาร Singles ฉบับเดือนพฤศจิกายนที่ทำให้ชาวสื่อพูดถึงเขากันยกใหญ่ จูวอนบอกว่า “พี่คิมแตฮี ไม่ใช่แค่เป็นคนสวยแต่ยังจิตใจดีด้วย ยิ่งมองยิ่งมีเสน่ห์” 
เรื่องการเดต “ผมอยากออกเดตนะ!อยากเจอคนที่อยู่ด้วยแล้วทั้งผมและคนรอบข้างรัก คนที่เจอแล้วไม่ต้องกังวลอะไร ไม่จำเป็นต้องเป็นนักแสดงหรือกังวลเรื่องอายุ แต่ผมไม่ชอบผู้หญิงเซ็กซี่ ผมชอบแบบน่ารักๆ มาคิดๆดูผมไม่เคยเดตกับผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า เคยแต่ที่อายุเท่ากัน” 
สำหรับคนที่เกิดปี 1987 คงต้องนึกถึงเรื่องการเข้ากรมแล้ว และจูวอนคิดจะเข้ากรมช่วงปลายปีหน้า “ผมคิดเรื่องเข้ากรมแล้ว สำหรับนักแสดงคนอื่น อาจจะต้องรีบถ่ายงานไว้ก่อน แต่ผมทำงานหนักมาตลอด ผมก็จะทำตามปกติ” การทำงานหนักตามปกติของจูวอนคงเท่ากับการทำงานหนักมากๆของคนอื่น แต่ดูจากผลงานที่ผ่านมาของเขา ก็ไม่แปลกใจหรอก เพราะมีงานตลอดจริงๆ 
“ผู้ชายทุกคนต้องรับใช้ชาติ แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธว่าผมก็มีความกังวล เพราะอาจจะมีทั้งคนที่ลืมผมและยังรอผม แต่ผมก็มั่นใจนะว่าพอออกมาจากกรมแล้ว ผมจะยังทำงานได้ดีอยู่ แม้จะต้องเริ่มต้นใหม่ ผมก็จะทำงานอย่างมีความสุขได้ ไม่มีใครรู้อนาคตได้ แต่แม้จะไม่มีใครจำผมได้เลย ผมก็โอเคครับ”  
มีบทสัมภาษณ์ที่น่าประทับใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในฐานะนักแสดง ซึ่งเกี่ยวกับบทบาทตัวละครที่ผ่านมาและนักแสดงที่จะพ้นวัย 20 
 ทำไมถึงอยากเปลี่ยนตัวเอง “ผมเริ่มต้นด้วยมิวสิคัลตอนอายุ 20 และมีแผนการในชีวิตของตัวเอง ตอนนั้นบทไหนผมรับหมด สำหรับหนังและละคร ผมรับบทที่อยากเล่น แต่ไม่ได้คิดอะไรจริงจังมาก ในช่วงวัย 20 ผมอยากลองทุกอย่าง อยากรู้ว่าตัวเองทำได้ไหม ในฐานะนักแสดง ถ้าผมมี “ภาพลักษณ์” ที่ทุกคนติดแล้ว ผมก็อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเมื่อจะก้าวเข้าวัย 30″ 
“ตอนเลือกบท ผมตั้งใจสลัดภาพความเป็นเด็กออกไป เราจะเล่นเป็นเด็กตลอดไปได้อย่างไร” เขาจึงเลือกรับบทใน That Man หนังแนวสยองขวัญ เขารับบทเป็นคนงานนิสัยแข็งกระด้าง ที่ต้องเสียน้องสาวสุดที่รักไป ไม่มีหลักฐานพยานอะไรทั้งนั้น แต่เขาสาบานว่าจะแก้แค้นให้ได้ จูวอนคิดว่า ” นี่คือบทที่ผมต้องการในเวลานี้เลย” ความจริงแล้วจูวอนถ่าย That Man ก่อน และค่อยถ่าย “ยงพัล” 
เขาต้องเพิ่มน้ำหนักถึง 8 กิโลเพื่อบทใน That Man และเร่งรีดน้ำหนักออกเพื่อ “ยงพัล” แม้จะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างรวดเร็วแต่จูวอนบอก “ทั้ง 2 บทนี้ต่างกันมากจนทำให้ผมดีใจมาก ผมไม่ต้องกังวลเลยว่าจะรับบทซ้ำๆ” 
“เมื่อก่อน ผมกลัวว่าจะแสดงออกได้ไม่เข็มแข็ง สมเป็นผู้ชายที่โตแล้ว ถ้าจะพยายาม มันก็ดูฝืน ถึงจะเป็นเรื่องของแอคติ้ง แต่ก็ต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของเราด้วย มันอาจจะยังยากสำหรับผมแต่ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องดึงความเป็นผู้ชายที่แข็งแกร่งออกมา” 
มีคนถามว่าจูวอนซ่อนความแข็งแกร่งไว้หรือ จูวอนตอบแบบล้อเล่นว่า “เอาเป็นว่ามันซ่อนอยู่ข้างในละกัน (หัวเราะ)” 
“ผมเล่นมาหลายบทบาท แต่ไม่มีบทไหนเลยที่ซ้ำกันเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจ” 
เมื่อถูกถามว่าไม่อยากรับบทเท่ๆบ้างหรือ จูวอนตอบ “ผมว่าเนื้อตัวสกปรกมอมแมม เข้ากล้องแล้วดูน่ามองนะ ถ้าต้องมาเก๊กทำหล่อตอนเข้าฉาก มันไม่เป็นธรรมชาติ ถ้าให้เลือกระหว่างบทที่ผมต้องหล่อแบบเส้นผมห้ามหลุดเลยสักเส้น ผมขอเลือกแบบจางอู (ใน That Man) ดีกว่า พริกติดฟันก็ไม่เป็นไร” 
ใน That Man จูวอนรักน้องสาวมาก ซึ่งจูวอนอินกับบทนี้มาก(จากการอ่านและศึกษาบท) จูวอนอยากมีน้องสาวให้คอยตามใจและคอยโอ๋ ออกแนวโรแมนติกแฟนตาซี 
“ตอนเด็ก ผมบอกแม่ตลอดว่าอยากมีน้องสาว ผมคิดว่าถ้ามีจริง น้องจะต้องน่ารักจนผมอยากดูแลไม่ห่าง ถ้ามีแฟนนะ จะจับน้องขังไว้ในห้องเลย (ขำ) ผมเลยคิดว่า (รยู) ฮเยยังที่เล่นเป็นอึนจีน่ารัก” 
เรื่องนี้มีความยากอยู่มาก ที่ยากสุดคือเรื่องสำเนียง

“ผมฝึกสำเนียงซาทูริอยู่ 3 เดือน หลังจาก 1 เดือนผ่านไป ผมไปอ่านบทกับผู้กำกับซึ่งเป็นคนปูซาน และเขาบอกว่าให้พูดสำเนียงโซลก็ได้ ผมว่าเหมือนฝึกพูดภาษาต่างประเทศเลยนะ แต่ผมยังดื้อ จะพูดสำเนียงซูทาริให้ได้ ผมฝึกพูด24ชม. ต่อวัน บางทีก็คิดนะว่าไม่น่าดื้อเลย (ฮ่าๆ) แต่ก็ยังดีที่ทุกคนชอบ ไม่นานผู้กำกับและนักแสดงจากจังหวัดคยองนัมพูดว่า “ไม่เลวนี่” ผมมั่นใจขึ้นมาเลย” 
That Man เป็นหนังอาชญากรรมสยองขวัญ ที่ไม่มีเรื่องโรแมนติกเลย มีนักข่าวบอกว่าจูวอนเป็นเจ้าชายแห่งโรแมนซ์ (อย่างน้อยก็ในดราม่าแลนด์) “ผมไม่เสียใจนะ กลับชอบด้วยซ้ำ มีบางฉากถูกตัดออกไปเพราะมันดูหวานไป แต่ก็ขอบคุณที่เรียกผมว่าเจ้าชายแห่งโรแมนซ์นะครับ (หัวเราะ)” 
กับข่าวลือที่ว่าจูวอนไม่ได้นอนเลยเพราะงานยุ่งมาก จูวอนบอกว่า”คนเราหาเวลานอนได้ตลอดแหละ ช่วงนี้ผมได้นอนแล้วครับ (หัวเราะ)” 
จูวอนดูจะไม่กังวลเลยว่าเขาใช้เวลาทำงานไปมากเท่าไร เขาอาจจะมีความคิดที่ไม่เหมือนกับคนอื่นก็ได้
จูวอนบอกว่า” เมื่อก่อนผมไม่เคยคิดเลยนะ กลับคิดด้วยว่า ทำไมต้องพักผ่อนด้วยล่ะ ตอนนี้ผมก็คิดแล้วว่า คนเราต้องพักผ่อน แต่ผมยังไม่อยากพักตอนนี้ ผมมีเวลาเหลือไม่มาก ยิ่งออกมาจากกรม ยิ่งพักไม่ได้ใหญ่ จะรับงานอะไรก็ต้องคิดมากขึ้น พอถึงเวลาพักจริงๆจะได้ไม่มานั่งเสียดายทีหลัง” 
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด จูวอนพูดถึงไอดอลและนักแสดงต้นแบบ เช่นซุปเปอร์สตาร์แห่งมิวสิคัล โจซึงอู “พี่ซึงอูเป็นไอดอลผมตั้งแต่สมัยมปลาย ผมได้ดู Jekyll and Hyde และขนลุกซู่ ผมร้อง This Is the Moment ทุกวัน ตอนผมเล่น Spring Awakening พี่เขาก็มาดูและให้กำลังใจ ผมดีใจมาก ผมเคยเจอพี่โดยบังเอิญหน้าตึก MBC ตอนที่เขาเล่น Horse Healer พี่ซึงอูพูดว่า “นายทำงานอีกแล้วหรอ พักบ้างนะ” ผมยังคงเคารพพี่เสมอ ตอนนี้เราสนิทกันมากขึ้นแล้ว” 
โจจองซอกที่แสดงหนังคู่แข่งเรื่อง The Exclusive: Beat the Devil’s Tattoo (เข้าฉายสัปดาห์ที่แล้ว) “พี่โจจองซอกเท่มากตอนอยู่บทเวที เพราะผมรู้ว่าพี่เขาเก่งมาก ผมเลยดีใจที่พี่มาถึงจุดนี้ พี่จองซอกมีจุดมุ่งหมายในการแสดง และเขามีมุมมองการแสดงที่ชัดเจนมาก ตอนแสดงละครเวทีด้วยกัน พี่ช่วยแนะนำผมหลายเรื่อง ผมดีใจมากที่พี่ประสบความสำเร็จ” 
และ “ผมชอบพี่คิมแดมยอง[Misaeng, Inside Men] ด้วย เวลาไม่มีเงินกินข้าว พี่ก็ให้ยืม เวลาอยากกินไก่ทอดตอนดึก พี่ก็ซื้อให้” พูดไปหัวเราะไป “แต่ผมว่าพี่เขาเปลี่ยนเบอร์แล้วล่ะ ผมโทรไปให้มาดูบท แต่ติดต่อไม่ได้เลย” 
“ยงพัล” ทางช่อง SBS อวสานไปเมื่อต้นเดือน ส่วน That Man จะฉายวันที่ 28 ตุลาคม แต่คนอย่างจูวอน อาจจะประกาศละครเรื่องใหม่เมื่อไรก็ได้ เขาอาจจะเป็นนักแสดงเพียงไม่กี่คน ที่ตารางงานในกรมทหารยุ่งน้อยกว่าตารางงานในชีวิตประจำวัน ยังไหวอยู่แล้วจะพักผ่อนไปทำไม เนอะ? 
Thai Translation : Tang Prangthaya 

Source: http://www.dramabeans.com/2015/10/joo-won-growing-up-shedding-his-boyish-image/

#JooWon Says He Gained #KimTaeHee Through “ #YongPal “

  

  

จูวอนกล่าวถึง สิ่งที่เขาได้รับจากนักแสดงสาวคิมแทฮี ผ่านละครเรื่อง “ยงพัล” “Singles” นิตยสารแฟชั่นชื่อดัง ปล่อยภาพของนักแสดง “จูวอน” ในนิตยสาร Singles ฉบับเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยจูวอนเพิ่งเสร็จสิ้นจากการถ่ายละครเรื่อง “ยงพัล” ที่ไดัรับความนิยมอย่างมาก และในตอนนี้ เขากำลังเตรียมเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องใหม่ของเขา “It’s Him” ในระหว่างการสัมภาษณ์ เขาได้กล่าวถึงความสำเร็จของละครยงพัล

จูวอน : “ก่อนอื่นเลย ผมต้องบอกว่า เป็นเพราะบทละครที่ดี ที่ทำให้ตัวละครแต่ละตัวน่าสนใจ และยังเป็นเค้าโครงเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นจริงได้ จึงทำให้ละครได้รับความสนใจไปด้วย”

เมื่อถามถึงสิ่งที่เขาได้รับจากการแสดงละครเรื่องนี้ เขาตอบว่า

จูวอน : “แน่นอนว่า มันทำให้ผมรู้จักนักแสดงอย่างพี่คิมแทฮีมากขึ้น เธอไม่ใช่มีแค่หน้าตาที่สวยน่ารัก แต่บุคลิกภาพ การวางตัวของเธอนั้นดีมาก เธอมีเสน่ห์มากกว่าที่คุณมองเห็น และมันมากขึ้นๆทุกครั้ง เมื่อคุณได้รู้จักเธอ”

จูวอนยังพูดเกี่ยวกับภาพยนต์เรื่องใหม่ของเขา “It’s Him” ว่า “ผมอยากทำการแสดง ที่ทำให้คนดูรู้สึกมีความสุขในขณะที่พวกเขากำลังดู รวมไปถึงเมื่อพวกเขาออกจากโรงภาพยนต์ไปแล้ว บทบาทใหม่ของตัวละครในภาพยนต์เรื่องนี้ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตการแสดงของผมเลยทีเดียวครับ”

ปล. ติดตามภาพแฟชั่นเท่ห์ๆ และบทสัมภาษณ์ทั้งหมดได้ ในนิตรยสาร “Singles” ฉบับเดือนพฤศจิกายนนี้

Source : 기사입력 via entertain.naver.com/read?oid=023&a…

English Translated : kiddy_days via soompi.com/2015/10/20/joo…

Thai Translated : Fj Lee

Joo Won reveals why he gained weight recently.

  
จูวอนบอกสาเหตุว่าทำไมต้องเพิ่มน้ำหนัก

จูวอน นักแสดงมากพรสวรรค์ มาออกรายการ Cultwo Show ในวันที่ 19 ตุลาคม เพื่อโปรโมตหนังใหม่เรื่อง That Guy 

เขาเล่าว่า เขาเพิ่มน้ำหนักถึง 8 กิโลเพื่อหนังเรื่องนี้ “ตอนแรก ผมลดน้ำหนักก่อน แต่ผมว่ามันชักจะไม่เข้ากับบทนี้ เลยเปลี่ยนมาเป็นเพิ่มน้ำหนักโดยการออกกำลังกายและทานเยอะขึ้น”

“นักแสดงคนอื่นอาจจะมีความคิดแบบอื่น แต่ผมคิดว่าผมต้องสร้างภาพลักษณ์ให้เหมาะสมกับบทที่ได้รับ ผู้ชมจะได้เชื่อว่าเราคือตัวละครนั้นจริงๆ ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม สีผิว ผมเลยไปทำผิวสีแทนมา เพราะบทนี้เป็นลูกทะเล สีผิวต้องเป็นสีแทน หุ่นก็ต้องอวบๆ” 

การอุทิศตัวเองเพื่อบทละครของจูวอนนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลย ไปดูการแปลงโฉมของเขาได้ใน That Guy พรีเมียร์ 28 ตุลาคมนี้ 
Thai Translation: Tang Pranger 

Source: http://www.allkpop.com/article/2015/10/joo-won-reveals-why-he-gained-weight-recently

Pic : @flowermoonJW

  
ขอบคุณ คุณแตง Tang Prangthaya มากๆค่ะ ที่แปลมาฝาก…ดูภาพเปรียบเทียบจูวอนกับจางอู จูวอนทุ่มเทและใส่ใจรายละเอียดกับตัวละครที่ได้รับจริงๆ

[Interview] #JooWon : As actor I want to devote to acting from now on.

 

จูวอน: ในฐานะนักแสดง ผมอยากให้ความสำคัญกับการแสดงก่อน
Q: เราได้ยินมาว่า #YongPal ละครเรื่องล่าสุดของคุณ ทำเรตติ้งที่สูงมาก แล้วบรรยากาศในกองถ่ายเป็นยังไงบ้าง
จูวอน: ตารางการถ่ายทำหนักมากครับ แต่นักแสดงคนอื่น ๆ ที่ร่วมงานกับผมเราเข้ากันได้เป็นอย่างดี
Q: มีตอนไหนที่ประทับใจบ้าง
จูวอน: ไม่มีตอนไหนที่เฉพาะเจาะจงหรอกครับ แต่ก็มีช่วงแรก ๆ ที่ต้องถ่ายทำฉากแอคชั่น ซึ่งยากมาก ทั้งนักแสดงและทีมงานต่างก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อถ่ายทำ เป็นอะไรที่น่าจดจำมาก ๆ ครับ
Q: บทของคุณคือหมอคิมแทฮยอนที่เห็นแก่เงิน แล้วในฐานะจูวอนล่ะ มีอะไรที่อยากได้แล้วต้องใช้เงินจำนวนมากไหม
จูวอน: แทนที่จะซื้อของให้ตัวเอง ผมอยากจะซื้อของที่พ่อกับแม่อยากได้มากกว่า ผมอยากให้ความปรารถนาของท่านเป็นจริงน่ะครับ
Q: คิมแตฮี นักแสดงที่รับบทยอจิน ก็เคยแสดงในละครของญี่ปุ่นมาก่อน เวลาอยู่ในกองถ่าย คุณสองคนพูดคุยเรื่องอะไรกันบ้าง
จูวอน: ในกองถ่าย เรื่องที่เราคุยกันเยอะมาก ๆ ก็เป็นเรื่องการแสดงครับ ช่วงพัก เราซ้อมการแสดงของเราเองแล้วก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
 Q: บทที่คุณได้รับแตกต่างจากบทใน Naeil Cantabile โดยสิ้นเชิง เพื่อสวมบทบาทแทฮยอน ศัลยแพทย์อัจฉริยะ คุณต้องทำอย่างไรบ้าง
จูวอน: เพราะบทที่ได้รับเป็นหมอ ผมตั้งใจอย่างมากที่จะแสดงออกมาให้เป็นธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น ผมต้องจำศัพท์เทคนิค และในซีนผ่าตัดผมต้องแสดงออกมาให้ไม่ดูเคอะเขินครับ
 Q: คุณได้มีโอกาสทำงานที่หลากหลายทั้งภาพยนตร์ ละคร ละครเวที และนักร้อง มีอะไรที่อยากจะลองทำอีกไหมในอนาคต
จูวอน: ผมอยากจะลองทำหลาย ๆ อย่างที่น่าสนใจ แต่เพราะการแสดงเป็นอาชีพของผม ผมก็เลยคิดว่าผมอยากมุ่งมั่นกับการแสดงก่อน
Q: แล้วในชีวิตส่วนตัวล่ะ มีอะไรที่อยากลองทำไหม
จูวอน: แทนที่จะพูดว่า “ลองทำ” ผมอยากจะพูดว่า ผมอยากมีเวลาไปท่องเที่ยว และก็คงจะดีมากถ้าผมจะมีเวลาได้ย้อนมองดูตัวเองบ้าง
Q: ความทรงจำที่ดีที่สุดของคุณในฤดูร้อนนี้
จูวอน: ฤดูร้อนนี้ ผมตั้งใจถ่ายทำYongPal (หัวเราะ) เวลาที่อยู่ในกองถ่าย ผมจะเครื่องร้อนพร้อมถ่ายทำตลอดและก็มีความสุขเสมอเลยครับ 
Q: ในเดือนพฤศจิกายน คุณจะมีงานแฟนมีทติ้งที่โอซาก้า โตเกียว นาโกย่า แฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นต่างก็ตั้งตารองานนี้ เวลาที่ได้เจอกับแฟนชาวญี่ปุ่น คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง
จูวอน: ผมจัดงานแฟนมีตติ้งมาสัก2-3 ปีเห็นจะได้ แต่ทุก ๆ ครั้งที่เจอกัน ผมก็ใจสั่นและรู้สึกขอบคุณทุกคนมาก ๆ ครับ
Q: คุณจัดงานแฟนมีตติ้งที่ญี่ปุ่นหลายต่อหลายครั้ง ผลตอบรับจากแฟน ๆ เป็นยังไงบ้าง?
จูวอน: ผมมีความสุขทุกครั้งที่แฟน ๆ ให้ความสนใจในสิ่งที่ผมทำ แฟน ๆ มอบความรักให้ผมมากมาย ผมก็อยากจะตอบแทนด้วยการแสดงที่ดีขึ้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้
Q: อะไรที่คุณประทับใจมากที่สุดเมื่อมีคอนเสิร์ตหรือทำกิจกรรมในญี่ปุ่น
จูวอน: งานแฟนมีตติ้งครั้งล่าสุด คอของผมมีปัญหาซึ่งตรงนี้ทำให้ผมผิดหวังที่ไม่สามารถแสดงสิ่งที่ดีที่สุดให้แฟน ๆ ได้เห็น แล้วก็ เวลาที่แฟน ๆ ทำเซอร์ไพร์สผม เรื่องพวกนี้ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของผมครับ
Q: บอกเราได้ไหมว่าคุณได้เตรียมอะไรไว้สำหรับงานคราวนี้บ้าง
จูวอน: มันยังเป็นความลับครับ (หัวเราะ) ไว้ไปดูในคอนเสิร์ตนะครับ
Q: มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ฝากข้อความถึงแฟน ๆ หน่อยสิ
จูวอน: ผมกำลังตั้งใจถ่ายทำละคร ผมจะตั้งใจทำงานอย่างหนักและจะผ่านงานนี้ไปด้วยความปลอดภัย โปรดติดตามด้วยนะครับ พอคิดถึงที่เราจะได้เจอกันแล้วก็ตื่นเต้นจัง รออีกสักหน่อยนะครับ ผมรักคุณนะ ♥
Source: http://korepo.com/archives/151716

English translation: Joowon Indonesia FC.

Thai translation: @Bua2be/ Joo Won Thailand Fanclub.

โปรดนำออกไปพร้อมเครดิตเต็ม