Character Description – Kim Tae Hyun / Han Yeo Jin

S__20529158

แพทย์ประจำบ้านชั้นปีที่ 3 แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลฮันชิน

คิมแทฮยอน (เพศชาย อายุ 29 ปี)
“แม้มันจะเป็นแบบนั้น แต่ผมก็ยังคงเป็นหมอ”

คิมแทฮยอนแพทย์ประจำบ้าน แผนกศัลยกรรม โรงพยาบาลฮันชิน เขาคือคนที่ไม่มีใครเทียมได้ ทักษะการช่วยชีวิตในยามฉุกเฉินของเขาทำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้าแผนกศัลยกรรมถึงกับพูดไม่ออก

ด้วยความสามารถระดับนี้ ทำให้แพทย์ที่มีชื่อเสียงดังระดับโลก หรือไม่ก็อาจจะเป็นอัจฉริยะแพทย์อย่างจางจุนฮยอกผ่านเข้ามาในความคิดของเรา แต่แพทย์ประจำบ้าน นายแพทย์คิมแทฮยอน หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือยงพัล ตัวละครหลักของเรา แตกต่างจากนายแพทย์เหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง

อย่างแรก เขาเป็นคนที่ไร้ซึ่งภูมิหลัง และไร้ยางอายอย่างสิ้นเชิง
อย่างที่สอง ขอเพียงแค่มีเงินให้เขา แม้ต้องบุกน้ำลุยไฟเขาก็พร้อมจะทำ
แล้วคนแบบนี้จะมาเป็นพระเอกในละครได้อย่างไรกันนะ?
อย่างที่สาม คิมแทฮยอนเป็นคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งคำว่ามนุษยธรรม

แต่ถึงกระนั้น คิมแทฮยอนก็เป็นแพทย์ประจำบ้านเพียงคนเดียว ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมด้วยความสามารถที่น่าอัศจรรย์ใจ เขาเป็นที่รู้จักดีในฐานะ “Life Saver” (ผู้ช่วยชีวิต) ในหมู่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้าแผนกศัลยกรรม แต่เขาก็ยังเก็บซ่อนความลับบางอย่างที่ไม่มีใครรู้ไว้ .
และสิ่งนั้นก็คือการที่เขารับรักษาแกงค์อันธพาลที่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้

และแน่นอนว่า เป้าหมายของเขามีแค่เงินเท่านั้น
ถึงจะถูกเรียกว่าหน้าเลือดเห็นแก่เงิน หรือถูกหัวเราะเยาะใส่ เขากลับไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย
เขาก็ไม่เคยรับเงินโดยไม่มีเหตุผล
เขารู้ดีกว่าการที่เขารับเงินนั้นมา จำต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน

ในวงเวียนนั้น คนเดียวที่รู้ตัวตนที่แท้จริงของแทฮยอนก็คือนายทุนหน้าเลือด มันซิก คนที่แนะนำให้เขาทำงานพิเศษพวกนี้และคอยช่วยเหลือเขา
และแม้ว่าหัวหน้าแผนกศัลยกรรมลี จะได้รู้เห็นในเหตุการณ์ที่ตำรวจไล่ล่ายงพัล และได้รู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของยงพัล/แทฮยอน แทนที่จะเปิดเผยความจริงเขากลับช่วยแทฮยอนไว้

เพราะหัวหน้าลีต้องการที่จะเลื่อนตำแหน่ง …ทำให้แทฮยอนของพวกเราต้องกลายมาเป็น “Alice” ที่มีหัวหน้าลีนำทางให้เขาเข้าไปสู่กลอุบายในโลกอันแสนแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นบนชั้น 12 ของโรงพยาบาลฮันชิน
ใครจะไปรู้ว่า บางทีบนชั้น 12 ของโรงพยาบาลฮันชินอาจจะมีเรื่องราวอาชญากรรมที่ใหญ่กว่าที่เขาเคยพานพบมาก็เป็นได้
นี่แทฮยอนจะกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด? หรือจะกลายเป็นเจ้าชายที่ปลุกเจ้าหญิงให้ตื่นจากห้วงนิทรา?
มาดูกันว่า เขาจะเลือกอะไร…
ผู้สืบทอดฮันชินกรุ๊ปลำดับที่ 1

ฮันยอจิน (เพศหญิง, อายุ 30 ปี)
“คงจะดีกว่าถ้าไม่ต้องปลุกฉันให้ตื่น”

ในเขตหวงห้าม ชั้น 12 ของโรงพยาบาลฮันชิน ในห้องที่ถูกควบคุมไว้ มีผู้ป่วยที่พักรักษาตัวอยู่ที่นั่นมาเป็นเวลานาน เธอคือทายาทลำดับที่ 1 ของฮันชินกรุ๊ป ฮันยอจิน เธอจะติดต่อกับผู้ดูแลโรงพยาบาลเพียงไม่กี่คนและฮันโดจุน ผู้บริหารฮันชินที่เป็นพี่ชายของเธอเท่านั้น เธอถูกปกปิดเอาไว้เป็นความลับและถูกตัดขาดจากโลกภายนอก สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือการแสดงความคิดเห็นผ่านพี่ชายของเธอเท่านั้น

แต่นี่คือสิ่งที่คนภายนอกรับรู้เกี่ยวกับเธอ
เธอตกอยู่ในอาการโคม่า ยากที่จะฟื้นคืนสติ
และมันเกิดจากน้ำมือของพี่ชายและหมอไม่กี่คนที่ทำกับเธอ

เธอถูกขังอยู่ในร่างกายของตัวเอง ทำไม่ได้แม้แต่จะเคลื่อนไหว มีอะไรที่เธอจะทำได้ในสถานการณ์ที่มืดมนและไม่ต่างอะไรกับการถูกคุมขัง
และอาจเป็นเพราะเธอได้รับยาตัวเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลายาวนานเกินไป
ร่างกายของเธอจึงเริ่มที่จะดื้อยา เธอจึงค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ

และหลังประตูที่คุมขังที่มีรอยแตกร้าวนั้น ยอจินได้ยินเสียงของแทฮยอน
และยอจินก็สามารถซื้อตัวแทฮยอน คนที่มีหนี้สิ้นท่วมหัวได้อย่างง่ายดาย
ตราบเท่าที่มีเงิน บุกน้ำลุยไฟก็เป็นเรื่องง่ายดายสำหรับแทฮยอน
และแน่นอนว่า เขารู้เพียงแค่ว่าต้องช่วยเธอ แต่สิ่งนั้นกลับยากเย็นเข็ญใจขึ้นเรื่อย ๆ

“เพื่อที่จะหนีออกจากที่คุมขังแห่งนี้ ต้องรู้ให้ได้ว่าข้างนอกนั่นเกิดอะไรขึ้น ฉันจึงซื้อลูกน้องคนนี้ ในชีวิตของฉัน ฉันไม่เคยเจอคนที่ไม่แยแสอะไรเลยแบบเขา หนำซ้ำยังกล้าที่จะหยาบคายกับฉันอีกด้วย เขาทำให้ฉันแทบบ้า แต่เขากลับมีความลึกลับบางอย่างซ่อนอยู่ ทุก ๆ คืนเขาจะเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นข้างนอกมาเล่าให้ฉันฟัง และเพราะแบบนี้ฉันจึงได้รับรู้เรื่องราวของเขาไปด้วย แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขาเป็นพวกซึนดาเระ (ツンデレ) ภายนอกเย็นชา แต่ภายในอบอุ่น แม้จะทำตัวเหมือนพวกละโมบโลภมาก เห็นแก่ตัว แล้วก็ชั่วร้าย แต่เขากลับเป็นคนที่อ่อนโยนกับคนที่บาดเจ็บ คนที่มีบุคลิกแบบนี้ ถ้าควบคุมเขาได้ ก็ง่ายต่อการใช้งาน”
แต่ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้มีผลต่อหัวใจดวงนี้นะ.
หรือเพราะฉันถูกขังไว้ในที่แห่งนี้นานเกินไป

T/N: ツンデレ – ซึนดาเระ เป็นภาษาญี่ปุ่นที่หมายถึงคนที่แสดงออกอีกอย่างแต่กระทำอีกอย่าง หรือปากไม่ตรงกับใจนั่นเอง
“Alice” บทความเปรียบเทียบ แทฮยอน/ยงพัล เป็นอลิซ ตัวละครจาก Alice in Wonderland ที่เข้าไปในเมืองที่ไม่คุ้นเคย ผจญภัยกับตัวละครแปลก ๆ ต่าง ๆ มากมาย

Chinese translation: ドラミ1987 from Joo Won Bar Baidu
English translation: mrdimples
https://joowoncutie.wordpress.com/2015/07/12/yongpal-chara…-description-1/
Thai translation: @Bua2be / Joo Won Thailand Fanclub.
ห้ามมิให้ดัดแปลง แก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความเพื่อนำไปใช้โดยไม่ให้ที่มาอย่างถูกต้อง หากต้องการเผยแพร่โปรดนำออกไปพร้อมเครดิตเต็ม

ขอบคุณน้องบัวมากค่ะที่แปลมาฝาก

[Interview] Geek Magazine 2015 January Issue  JOO WON’S JOY RIDE

  
[Interview] Geek Magazine 2015 January Issue

JOO WON’S JOY RIDE
แต่ละก้าวของจูวอนนั้นไม่ง่ายเหมือนกับการเหยียบคันเร่งรถยนต์เลย แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เขาก็ยังคงตัดสินใจทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความสุขุมและรอบคอบ แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้เขากลับเริ่มต้นท้าทายตัวเองโดยไม่หวาดกลัวด้วยการเลือกทำในสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม ในขณะที่เขาเหยียบคันเร่ง เขาก็เข้าใกล้ความโด่งดังเข้าไปทุกที

– เราได้ยินมาว่าคุณได้ทำการศึกษาค้นคว้าและเตรียมตัวก่อนที่จะเลือกรับบทบาทนั้น ๆ เพราะการทำแบบนี้ทำให้คุณไม่เคยล้มเหลวเลย เป็นที่มาของฉายา “จูวอน ผู้ไม่แพ้” แต่แล้วคุณก็ต้องมาพลาดเมื่อเลือกรับบทใน “Fashion King”

จูวอน: ผมชอบเวบตูนเรื่อง Fashion King ครับ ที่จริงแล้วผมสงสัยมาก ๆ ว่าเวบตูนจะทำเป็นภาพยนตร์ออกมาได้อย่างไร ผมไตร่ตรองอยู่นานว่าผมจะแสดงออกมาแบบไหนดี เหตุผลที่ผมเลือกงานนี้เพราะมีบางส่วนบางจุดของบทที่น่าสนใจตอนที่ผมอ่านบท ตอนที่ทีมงานทำงานนี้ ผมสงสัยว่าผมต้องแสดงตามบทในเวบตูนมากแค่ไหน แต่ถึงผมจะคิดแบบนั้น แต่มันก็ยังน่าสนใจอยู่ดี มีหลายส่วนหลายตอนของภาพยนตร์ที่ดูบ้าบอ แต่ผมก็คิดว่าผมน่าจะพยายามทำมันออกมาได้ แต่อีกมุมหนึ่ง ถ้าไม่รับบทนักเรียนตอนนี้ ผมก็คงจะรับบทแบบนี้ในอนาคตไม่ได้อีกแล้ว ผมก็เลยเลือกที่จะเสี่ยงดู
– เป็นเรื่องดีที่จะลองทำอะไรใหม่ ๆ ถึงแม้ผลของมันจะออกมาไม่ดี

จูวอน: การเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินได้ ไม่ใช่จุดสำคัญหรอกครับ พูดตรง ๆ ว่าผมเข้าใจว่าการที่หนังทำเงินส่วนสำคัญมาจากทีมงานผลิต มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทีมงานต้องทำส่วนผมไม่มีหน้าที่จะตัดสินใจเรื่องนั้นหรอกครับ ผมก็เลยไม่ได้กังวลว่า “Fashion King” จะโด่งดังแค่ไหน แต่มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ ครับ เป็นความรู้สึกที่พิเศษ ในกองถ่ายเราสนุกสนานกันมากจนไม่รู้สึกเลยครับว่านั่นเป็นกองถ่าย ในอุตสาหกรรมบันเทิง มีคนพูดว่า “คุณต้องอยู่เพียงลำพัง ภาพยนตร์จะประสบความสำเร็จได้ด้วยการอยู่ภายใต้บรรยากาศแห่งความกดดัน” ในฐานะที่ผมเป็นนักแสดง ผมไม่ชอบอะไรแบบนั้นเลย ผมอยากจะลองทำอะไรใหม่ ๆ ที่นอกเหนือไปจากกฎเกณฑ์เดิม ๆ ด้วยการนำเสนอภาพยนตร์ที่เราสร้างขึ้นภายใต้บรรยากาศสบาย ๆ อยากให้รู้ว่าภาพยนตร์แบบนั้นก็ประสบความสำเร็จได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เจ็บปวดมากจริง ๆ ที่ผมไม่สามารถทำได้
– “Fashion King” กลายเป็นหัวข้อข่าวที่ร้อนแรงก่อนที่ภาพยนตร์จะเริ่มถ่ายทำ แต่ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังสักเท่าไหร่

จูวอน: ไม่ใช่ว่าไม่เป็นไปตามความคาดหวังอะไรหรอกครับ ก่อนที่เราจะเริ่มถ่ายทำ ได้เปิดให้มีการรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ชม แล้วก็เอามาปรับใช้กับภาพยนตร์ครับ กลุ่มเป้าหมายของภาพยนตร์เป็นกลุ่มวัยรุ่น แล้วเราก็นำเอาข้อคิดเห็นมาปรับปรุงก่อนที่จะนำเสนอภาพยนตร์ตัวอย่าง ทุกคนต่างก็ให้คะแนนเต็มครับ และเพราะภาพยนตร์ฉายช่วงที่เด็ก ๆ สอบเอ็นทรานซ์เสร็จแล้ว ผมคิดว่าก็มีมากมายหลายอย่างที่เป็นไปตามคาดหวังครับ
– Interstellar ก็เข้าฉายในช่วงนั้น

จูวอน: ครับ ก็มีอะไรที่ไม่ถูกที่ถูกเวลาไปบ้าง แต่ผมคิดว่าถ้าได้ทำงานกับทีม Fashion King อีกครั้ง เราก็น่าจะประสบความสำเร็จในการสร้างภาพยนตร์ที่ดีนะครับ
– จนถึงตอนนี้ ฉันรู้สึกว่าบท กูมาจุน อีคังโท ชายูจิน ที่คุณแสดง ล้วนมาจากการ์ตูน

จูวอน: ผมไม่เคยจำกัดบทที่จะแสดงนะครับ ถึงตอนนี้ผมก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่ ไม่ว่าบทนั้นจะเป็นบทอะไรถ้าผมคิดว่าดีผมก็จะรับครับ ผมไม่ใช่คนที่จะพูดว่า “ผมไม่เล่นบทแบบนี้นะ”
– เหมือนจะสักพักแล้วนะที่คุณแสดงละครเวที

จูวอน: ผมแสดงภาพยนตร์ แสดงละคร แต่บรรยากาศของเวทีนี้สุดจะบรรยายเลยครับ แต่เพราะผมเดบิวต์จากละครเวทีผมก็เลยชอบมันมากครับ ทุกครั้งที่ยืนอยู่บนเวที มันจะเหมือนเตือนให้ผมนึกขึ้นได้ว่าตอนที่ผมเดบิวต์ผมเป็นอย่างไร ยิ่งทำให้ผมต้องทุ่มเทให้มากขึ้น
– อะไรคือความแตกต่างระหว่างการยืนอยู่หน้ากล้องกับบนเวที

จูวอน: ไม่ง่ายเลยที่จะอธิบายว่ารู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่บนเวที เวลาที่ผมยืนอยู่บนเวที ผมรู้สึกเหมือนตัวเล็กลง ไม่ใช่แค่ที่ผมสามารถสื่อสารกับผู้ชมได้โดยตรง แต่ผมจะเห็นสายตาและได้ยินเสียงของพวกเขาด้วย ผมคิดว่าจิตใจของผมค่อนข้างมั่นคงแต่พอไปยืนบนเวทีมันไม่ง่ายเลยที่จะควบคุมความกังวลแล้วผมก็จะเริ่มเหนื่อย ความรู้สึกตอนนั้นมันดีมาก ๆ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนว่าเวทีเป็นบ้านของผม และเป็นสิ่งที่ผมเคารพครับ
– ในปีนี้คุณมีทั้งละครเวที ภาพยนตร์และละคร ได้ยินมาว่าคุณทำงานหนักมากแล้วเราก็คิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้นจริง ๆ 

จูวอน: ผมทำงานหนักมากจริง ๆ ผมมักจะเข้านอนเร็วและตื่นนอนเร็ว แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผมเพิ่งจะถ่าย Naeil Cantabile จบ แล้วร่างกายของผมก็ยังปรับตัวให้เป็นปกติไม่ได้ ถ้าผมพยายามจะเข้านอนตอนเที่ยงคืนหรือตีหนึ่ง ผมก็จะไม่หลับจนกว่าจะถึงตีสาม เหมือนกับเวลาที่ทำงานเลยครับ ผมก็เลยต้องปล่อยไปแบบนั้น เลยกลายเป็นว่าผมเข้านอนดึกและตื่นเร็ว
– ไม่ออกไปดื่มกับเพื่อนบ้างเหรอ ถ้าได้ดื่มคุณก็จะนอนหลับ และตื่นสาย

จูวอน: ผมดื่มไม่ได้ครับ ถึงจะไปเจอเพื่อนก็จะดื่มแค่กาแฟแล้วก็คุยกัน แต่ถ้ามีงานในวันรุ่งขึ้น ผมจะอยู่บ้านพักผ่อนไม่ออกไปไหน
– คุณอยู่ในช่วงอายุ 20 มันดูลำบากจัง คุณไม่คิดเหรอว่าเพื่อที่จะรับบทบาทที่หลากหลาย คุณจำเป็นต้องทำลายกฎเกณฑ์บางอย่าง

จูวอน: ทั้งเพื่อนและรุ่นพี่ของผมต่างก็พูดว่า “นายทำงานหนักมากเกินไป เมื่อไหร่กันที่นายจะหยุดใช้ชีวิตที่เคร่งครัดแบบนี้” แต่ผมมีแผนของผมเอง ในช่วงอายุ 20 ผมจะตั้งใจกับการแสดง แล้วก็จะทำงานหนักมาก ๆ ตอนอายุ 30 ในอีกสองปีข้างหน้าผมจะใช้ชีวิตให้เคร่งครัดพิถีพิถันมากขึ้นด้วยครับ
– งั้นคุณก็เป็นคนที่เต็มไปด้วยระเบียบวินัยสินะ

จูวอน: แน่นอนครับว่าผมยังควบคุมเรื่องนั้นไม่ได้ ฮ่าฮ่า แต่ผมก็ยังคงทำมันอยู่ ถึงแม้ผมจะทำแบบนั้นเพื่อการแสดง แต่ก็เพราะบนเวทีจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวครับ การที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเองเวลาก็เป็นเรื่องสำคัญมากครับ
– แล้วอะไรที่จะต้องทำเพื่อให้คุณได้ทำงานหนัก

จูวอน: ผมคิดว่าผมจำเป็นต้องเปิดตัวเองให้มากขึ้น ผมคิดเรื่องนี้อย่างหนักและก็กังวลมาก แต่ถึงแม้ว่าผมจะไม่คิดหรือกังวลเกี่ยวกับมันเลย ผมก็ยังใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ แต่พอรู้แบบนั้น ผมก็เริ่มกังวลและกลายเป็นวิตกกังวลมากขึ้น ผมจะตั้งใจทำงานเพื่อกำจัดปัญหานี้ครับ
– นี่ก็ธันวาคมแล้ว แล้วคุณก็ไม่มีคิวต้องถ่ายทำอะไร คงจะได้พักบ้างนะ

จูวอน: ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นในปีนี้ก็ตาม ผมได้มีโอกาสรับความท้าทายจากบทที่หลากหลาย ทั้งจากภาพยนตร์และละครที่ทำในปีเดียวกัน บทที่ผมรับเป็นบทนำ แต่ผมรู้ว่าผมยังมีข้อบกพร่องและผมก็ได้เรียนรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ในอนาคต ผมจะกลายเป็นรุ่นพี่ ผมจะจดจำเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียน ยิ่งผมรับมามากเท่าไหร่ ก็มีสิ่งที่ผมต้องทำให้มากเท่านั้น ผมจึงอยากขอบคุณที่ผมได้แสดงละครเวที
– คุณเป็นเหมือนบทกวี เวลาที่ฉันได้อ่านบทกวี ฉันรู้ว่ามันดี แต่ฉันก็ไม่เข้าใจมัน เวลาที่ฉันดูคุณแสดง ฉันมักจะคิดแบบนี้อยู่เสมอ คุณมีใบหน้าที่งดงามแต่ปัญหาคือฉันไม่สามารถอธิบายภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของคุณได้ การแสดงของคุณยอดเยี่ยมมากแต่ฉันกลับไม่สามารถอธิบายได้ว่ามันเยี่ยมอย่างไร ทุกอย่างดีไปหมดเลยแต่มีเหตุผลมากมายที่ฉันไม่เข้าใจ ปัญหาก็คือฉันไม่สามารถอธิบายบทที่คุณแสดงได้ หรือนี่จะเป็นแค่ความคิดของฉันคนเดียวนะ

จูวอน: ผมเดาว่าปัญหาก็คือผมไม่เคยแสดงในโรแมนติกคอเมดี้เหมือนกับนักแสดงคนอื่น ๆ ที่อายุพอ ๆ กับผม เพราะผมมักจะถูกดึงดูดจากบทบาทของตัวละครในแต่ละงาน แต่คนอื่นจะเลือกงานจากรูปแบบของงาน แล้วการแสดงโรแมนติกคอเมดี้ก็ยากด้วยครับ ถ้าโชคดีก็ดีไปครับ
– ในอนาคต คุณสนใจจะแสดงในโรแมนติกคอเมดี้บ้างมั๊ย

จูวอน: ผมคิดว่าผมชอบเมโลที่ผสมกับโรแมนติกคอเมดี้ครับ ไม่ชอบบทบาทที่เอาแต่คร่ำครวญร้องไห้ แต่อยากแสดงบทที่เข้าใจความรักเป็นอย่างดี อย่างในภาพยนตร์ “Note Book” ในภาพยนตร์เรื่องนี้มีหลายตอนที่เล่าความหลังตั้งแต่คู่รักยังอายุน้อย ที่ทะเลาะกันทุกวันโดยที่ต่างก็ไม่รู้เหตุผลว่าทำไม แต่ทั้งคู่กอดกันเวลาที่เจอกัน ผมอยากจะแสดงบทแบบนั้นครับ บทที่ตกอยู่ในห้วงแห่งรักและไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง
– คุณมีแพลนสำหรับปีนี้หรือยัง

จูวอน: ครับ ตอนนี้ผมก็ย่างเข้า 30 แล้ว ซึ่งมันทำให้ผมกังวลมากขึ้น เพราะผมไม่สามารถทำให้ทุกอย่างคงอยู่ตลอดไป ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนอะไรเล็ก ๆ น้อยเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม แต่มันก็ยังโอเคนะครับถึงมันจะไม่ใช่ตัวตนของผมทั้งหมด แม้จะดูโกหกไปบ้างแต่เมื่อผมพยายามจะเปลี่ยนมันด้วยตัวเอง อย่างน้อยนั่นก็เป็นเพราะตัวผมอยากเปลี่ยนเอง นี่เป็นหนึ่งในแผนการของผมครับ ผมกำลังมองหามุมใหม่ ๆ ในตัวผมครับ
– ในปี 2015 ในฐานะนักแสดงคุณอยากจะถูกจดจำในแบบไหน

จูวอน: เป็นนักแสดงที่ปราศจากความกลัวครับ เป็นนักแสดงที่ได้รับความเชื่อมั่นมากกว่าที่จะได้รับการจดจำจากบทบาทการแสดง ผมคิดถึงเรื่องนี้และอยากให้ความคิดนี้มาพัฒนาภาพยนตร์ที่ผมแสดง ผมจำต้องแน่วแน่ให้มากขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมต้องการจะแน่วแน่ในสิ่งที่ผมเป็น
– เริ่มสายแล้ว แล้วเราก็อยู่ที่เขตชานเมืองกยองดิโด ฉันคิดว่าคุณน่าจะมีรถยนต์ส่วนตัวใช่ไหม

จูวอน: ผมมีรถยนต์แนวสปอร์ตครับ มันเร็วแล้วก็นิ่มมากครับ ให้ความรู้สึกที่แข็งแรงและทนทานมากครับ
– คุณมักจะขับไปที่ไหนบ้าง

จูวอน: ไปแคมป์ครับ ถึงแม้จะไปได้ไม่ไกลมาก แต่ถ้าพอมีเวลาผมก็จะไปแคมป์กับเพื่อน ๆ แล้วก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่นั่น แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ไปแม่น้ำฮันครับ
– หลังจากที่ได้เห็นรถที่เอามาถ่ายแบบด้วยวันนี้ คุณไม่ตื่นเต้นบ้างเหรอ

จูวอน: รถสปอร์ตจะถูกใจผมมากกว่าแบบซีดานครับ แล้วก็รถที่สร้างมาเพื่อทำความเร็วด้วยครับ ช่วงนี้กำลังสนใจ Mercedes Bens G Class ครับ ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้เห็นมันก็จะรู้สึกได้ถึงพลังและความแข็งแกร่ง แถมยังรู้สึกถึงความมีระดับด้วย
– มี G Class จอดอยู่ตรงหน้าตอนนี้ จะไปไหนดี

จูวอน: ไม่มีที่ ๆ อยากไปเป็นพิเศษหรอกครับ ก็แค่อยากจะไปเที่ยวแถว ๆ ภูเขากับพ่อแม่ ไปที่นั่นแล้วก็ไปทานอาหารด้วยกัน
– คุณช่างเป็นเด็กดีเสียจริง

จูวอน: ถ้าอายุ 30 จะมีอะไรแตกต่างไปจากนี้ไหมนะ ผมจะได้รู้ก็ต่อเมื่อถึงเวลานั้นแหละ
English and Chinese translations by: manyearsago @ soompi  

Thai translation by @Bua2be / Joo Won Thailand Fanclub

Pic credit: TOPSTARNEWS
ห้ามมิให้ดัดแปลง แก้ไข หรือนำส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความไปใช้โดยไม่ได้ให้ที่มาอย่างถูกต้อง หากต้องการเผยแพร่โปรดนำออกไปพร้อมเครดิตเต็ม