จูวอนแปลงโฉมเป็นนักสืบผู้มุ่งมั่นใน “Alice” ละคร Sci-fi ที่กำลังจะออกอากาศ

“Alice” ละครที่กำลังจะออกอากาศทางช่อง SBS ได้เผยภาพนิ่งตัวละครชองจูวอนภาพใหม่

“Alice” เป็นละครแนววิทยาศาสตร์ที่นำแสดงโดยจูวอนผู้รับบทเป็นนักสืบที่ค้นพบการมีอยู่ของการเดินทางข้ามเวลาและเส้นทางของเขาลงเอยด้วยการมาพบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายกับแม่ของเขาที่ตายไปแล้ว (แสดงโดยคิมฮีซอน)

ตัวละครของจูวอน พัคจินกยอม เป็นนักสืบที่แข็งแรงและมีเสน่ห์ผู้ไร้อารมณ์มาแต่กำเนิด เขาไม่รู้สึกถึงอารมณ์ใดๆและมักจะเย็นชาและไม่ยินดียินร้ายใดๆอยู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งที่โชคชะตานำพาให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เป้าหมายเพียงอย่างเดียวชองเขาคือการตามจับคนร้ายที่ฆ่าแม่ของเขาเมื่อสมัยม.ปลาย

ในภาพนิ่งภาพใหม่นี้ พัคจินกยอม อยู่ที่สนามฝึกยิงปืน สายตาที่เย็นชาของเขาเล็งไปที่เป้าหมาย และท่าทางที่แข็งแรงเต็มไปด้วยสมาธิและความมุ่งมั่น

ทีมโปรดัคชั่นของ “Alice” ให้ความเห็นว่า “ตัวละครของจูวอน พัคจินกยอม เป็นตัวละครที่ไร้อารมณ์มาแต่กำเนิดและค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปผ่านการพัฒนาของเรื่องราวในละคร เป็นไปไม่ได้เลยที่จะแสดงบทนี้โดยที่ไม่มีการวิเคราะห์ตัวละครอย่างละเอียดและการแสดงออกอย่างปราณีต จูวอนสามารถดึงสิ่งนี้ออกมาได้ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าของเขา นอกจากนี้คุณยังจะได้เห็นจูวอนแสดงฉากแอ็คชั่น ซึ่งจะยิ่งแข็งแรงมากขึ้นตั้งแต่เขาได้ปลดประจำการมา อยากให้ทุกคนรอติดตามละครเรื่องนี้กันด้วย”

“Alice” จะออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 28 สิงหาคม เวลา 22.00 น. (KST)

Thai Translation: Natty

Source: https://www.soompi.com/article/1417248wpp/joo-won-transforms-into-a-determined-detective-for-upcoming-sci-fi-drama-drama-alice

#주원 #JooWon #จูวอน

#ZUWON#MOONJUNWON #문준원

#앨리스 #Alice #SBS #Drama

“Alice” ละครไซไฟวันศุกร์-เสาร์ที่กำลังจะออกอากาศทางช่องSBS ปล่อยภาพโปสเตอร์ใหม่ของจูวอนและคิมฮีซอน!

Joo Won And Kim Hee Sun Prepare For An Otherworldly Adventure In Posters For Upcoming Sci-Fi Drama “Alice”

จูวอนและคิมฮีซอนเตรียมผจญภัยเหนือธรรมชาติในโปสเตอร์ของละครไซไฟ “Alice”

“Alice” ละครไซไฟวันศุกร์-เสาร์ที่กำลังจะออกอากาศทางช่องSBS ปล่อยภาพโปสเตอร์ใหม่ของจูวอนและคิมฮีซอน!

“Alice” เป็นเรื่องราวของ พัคจินคยอม (จูวอน) นักสืบไร้อารมณ์ที่ได้รู้ถึงการมีอยู่ของนักเดินทางข้ามเวลาและเดินทางมาจากอนาคตผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Alice” ระหว่างที่เขาสืบสวนเกี่ยวกับ “Alice” โชคชะตานำพาให้เขาได้พบกับหญิงสาวชื่อยุนแทอี (คิมฮีซอน) ที่เสียชีวิตไปเมื่อนานมาแล้วอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. “Alice” ได้ปล่อยภาพโปสเตอร์ตัวละครออกมาใหม่แสดงให้เห็นถึงโลกอันลึกลับในละคร ในโปสเตอร์ จูวอนและคิมฮีซอนแผ่รัศมีเปล่งประกายอยู่กลางภาพพื้นหลังของห้วงอวกาศอันไร้จุดจบและดวงดาวพร่างพราย

คิมฮีซอนจะรับบทยุนแทอี นักฟิสิกส์ประหลาดที่พยายามไขปริศนาเบื้องหลังการเดินทางข้ามเวลา ในภาพโปสเตอร์ที่ราวกับแฟนตาซี คิมฮีซอนเปล่งประกายราวกับหนึ่งในดวงดาวที่เปล่งรัศมีในยามค่ำคืนด้วยคาริสมาที่เป็นเอกลักษณ์และน่าอัศจรรย์ การเพ่งมองอย่างลึกซึ้งของเธอดูเหมือนจะเก็บงำเรื่องราวต่างๆที่ไม่สามารถบอกเล่าได้มากมาย ข้อความบนโปสเตอร์อ่านได้ว่า “ถ้าเพื่อเธอแล้ว ฉันยอมทำได้ทุกอย่าง” ทำให้เกิดความอยากรู้ว่าหมายถึงใครเป็นพิเศษหรือไม่

จูวอนจะแสดงเป็นนักสืบ พัคจินคยอม ผู้ซึ่งไร้อารมณ์มาแต่กำเนิด ด้วยลักษณะเฉพาะของตัวละครนี้เอง จูวอนต้องใช้การแสดงที่ละเอียดของเขาและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตัวละครเพื่อแสดงอารมณ์และการเปลี่ยนแปลงของพัคจินคยอมโดยไม่ใช้การแสดงออกอย่างรุนแรงได้อย่างเชี่ยวชาญ ด้วยการเพ่งมองของเขาเพียงเท่านั้น จูวอนได้สร้างบรรยากาศลึกลับบนโปสเตอร์ในฐานะพัคจินคยอม ข้อความบนโปสเตอร์อ่านได้ว่า “ฉันจะปกป้องเธอ ไม่ว่าเธอจะอยู่ในโลกใดก็ตาม”

“Alice” จะออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 28 สิงหาคม เวลา 22.00 น. (KST)

Thai Translation: Natty

Source: https://www.soompi.com/article/1416129wpp/joo-won-and-kim-hee-sun-prepare-for-an-otherworldly-adventure-in-posters-for-upcoming-sci-fi-drama-alice

คิมฮีซอน-จูวอน และนักแสดงอีกมาก แสดงให้เห็นถึงเคมีที่ยอดเยี่ยมในการอ่านบทเรื่อง “Alice” ครั้งแรก

Kim Hee Sun, Joo Won, And More Show Great Chemistry At 1st Script Reading For “Alice”

คิมฮีซอน จูวอนและนักแสดงอีกมาก แสดงให้เห็นถึงเคมีที่ยอดเยี่ยมในการอ่านบทเรื่อง “Alice” ครั้งแรก

SBS ปล่อยรูปจากการอ่านบทครั้งแรกของ “Alice” ละครไซไฟวันศุกร์-เสาร์ที่กำลังจะออกอากาศ

“Alice” เป็นเรื่องราวของ พัคจินคยอม (จูวอน) นักสืบไร้อารมณ์ที่ได้รู้ถึงการมีอยู่ของนักเดินทางข้ามเวลาและเดินทางมาจากอนาคตผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Alice” ระหว่างที่เขาสืบสวนเกี่ยวกับ “Alice” โชคชะตานำพาให้เขาได้พบกับหญิงสาวชื่อยุนแทอี (คิมฮีซอน) ที่เสียชีวิตไปเมื่อนานมาแล้วอีกครั้ง

นอกเหนือจากผู้กำกับแบคซูชาน (Baek Soo Chan) แล้ว ยังมีนักแสดง ได้แก่ คิมฮีซอน (Kim Hee Sun) จูวอน (Joo Won) ควักชียัง (Kwak Si Yang) อีดาอิน (Lee Da In) คิมซังโฮ (Kim Sang Ho) ชเววอนยอง (Choi Won Young) อีแจยุน (Lee Jae Yoon) ฮวังซึงออน (Hwang Seung Eon) ยอนอู (Yeonwoo) อีจองฮยอน (Lee Jung Hyun) และอีกมากมายที่เข้าร่วมการอ่านบท

คิมฮีซอนจะรับบทบาทเป็น 2 ตัวละครที่หน้าตาเหมือนกัน คือ ยุนแทอีและพัคซุนยอง โดยระหว่างการอ่านบท คิมฮีซอนสามารถแสดงเป็นตัวละครในวัย 20 ปีและ 40 ปีได้อย่างเชี่ยวชาญ เธอสามารถสวมบทเป็นตัวละครทั้งสองที่มีความเหมือนกันในระดับหนึ่ง แต่ก็มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในบทบาทที่ได้รับ คิมฮีซอนใช้น้ำเสียงและการแสดงออกทางสีหน้าที่แตกต่างกันเพื่อแยกตัวละครทั้งสองออกจากกัน ทำให้ทีมงานที่ร่วมอ่านบทรู้สึกประทับใจ

ส่วนจูวอนจะแสดงเป็นตำรวจนักสืบ “พัคจินคยอม” ผู้ซึ่งไร้อารมณ์มาแต่กำเนิด ด้วยลักษณะเฉพาะของพัคจินคยอมนี้เอง จูวอนได้ใช้การแสดงที่ละเอียดของเขาแสดงความคิดของตัวละครได้อย่างเหมาะสม ทั้งที่มีความยาก แต่จูวอนก็เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในบทและทำให้พัคจินคยอมมีชีวิตขึ้นมาได้

นอกจากนี้ เคมีของคิมฮีซอนและจูวอนก็ยังสร้างความประทับใจอย่างมากให้กับผู้ที่มาเข้าร่วมการอ่านบท นักแสดงทั้งสองคนแลกเปลี่ยนบทกันอย่างลื่นไหล ดูราวกับว่าพวกเขาได้ร่วมงานกันมาแล้วหลายโปรเจค ร่วมสร้างและขยายความสามารถที่มีอยู่ของกันและกัน

นอกเหนือจากนักแสดงนำทั้ง 2 คนแล้ว “Alice” ยังมีนักแสดงสมทบชั้นนำอีกมากมาย ควักชียังแสดงให้เป็นถึงการแสดงที่น่าเชื่อถือ ส่วนอีดาอินก็แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในด้านการแสดงที่กำลังจะมาถึง นอกจากนี้ ละครเรื่องนี้ยังร่วมด้วยคิมซังโฮและชเววอนยองซึ่งทักษะทางการแสดงเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณะอยู่แล้ว รวมถึงนักแสดงอีแจยุน, ฮวังซึงออน, ยอนอูและอีจองฮยอน ที่แสดงให้เห็นเสน่ห์ทางการแสดงที่โดดเด่นของพวกเขาอย่างกระตือรือร้น และทำให้ละครยิ่งแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

การอ่านบทเต็มไปด้วยพลังที่นักแสดงแต่ละท่านได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในบทบาทที่ได้รับ ทำให้ภาพของละครถูกเผยให้เห็นอย่างชัดเจนตรงหน้า นอกจากนี้ ผู้กำกับและทีมผลิตยังทำงานกันอย่างขยันขันแข็งเพื่อไม่ให้พลาดแม้แต่รายละเอียดเดียว และยิ่งไม่ต้องพูดถึงการอ่านบทที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอย่างสดชื่นและรอยยิ้มที่สดใสจากเหล่านักแสดงและทีมงาน

“Alice” จะออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 28 สิงหาคม เวลา 22.00 น. (KST)

Thai Translation: Natty

Source: https://www.soompi.com/article/1415603wpp/kim-hee-sun-joo-won-and-more-show-great-chemistry-at-1st-script-reading-for-alice

#주원 #JooWon #จูวอน

#김희선 #KimHeeSun #KimHeeSeon

#앨리스 #Alice #SBS #Drama

[แปล] คาแรคเตอร์ของจูวอนในละคร “Alice”

พัคจินคยอม (Park Jin Gyeom) รับบทโดย จูวอน (Joo Won)

ชายหนุ่มวัย 29 ปี นักสืบประจำการสถานีตำรวจกรุงโซลทางตอนใต้

„ผมจะปกป้องคุณถึงแม้ว่าคุณจะไม่ใช่แม่ผม ผมจะปกป้องคุณเอง”

เด็กที่กำเนิดจากเวิร์มโฮล (รูหนอนอวกาศ) กัมมันตรังสี กระบวนการของการเดินทางข้ามเวลา

เมื่ออายุ 6 ปี เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคภาวะไร้อารมณ์

เขาไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นรวมทั้งความรู้สึกของตัวเอง ทำให้มักจะอยู่คนเดียว มีเพียงซุนยังผู้เป็นแม่เป็นเพื่อนที่ดีเลิศเพียงคนเดียวของเขา

ตุลาคม 2010 ซุนยังถูกฆาตกรรม

จินคยอมซึ่งเป็นคนไร้อารมณ์ความรู้สึกไม่เคยมีความปรารถนาจริงจังในชีวิต จินคยอมมีเพียงเป้าหมายเดียวคือตามจับฆาตกรที่ฆ่าแม่ของเขา

สิ่งที่ต้องทำเพื่อแม่ที่เสียสละชีวิตของเธอ ดังนั้นจินคยอมจึงได้เข้าวิทยาลัยตำรวจและทำงานเป็นตำรวจ

ในปี 2020 โชคชะตาทำให้จินคยอมได้พบกับหญิงสาวที่ปรากฏตัวมาเพื่อตามหาผู้ร้ายที่ฆ่าเธอ

หญิงสาวคนนี้ชื่อ ยุนแทยี มีหน้าตาเหมือนกับซุนยังแม่ของเขา

แปลไทยโดย nok_dg

Source: https://m.programs.sbs.co.kr/drama/alice2020/cast/63366#0_1

#주원 #JooWon #จูวอน

#앨리스 #Alice #SBS #Drama

“Alice” คอนเฟิร์มออกอากาศ ศุกร์ที่ 28 สิงหาคมนี้

New K-Drama Alert! “Alice” Confirmed To Premiere InAugust

แจ้งเตือนละครเรื่องใหม่! “Alice” ยืนยันออกอากาศตอนแรกในเดือนสิงหาคม

“Alice” ละครเกาหลีที่กำลังจะมา นำแสดงโดยคิมฮีซอนและจูวอน เคาะวันออกอากาศตอนแรกในวันที่ 28 สิงหาคม และพวกเราแทบจะรอไม่ไหวแล้ว!

ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคนสองคนที่แยกกันไปหลังจากความตายและได้กลับมาพบกันอีกครั้งโดยการล้ำเส้นกฎของอวกาศ Alice คืออุปกรณ์ที่มนุษย์จากอนาคตสามารถเดินทางกลับมายังปัจจุบันได้ เส้นเรื่องของละครเป็นสิ่งที่น่าสนใจเพราะเรามักจะตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยครั้งว่าการเดินทางข้ามเวลาจะเป็นไปได้หรือไม่

จูวอนนำแสดงในซีรีส์เกาหลีหลายเรื่อง อาทิ My Sassy Girl, Yong Pal และอีกมากมาย เขายังแสดงนำในภาพยนตร์ “Fatal Institution” และ “Xia You Qiao Mu” และด้วยการแสดงอันยอดเยี่ยมของเขาใน “Yong Pal” เขาจึงคว้ารางวัลมาได้มากมาย เช่น 2015 SBS Drama Awards, Grand Price, Ten Star Award, Best Couple Award และ Chinese Netizen Award

ในเรื่อง “Alice” เขารับบทเป็นนักสืบพัคจินคยอม เขาค้นพบเรื่องการเดินทางข้ามเวลาหลังจากได้เข้าไปสืบคดีลึกลับคดีหนึ่งเขาอาจจะดูไร้อารมณ์ในละคร แต่เขากลับแบกความรู้สึกบางอย่างไว้ในใจมาโดยตลอดหลังจากที่แม่ของเขาเสียชีวิตลง

ในทางตรงข้าม คิมฮีซอนแสดงเป็น 2 บท คือ ยุนแทอี แม่ของจินคยอมและนักฟิสิกส์อัจฉริยะที่เสียชีวิตระหว่างการพยายามค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในการเดินทางข้ามเวลา และพัคซุนยองนักวิทยาศาสตร์จากโลกอนาคตผู้ที่กุมคำตอบและสาเหตุของการเดินทางข้ามเวลา 

การรับบทเป็น 2 ตัวละครนี้เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทั้ง 2 คนมาเจอกันแต่น่าจะเป็นเรื่องของโชคชะตา ไม่ใช่แค่เป็นเพียงคำตอบของการเดินทางข้ามเวลา แต่จะเป็นคำตอบของคำถามของตัวละครเองด้วย

คิมฮีซอนแต่งงานกับพัคจูยองและยังเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งด้วย เธอรับบทนำในภาพยนตร์และซีรีส์หลายเรื่อง เช่น “The Warring States” ในปี 2010 และ “Room No. 9” ในปี 2018 เธอยังได้แสดงความสามารถใจฐานะนักแสดงหญิงมากประสบการณ์ในการแสดง 2 บทเป็นผู้หญิงคนละคน โดยคนหนึ่งคือคนอายุ 20 และอีกคนคือคนอายุ 40 แฟนๆจำนวนมากต่างก็เฝ้ารอที่จะได้เห็นบทบาทที่เธอจะแสดงออกมานี้

“Alice” เป็นการผสมผสานกันของเรื่องแต่งและวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งตารอเนื่องจากเป็นธีมที่มีความแปลกใหม่ ละครจะออกอากาศทุกวันศุกร์และวันเสาร์ เวลา 22.00 น. (K.S.T.) และมีรายงานว่าจะมาแทนเรื่อง “Backstreet Rookie” ซึ่งมาแทนเรื่อง “The King: Eternal Monarch”

Thai Translation: Natty

Source: http://www.kdramastars.com/articles/118443/20200717/new-k-drama-alert-alice-confirmed-premiere-august.htm

[แปลไทย] บทสัมภาษณ์จูวอนในนิตยสาร GRAZIA Korea ฉบับเดือนธันวาคม 2019

[แปลไทย] บทสัมภาษณ์จูวอนในนิตยสาร GRAZIA Korea ฉบับเดือนธันวาคม 2019

Q: หลังออกจากกรมมาก็ไม่มีข่าวเรื่องผลงานใหม่เลย ระหว่างนั้นคุณทำอะไรอยู่คะ?

JW: ผมยิ่งรู้สึกผิดต่อแฟนๆ เข้าไปใหญ่เพราะมีผลงานช้ากว่าที่คิดน่ะครับ พอออกจากกรมมา ผมก็ได้อ่านบทตั้งแต่หน้าหนาวที่แล้ว แต่ระหว่างขั้นตอนการเลือกผลงานคืนวงการก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันขึ้นมากมาย ทำให้มีผลงานช้าลงกว่าเดิมครับ ผมคิดว่าคงมีหลายคนเลยที่เสียใจเพราะผมไม่มีข่าวเรื่องผลงานออกมาเลยทั้งที่เคยบอกไว้ว่าจะตั้งใจทำงานหลังออกจากกรมมาแล้ว ผมไม่ได้คิดอยากจะพักเลยนะครับ (หัวเราะ) มันทำให้ผมสุขุมขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจด้วยละครับ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ได้พบกับผลงานที่ดี และใช้เวลาทั้งหมดไปพร้อมๆ กับการเริ่มต้นผลงานและเตรียมขั้นตอนการทำงานในครั้งนี้ครับ

Q: ได้มีเวลาอยู่คนเดียวแล้วไม่มีงานอื่นๆ ทำบ้างเหรอคะ?

JW: ผมคิดหนักมากเลยละครับ ผมไปเที่ยวมาด้วยครับ พอมองย้อนกลับไปแล้ว ดูเหมือนว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ผมต้องการมากๆ เลยละครับ ผมต้องการเวลาที่จะได้ทำผลงานชิ้นล่าสุด ช่วงที่เตรียมงานก็จะมีเวลาว่างอยู่บ้าง ตอนนั้นแหละที่ผมได้คิดว่าเราจะก้าวต่อไปแบบไหนในฐานะนักแสดง จะกำหนดทิศทางชีวิตส่วนตัวของเราไปในทางไหนดีด้วยน่ะครับ แล้วผมก็เอาชนะความรู้สึกอยากรีบรับงานเพื่อคืนวงการ แล้วคิดว่าโชคดีมากเลยที่เราได้ออกไปพักผ่อนสักนิดหนึ่งก่อน ผมไม่ได้วางแผนเอาไว้ก่อนหรอกนะครับ แต่ก็เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมมากเลยละครับ

Q: บอกว่าไปเที่ยวมา แล้วที่ไหนที่ติดอยู่ในความทรงจำมากที่สุดคะ?

JW: ก็นานแล้วนะครับ อย่างอเมริกาก็เป็นที่ที่ยังไม่เคยไปเที่ยวมาก่อนตั้งแต่ก่อนผมจะเข้ากรม เป็นครั้งแรกด้วยที่ผมไปประเทศอื่นคนเดียว เลยไปเที่ยวด้วยความรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ครับ ดูห่างไกลจากตัวผมสุดๆ เลยครับ การพูดภาษาอังกฤษก็สนุกดีนะครับ และเพราะประเทศอเมริกาใหญ่มากๆ ผมเลยใช้วิธีเที่ยวทั้งวันไปเลยวันหนึ่ง แล้วอีกวันหนึ่งก็ค่อยเที่ยวแบบชิลๆ ครับ ผมไม่พักโรงแรมแต่จองที่พักผ่าน Air BNB พอกลับเข้าที่พักแล้วจึงค่อยออกมาหาของกินที่ตลาดเอาครับ (หัวเราะ) สิ่งเล็กๆ เหล่านั้นนั่นละครับ ที่ติดอยู่ในความทรงจำของผม ถ้าเป็นผมในอดีตล่ะก็ คงไม่ได้ไปเที่ยวอย่างอิสระแบบนั้นแน่นอนเลยครับ

Q: ได้ข่าวว่าจะคืนวงการด้วยละครเรื่อง <ALICE> ดูเหมือนว่าแฟนๆ จะคาดหวังกับภาพลักษณ์ใหม่ของคุณกันมากสุดๆ ไปเลยใชีมั้ยคะ?

JW: ถึงแม้ว่าผมจะกลับมาในภาพลักษณ์ไหน แฟนๆ ก็พร้อมจะชอบกันอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็นผลงานที่ผมเลือกหลังจากอ่านบทละครอยู่หลายเจ้า อีกทั้งยังเป็นผลงานที่มีการเตรียมตัวนานมาก ถ้าแฟนๆ ส่วนมากชอบก็คงจะดีนะครับ ผมค่อนข้างกังวลมากทีเดียวว่าจะสามารถดึงความสนใจจากแฟนละครที่ตกลงไปมากกลับมาอีกครั้งได้มั้ย เนื่องจากมีคอนเท็นส์และแนวละครหลากหลายให้เลือกดูเยอะมากในช่วงนี้ ผมก็ไม่ได้หวังมากถึงขั้นอยากให้ละครดังเปรี้ยงอะไรขนาดนั้นนะครับ แต่โดยส่วนตัวแล้ว ขอแค่ให้ละครตัวเองเป็นอีกหนึ่งประเด็นดีๆ ให้คนพูดถึงกันก็พอครับ

Q: จากผลการสำรวจในงานแฟนมีตติ้ง แฟนๆ อยากให้คุณรับบทพระเอกในละครแนวโรแมนติกคอเมดี้มากที่สุด โดยส่ว่นตัวแล้วคุณคิดอย่างไรคะ?

JW: อยากเล่นนะครับ แฟนๆ เองก็คงจะชอบด้วย เพราะผมก็จะได้เสริมความหล่อได้มากขึ้นด้วย แต่ผมกลับชอบแนวหนักๆ เหมือนแนวสารคดีมากกว่าน่ะครับ แนวขำๆ เบาๆ ดูยากไปนิดหนึ่งสำหรับผมน่ะครับ คำว่ายากในที่นี้ ความจริงแล้วก็คือมันไม่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากพอน่ะครับ

Q: ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เดิมทีแล้วมันมีบทบาทที่เราสามารถเลือกแสดงให้เข้ากับอายุได้นี่คะ แล้วอายุของคุณจูอนก็กำลังดีเลยนะคะ

JW: ถูกต้องครับ ผมรู้ว่ามันจำเป็น (หัวเราะ) ก็อยากจะเปลี่ยนรสนิยมบ้างเหมือนกัน แต่มันก็เปลี่ยนไม่ได้น่ะครับ แต่เพราะความต้องการของผมมันเป็นความรู้สึกที่ชัดเจนมาก ผมจึงอยากได้งานที่เข้ากับตัวผมที่สุดน่ะครับ

Q: เพราะเหตุนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นมุมมองของจูวอนเท่านั้นที่ตัดสินใจว่าต้องรับงานในครั้งนี้ให้ได้

JW: หลังออกจากกรมมา ผมอ่านบทละครหลายเรื่องมากจริงๆ แต่ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ว่าทำไมผมถึงเลือกละครเรื่องนี้ ก็เพราะอ่านบทแล้วสนุกครับ แม้ว่าจะอ่านบทจบไปไม่รู้กี่เล่มแล้วก็ตาม และยิ่งเป็นข้อมูลที่คนดูให้ความสนใจอยู่แล้วด้วย ผมคิดว่ายิ่งน่าสนใจครับ ผมคิดถึงหลายข้อมากเลย ทั้งคาแร็คเตอร์ที่ผมรับเล่นจะมีเสน่ห์มั้ย จะได้โชว์ด้านใหม่ๆ ให้คนดูได้เห็นกันหรือเปล่า แน่นอนว่าผมคงไม่มีคำตอบตายตัว แต่ผมคิดว่า <ALICE> น่าจะเป็นผลงานที่ถูกใจมหาชนได้มากที่สุดแล้วน่ะครับ

Q: ถ้าอย่างนั้นมันต่างจากคาแร็คเตอร์มาตรฐานของจูวอนที่เราเคยเห็นกันมามากมั้ยคะ?

JW: เป็นบทที่ผมไม่เคยแสดงมาก่อนครับ ไม่เคยแสดงบทที่มีอาชีพใกล้เคียงกับบทนี้มาก่อนด้วย แค่เห็นนิสัยของคาแร็คเตอร์นี้ก็รู้เลยว่านี่ไม่ใช่สไตล์ที่เราเคยเล่นมาก่อน ตรงจุดนั้นแหละที่ดึงดูดผมเข้าไปครับ

Q: เห็นว่ามีการกล่าวถึงเรื่อง ‘ท่องเวลา’ ซึ่งไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ด้วยนี่คะ

JW: ตอนอ่านบทครั้งแรกก็รู้สึกยากนิดหนึ่งครับ ดังนั้นจึงมีการปรับบทด้วย แต่โชคดีที่ปรับบทแล้วมีความเรียบง่ายมากขึ้น ไม่ได้ดูยากอะไรขนาดนั้นครับ ไม่ว่าใครก็สามารถจินตนาการไปตามเนื้อหาในเรื่องได้ไม่ยากครับ

Q: ได้ยินเรื่องที่ว่าคุณอยากพัฒนาตัวเองหลังออกจากกรม ตอนนี้ก็กำลังพัฒนาตัวเองอยู่อย่างสม่ำเสมอใช่มั้ยคะ?

JW: ไม่รู้ว่าที่ทำไปเนี่ย เพราะชอบออกกำลังกาย หรือ ทำไปเพราะเรื่องงานนะครับ (หัวเราะ) แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอก็คือการออกกำลังกายครับ

Q: ก่อนเข้ากรมไลฟ์สไตล์กับการแสดงคือเรื่องเดียวกัน แต่ดูเหมือนตอนนี้จะมีการแบ่งแยกการแสดงออกจากไลฟ์สไตล์นิดหนึ่งหรือเปล่า กำลังคิดถึงหลักการ ‘เวิร์ค ไลฟ์ บาลานซ์’ อยู่ด้วยใช่มั้ยคะ?

JW: ผมได้รับอิทธิพลจากครอบครัวมากกว่าคิดเรื่องหลักการน่ะครับ คุณพ่อคุณแม่ให้ความสำคัญกับครอบครัวมากๆ น่ะครับ ไม่ว่าจะทำอะไรพวกท่านจะให้ครอบครัวมาก่อนเป็นอันดับ 1 เสมอ แม้ว่าลูกๆ จะโตกันหมดแล้ว แต่ท่านก็ยังไม่มีเวลาไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสองอยู่ดีน่ะครับ เช่น ผมบอกให้ไปเที่ยวเถอะ ท่านก็จะบอกว่าไปไม่ได้หรอกต้องทำคิมจัง (การทำกิมจิเก็บไว้กินตลอดปี) อะไรประมาณนี้ พอเห็นคุณพ่อคุณแม่เป็นแบบนี้แล้ว ผมก็รู้สึกว่าเราต้องใช้เวลาให้ดีขึ้นกว่านี้แล้วละ อยากจะเรียนรู้วิธีใช้เวลาให้คุ้มค่าขึ้นเลยละครับ เมื่อก่อนเวลาถ่ายละครคือจะไม่มีเวลาอ่านหนังสือเลย ลำพังแค่เปิดหนังสือขึ้นมา ก็คิดว่าเราเอาเวลาตรงนี้ไปอ่านบทเพิ่มอีกสักบรรทัดดีกว่ามั้ย แล้วก็ปิดหนังสือไปน่ะครับ (หัวเราะ) แน่นอนว่าถ้าเราฝึกฝน เราก็จะแสดงได้ดียิ่งขึ้น แต่พอเราไปควบคุมตัวเองมากเข้า มันก็กลายเป็นความไม่ยืดหยุ่น ตึงเครียดไปใช่มั้ยครับ ดังนั้นตอนนี้ผมเลยตั้งใจว่าจะผ่อนคลายตัวเองสักหน่อยครับ

Q: สำหรับจูวอนแล้ว รู้สึกอย่างไรกับชีวิตการเป็นทหารบ้างคะ?

JW: ในค่ายทหารผมมีเวลาคิดอะไรเยอะมากเลยครับ เพราะมันอึดอัดเลยมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าพอออกไปปุ๊บ อยากจะรับงานเลยด้วยครับ อีกอย่างคือผมไม่มีเวลาฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆ วัย 20 ต้นๆ มากนักมาก่อน แต่พอได้พูดคุย เราก็ได้แลกเปลี่ยนคำแนะนำซึ่งกันและกัน ตรงกันข้าม ผมกลับรู้สึกชอบมากเลยที่ได้ใช้ชีวิตไปตามกฎระเบียบ ไม่ต้องคิดอะไรมาก มันสนุกดีนะครับ ที่ได้คุยกันตอนอาบน้ำ ได้กินข้าวพร้อมๆ กันอะไรแบบนี้น่ะครับ เพราะแบบนี้เองผมเลยคิดว่าหรือเราต้องคิดใหม่ทำใหม่แล้วนะ? ความรู้สึกเหมือนต้องวางแผ่นกระดาษที่เพิ่งระบายสีไปหมาดๆ ลง แล้วหยิบกระดาษวาดรูปแผ่นใหม่ขึ้นมา?

Q: แต่เห็นว่ามีเรื่องน่าชื่นชมเกี่ยวกับกองทัพเยอะเลยนี่คะ?

JW: ผมอยู่นิ่งๆ ไม่ได้เลยครับ ผมเป็นประเภทที่ชอบทำก่อนได้รับคำสั่งน่ะครับ พอเป็นแบบนั้นผมเลยสนิทกับพวกครูฝึกมากขึ้นด้วยครับ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับครูฝึกกันเยอะมาก เพราะเคยเข้ากรมมาก่อน อีกทั้งคุยกันถึงทิศทางที่ดีขึ้นขององค์กรกองทัพของเราด้วย ผมคิดว่าเป็นการใช้ชีวิตที่ช่วยให้ผมก้าวไปข้างหน้าได้อย่างดีเลยละครับ ได้ทำในสิ่งที่ข้างนอกไม่มีทางได้ทำ อย่างการเป็นพลทหารผมเกรียน หรือ การเป็นวิทยากรทหาร อะไรแบบนี้ (หัวเราะ) อะไรที่สามารถลองทำในค่ายทหารได้ ผมก็อยากจะทำให้หมดครับ คิดว่าให้คนอื่นได้เห็นภาพลักษณ์แบบนั้นจะดีกว่าน่ะครับ

Q: แต่ก็มีแฟนๆ จำนวนมากอยากเห็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ ไม่อยากไปลองออกรายการเรียลลิตี้บ้างเหรอคะ?

JW: ผมไม่ปฏิเสธนะครับ ช่วงนี้ผมอยากไปออกอยู่เหมือนกันเพราะมีรายการเรียลลิตี้เกิดขึ้นเยอะมาก แต่ก่อนผมเคยไปออกรายการที่ต้องสร้างคาแร็คเตอร์พิเศษในรายการขึ้นมา มันเหนื่อยมากเลยครับ เพราะไม่สามารถแสดงนิสัยจริงๆ ออกมาได้ แต่ถ้าสามารถเผยให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเราได้ ก็น่าจะไปออกรายการได้โดยที่ไม่อึดอีดอะไรน่ะครับ

Q: แต่แฟนๆ ก็รอดูละครเวทีอยู่เหมือนกันนะคะ

JW: มีแผนการอยู่เหมือนกันครับ ผมเองก็อยากเล่นละครเวทีมากเลย แม้ตอนแสดงจะเหนื่อยมาก แต่เพราะมันสนุกนี่ละครับ ฮ่าฮ่า ถ้ารอกันอีกหน่อย อาจจะได้เห็นผมแสดงบนเวทีอีกครั้งก็ได้มั้งครับ?

Q: แต่ยังไงช่วงนี้ก็ต้องถ่ายละครก่อนใช่มั้ยคะ?

JW: แน่นอนอยู่แล้วครับ ถ้าชวนคุยเรื่องละครต่ออีกหน่อย จะรู้เลยว่าเนื้อเรื่องมันตื่นเต้นเร้าใจมากเลยครับ เป็นละครอีกเรื่องหนึ่งเลยที่คนในแวดวงโทรทัศน์คาดหวังกันมาก ผมเคยเห็นคอมเม้นท์เสียดายของแฟนๆ ที่รอคอยผลงานคืนวงการของผมกันมานานมากอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าผมไม่สนใจ ไม่ดูอะไรเลยนะครับ แต่ผมอยากจะสื่อสารให้แฟนๆ เข้าใจมากกว่าว่าผมใช้เวลาทั้งหมดเพื่อตามหาผลงานที่ดียิ่งกว่าอยู่ครับ ใช่ครับ ที่แฟนๆ ไม่รู้ถึงสถานการณ์ที่ผมเผชิญอยู่ พอเห็นฟีดแบ็คแบบนั้นแล้วผมก็เสียใจนิดหนึ่งเหมือนกันน่ะครับ (หัวเราะ) ผมจะตอบแทนด้วยภาพลักษณ์ที่ดี ให้สมกับที่รอคอยกันมานานนะครับ

Q: นี่ก็ปลายปีแล้ว อยากให้ปีหน้าเป็นปีแบบไหนกันคะ?

JW: ปีนี้เป็นปีที่มีเวลาว่างนิดหน่อย ปีหน้าคงจะยุ่งมากเลยมั้งครับ? เหมือนปีนี้ผ่านไปเร็วมากเลย ยิ่งไปกว่านั้นคือ เพราะปีนี้มีเวลาปล่อยใจสบายๆ มากพอแล้ว ปีหน้าก็คาดหวังว่าอยากจะทำงานให้สนุกยิ่งขึ้นกว่าปีนี้น่ะครับ

Q: สุดท้ายแล้ว ช่วยอวยพรปีใหม่ให้ผู้อ่านทุกท่านหน่อยสิคะ

JW: เวลาผ่านไปเร็วมากจริงๆ ครับ ล่าสุดช่วงนี้ผมงานยุ่งมาก ต้องออกไปข้างนอกตลอด มันทำให้ใจของผมว้าวุ่นไปด้วยน่ะครับ ยิ่งเข้าสู่ช่วงปลายปี ก็จะรู้สึกเสียดายว่ายังมีเรื่องที่ไม่ได้ทำในปีที่ผ่านมาอีกเยอะเลยใช่มั้ยละครับ ผมเชื่อว่าเวลาจะช่วยแก้ไขทุกอย่างมากกว่าเก็บเอามาใส่ใจไว้ให้ทุกข์เสียเปล่าๆ และขอให้ทุกท่านมีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไปในช่วงปลายปีนี้ด้วยนะครับ

แปลไทยโดย : ออนนี่ใจดี

Source: https://www.smlounge.co.kr/grazia/article/43423

Pic: Huayibrothers

(กรุณาแชร์ออกไปพร้อมเครดิต)

#주원 #JooWon #จูวอน

#문준원 #MoonJunWon

#GraziaKorea

ประวัติจูวอนก่อนเดบิวต์ทางจอแก้ว

❤️About Joo Won ❤️

จูวอนมีชื่อจริงว่า “มุนจุนวอน” เกิดวันที่ 30 กันยายน 2530 เติบโตได้รับการเลี้ยงดูในกรุงโซลเมืองหลวงของเกาหลีใต้

เขาได้รับการปลูกฝังหลักคำสอนของศาสนาคริสต์จากพ่อแม่ตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อครั้งเป็นเด็กจูวอนเป็นเด็กที่เงียบขรึม ไม่ค่อยมีเพื่อนและไม่เข้าสังคมมากนัก

จูวอนเริ่มร้องเพลงตั้งแต่เด็กในคณะนักร้องประสานเสียงคริสตจักร ณ โบสถ์ที่เขาและพ่อแม่เข้าร่วมตามความสนใจของพ่อแม่

เด็กชายจุนวอนได้รับยกย่องและชื่นชมว่ามีเสียงที่ไพเราะงดงามจากคริสตชนที่โบสถ์นั้น นอกจากนั้นเขายังร้องเพลงในงานต่างๆ ของครอบครัวด้วย

ครอบครัวของเขาชื่นชมและกล่าวกันว่ามันช่างชัดเจนเลยที่จูวอนจะเป็นนักร้องในอนาคต

เมื่อจูวอนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นและเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม เสียงก็เริ่มเปลี่ยนจนทำให้เขากลัวว่าเขาจะสูญเสียเสียงอันไพเราะในการร้องเพลงไป

ในช่วงเดียวกันนั้นเขารู้สึกขาดความเชื่อมั่นในรูปร่างหน้าตาของตนเอง ไม่คิดว่าตัวเขาเองมีเสน่ห์น่าสนใจ และคิดว่าหน้าตาของเขานั้นธรรมดาพื้นๆ จนทำให้ในตอนนั้นเขาทิ้งความฝันการก้าวสู่วงการบันเทิง

ตอนเข้าวิทยาลัย พ่อของเขาได้ตั้งชื่อในวงการให้ว่า “จูวอน” (หมายความว่า สิ่งที่พระเจ้าต้องการและสิ่งที่ฉันควรทำเพื่อพระเจ้า) ซึ่งเหมือนเป็นการให้เขารักษาระยะห่างของตนเองและการสร้างเส้นทางของตัวเองสู่วงการบันเทิง

ด้วยความที่จูวอนรักการร้องเพลงและรู้สึกมั่นใจมากในช่วงเวลาที่มีโอกาสได้แสดงความสามารถในการร้องเพลงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายการฮิตที่ชื่อว่า Frees (ออกอากาศปี 2549)

แม้ว่าจะร่วมออกรายการไม่นานนัก แต่ก็ทำให้ตั้งแต่นั้นมาจูวอนเข้าร่วมออดิชั่นทุกรูปแบบจนได้รับบทบาทแสดงละครเวทีเรื่อง Altar Boyz ซึ่งต้นฉบับเป็นละครเวทีที่ดังและประสบความสำเร็จอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และขณะนั้นมีแผนที่จะเปิดการแสดงในเกาหลีใต้

จูวอนได้รับการชื่นชมเป็นอย่างมากทั้งความสามารถในการแสดงและร้องเพลงจากนักวิจารณ์ หลังจากบทบาทในละครเวทีเรื่อง Altar Boyz ซึ่งจูวอนได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมและนักวิจารณ์แล้ว เขายังแสดงละครเวทีอีกหลายเรื่อง ซึ่งทุกเรื่องล้วนประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับ จนเป็นที่สนใจและได้รับการเซ็นสัญญากับเอเจนซี่ที่ชื่อ Sim Entertainment ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น Huayi Brothers Korea

แปลไทยโดย: Nok_dg

Source: Joo Won – DramaWiki

นักแสดงจูวอน หลังปลดประจำการจากกองทัพ ระดับความหล่อล่ำมาดแมนเพิ่มขึ้น

เสน่ห์ที่รอบด้านของนักแสดงจูวอนทำให้วงการโฆษณาต้องสั่นสะเทือน

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา บริษัท Fire Brothers Korea ได้เผยแพร่ภาพเบื้องหลังการถ่ายทำโฆษณานมอัลมอนด์พร้อมดื่มที่จูวอนเป็นพรีเซนเตอร์

ภาพของจูวอนในอิริยาบถที่หลากหลายตรึงสายตาของผู้ที่ได้เห็น ตัวอย่างเช่น ภาพจูวอนยิ้มน้อยๆในระหว่างที่ออกกำลังกายอยู่ ทำให้ภาพลักษณ์ของจูวอนที่ดูมาดแมนสมชายชาตรีด้วยมัดกล้ามล่ำดูสุขภาพดียิ่งดึงดูดสายตามากขึ้นไปอีก

อีกภาพคือจูวอนใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าสบายตาและใช้มือข้างนึงถือกล่องนม ทำให้เสน่ห์เฉพาะตัวของจูวอนเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ทีมถ่ายทำโฆษณาให้เหตุผลที่เลือกจูวอนมาเป็นพรีเซนเตอร์ว่า เป็นเพราะจูวอนมีภาพลักษณ์ที่ดูอบอุ่นและมีร่างกายที่กำยำแข็งแรงเหมาะกับผลิตภัณฑ์

จูวอนในสไตล์และคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันในแต่ละชุดทำให้ทั้งกองถ่ายทำโฆษณาสัมผัสได้ถึงออร่าที่สว่างไสวและอบอุ่นละมุนละไมตลอดการถ่ายทำ

ทิ้งท้ายไว้นิดสำหรับแฟนๆ ได้ยินมาว่าจูวอนกำลังพิจารณาเลือกผลงานชิ้นต่อไปอยู่

Thai Translation: Bewwy WiLa

Source:https://korepo.com/archives/616219

‪#주원 #JooWon #จูวอน‬

‪#아몬드브리즈 #AlmondBreeze‬

‪[Official] จูวอนจะคืนจอในเรื่อง “Hotel Alice”?‬

จูวอนกำลังพิจารณารับบทนำในละครเรื่อง “Hotel Alice”

ผู้เกี่ยวข้องกับต้นสังกัด Huayi Brothers ของจูวอนได้เปิดเผยกับ MBN สตาร์ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 9 ว่า “จูวอน ได้รับการติดต่อมาให้รับบทนำในละครเรื่องใหม่ของช่อง SBS เรื่อง Hotel Alice (ยังไม่ยืนยัน) และกำลังพิจารณาอยู่” และกล่าวเสริมอีกว่า “ยังไม่มีผลสรุปที่ชัดเจน”

Hotel Alice เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในโรงแรมที่เข้าไปได้เฉพาะนักท่องกาลเวลา ที่มี สนามบินที่สามารถใช้เดินทางย้อนเวลาไปหาอดีตได้ครั้งแรก โดย จูวอน ได้รับการเสนอให้รับบทเป็น ตำรวจสายสืบ “พัคจินกยอม”

หลังจาก จูวอน เข้ากรมไปรับใช้ชาติเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2017 ก็ได้ออกจากกรมมาเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งเขาได้ประจำการอยู่ ณ หน่วยกะโหลกขาว และหากเขายืนยันที่จะรับบทนี้ก็เท่ากับนี่เป็นผลงานคืนจอเรื่องแรกของเขาหลังออกจากกรมเลยทีเดียว

อนึ่ง ละครเรื่อง Hotel Alice เป็นผลงานของผู้กำกับ แพคซูชัน คนเดียวกับที่เคยฝากผลงานไว้ในละครเรื่อง Reunited Worlds, Beautiful Gong Shim และThe Girl Who Sees Smells

มีกำหนดออกอากาศช่วงต้นปีหน้า

แปลไทยโดยออนนี่ใจดี

Source:https://m.entertain.naver.com/read?oid=057&aid=0001348967

[แปล] บทสัมภาษณ์จูวอนในนิตยสาร ARENA HOMME + ฉบับเดือน เมษายน 2019

แต่นี้ไปคือจูวอนตัวจริง

จะว่าไปเขาก็ผ่านการเป็น “ลูกผู้ชายเต็มตัว” มาแล้วหนึ่งเดือนเต็มๆ แต่ทว่านักแสดงจูวอนก็ยังบอกเล่าเรื่องราวในรั้วทหารได้อย่างไม่เคอะเขินเลยสักนิด ช่วงเวลาสั้นๆหลังจากถ่ายแบบเสร็จ เราจึงได้พูดคุยอย่างออกรสถึงตัวจริงของจูวอน ทั้งเรื่องในรั้วทหารและเรื่องการแสดงอีกนิดหน่อย

⭕️ไม่ได้เจอกันนานเลย ขอแสดงความยินดีกับการได้เป็นทหารกองหนุนด้วยนะคะ รอการออกจากกรมมานานมากเลย พอถึงเวลาเข้าจริงๆ รู้สึกยังไงบ้างคะ?

JW: อืม…ต้องบอกว่ายังมีอะไรที่อยากทำอีกเยอะเลยมั้งครับ? เวลาไม่พอจริงๆครับ เมื่อก่อนถ้าไม่ใช่ตอนถ่ายละคร ก็นึกไม่ออกเลยว่าความยุ่งเป็นยังไงน่ะครับ นอกจากเรื่องการแสดงแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรที่ผมหมกมุ่นอย่างจริงจังสักเท่าไหร่ ช่วงที่เป็นทหารอยู่ พอมาคิดดูดีๆแล้ว แม้การแสดงจะจัดว่าเป็นการพัฒนาตัวเองอย่างหนึ่ง แต่ก็ต้องใส่ใจ และก็ควรมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้นด้วยน่ะครับ เลยเริ่มคิดว่าในแต่ละวันนั้น เวลาช่างไม่พอเอาซะเลยครับ

⭕️“ก่อนไปเป็นทหาร” กับ “หลังกลับจากเป็นทหาร” เพราะฉะนั้นจูวอนในตอนที่ยังไม่ได้รับราชการทหาร กับ จูวอนที่รับรับราชการทหารแล้ว แตกต่างกันมากขนาดไหน?

JW: รู้สึกเหมือนได้สั่งสมประสบการณ์มากขึ้น “เลเวลอัพ” อะไรแบบนี้เปล่า? ได้ลองประสบการณ์ที่ไม่สามารถทำได้ในสังคมทั่วไปครับ แม้จะไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ แต่ก็ได้ลองเป็นทั้งทหารตัดหญ้า เป็นทหารช่างตัดผม เป็นทหารที่ปรึกษา พอได้เจอคนมากหน้าหลายตา ก็ทำให้ได้ย้อนกลับมาดูตัวเองว่าเราเองนะครับ ว่าตลอดมาเราเป็นคนแบบไหนกันแน่

⭕️ในฐานะนักแสดงที่ปลดประจำการแล้ว มีอะไรอยากคอมเม้นท์เป็นพิเศษบ้างมั้ย โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นชายชาติทหารมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

JW: เมื่อก่อนผมจะเป็นคนที่ค่อนข้างพยายามปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์รอบข้างให้ได้มากที่สุด แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นน่ะครับ ความจริงแล้วทุกครั้ง เวลาที่เรามองสายตาคนรอบข้าง จนทำให้เราเปลี่ยนความตั้งใจ เห็นใจคนอื่น แล้วคล้อยตามเขาไป ดูเหมือนว่าข้างในเราจะได้รับความเครียดไม่น้อยเลย แต่หลังจากไปเป็นทหารกลับมา ก็ควบคุมตัวเองได้มากขึ้น ทำให้ความขี้ขลาดนั้นลดลงไปได้นิดหนึ่งครับ

⭕️ถ้าได้ออกจากกรม อยากทำอะไรเป็นอันดับแรกสุดคะ?

JW: เที่ยวครับ ถ้าได้ออกจากกรม ผมรู้แค่ว่าอยากไปเที่ยวมากๆเลยครับ แต่พอได้ออกมาจริงๆแล้ว กลายเป็นว่ายังไม่ได้ไปเที่ยวอย่างที่หวังไว้เลยครับ เพราะฉะนั้นผมจึงคาดหวังกับการถ่ายทำครั้งนี้มากเลยครับ หลังปิดกล้องแล้ว ผมอยากจะพักผ่อนยาวๆ ไม่ต้องคิดอะไรเลย ไปสักพักหนึ่งน่ะครับ

⭕️ระหว่างใช้ชีวิตทหาร อะไรที่ลำบากที่สุดคะ?

JW: มันอาจจะดูเป็นเรื่องจริงจังไปนิดนะครับ…แต่การอดทนที่จะไม่กระหายอยากในการแสดงเป็นเรื่องยากที่สุดแล้วครับ การฝึก หรือ ชีวิตทหารดูเป็นเรื่องสบายๆไปเลยละครับ เป็นความคิดที่ว่าพวกเพื่อนๆที่เด็กกว่าผมก็ทำได้กันหมด เราจะทนไม่ได้เชียวเหรอน่ะครับ แล้วก็ลำบากมากตรงที่รู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับการที่เราอยากให้แฟนๆได้เห็นนักแสดงจูวอนไวๆ แต่ต้องทำยังไงให้รู้สึกลุ้นระทึก และ ออกมาดูดีในสายตาทุกคนด้วยครับ แม้จะเป็นเวลาแน่นอนที่ได้ทำหน้าที่ชายชาติทหารจนสำเร็จแล้ว แต่ช่วงเวลานั้นที่ให้ประชาชนแห็นเราไม่ได้ ก็เป็นช่วงเวลาที่อดทนได้ไม่ง่ายเลยละครับ

⭕️ในช่วงนั้นมีเรื่องไม่สบายใจที่อยากลืมมันไปบ้างมั้ยคะ?

JW: แน่นอนครับ ความคิดแบบนั้นต่อให้ไม่ได้เป็นทหาร แค่ใช้ชีวิตเป็นนักแสดงก็มีความคิดแบบนั้นอยู่ตลอดเลยครับ สักวันหนึ่งชื่อเสียงเราจะตกลง แล้วเราก็จะถูกรถบรรทุกลากออกไปจากประชาชนสินะ…อารมณ์แบบนั้นระหว่างการเป็นทหาร มันทำให้เราได้รับประสบการณ์เร็วขึ้นอีกนิดหนึ่งครับ ก็เหมือนได้ฝึกฝนตัวเองทางด้านจิตใจน่ะครับ ก็คิดว่ามันคงจะกล่อมเกลาจิตใจได้นิดหนึ่งละมั้งครับ?

⭕️ถ้างั้นกองทัพก็ช่วยให้คุณเติบโตในฐานะนักแสดงด้วยน่ะสิคะ?

JW: แม้จะเป็นเพียงประสบการณ์เล็กๆ แต่ก็ช่วยให้ได้รับการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ และช่วยในการตัดสินใจได้ดีขึ้นด้วยครับ ดังนั้นความรู้สึกที่ผ่านมาก็เปรียบเหมือนธาตุแท้ของเราใช่มั้ยครับ สำหรับผมแล้วชีวิตในรั้วทหารมอบประสบการณ์ต่างๆให้ผมอย่างมากมาย ระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมา ผมได้รับความรู้สึกและมนุษยสัมพันธ์ที่หลากหลายเหลือเกินตลอดช่วงเวลานั้นครับ

⭕️ช่วยยกตัวอย่างหน่อยได้มั้ยว่าคือประมาณไหน?

JW: ก็เช่นความรู้สึกรับผิดชอบ? อย่างเมื่อก่อนไม่เคยคิดว่ามันสำคัญแต่พอลองมองในตอนนี้กลับรู้สึกว่ามันแตกต่างออกไป สมัยก่อนผมอาจจะเป็นน้องเล็กสุดใข่มั้ยครับ แต่ตอนนี้เวลาไปกองถ่าย ก็จะเจอนักแสดงรุ่นน้อง หรือ สต๊าฟเด็กๆที่อายุน้อยกว่าผมเยอะมากเลยครับ มันทำให้ความรับผิดชอบของเราค่อยๆยิ่งใหญ่ขึ้น ถ้าพวกรุ่นน้องมองผมแล้วรู้สึกเหมือนกับตอนที่ผมมองพวกรุ่นพี่ก็คงจะดีนะครับ

⭕️ถ้าให้นิยามความเป็นจูวอนในตอนนี้มา 2 อย่างล่ะคะ?

JW: ข้อแรกเลยคือ “ความจริงใจ” ตั้งแต่ตอนเดบิวต์แล้วผมมักจะได้รับคำบอกกล่าวจากผู้ที่ร่วมงานด้วยกันบ่อยๆว่า “จูวอน ความจริงใจคืออาวุธของนายเลยละ” น่ะครับ แม้จะมีคนที่ร้องเพลงเก่งกว่า และ แสดงเก่งกว่าผมมากมาย แต่มันเป็นพลังให้ผมอดทนอยู่ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้นได้ครับ “คิดนอกกรอบ” เป็นหนึ่งในคำที่ฟังดูดีมากๆเลย แต่เวลาที่เราแสดงมันกลับเป็นคำที่ฟังดูดีและแตกต่างไปจากเวลาปกติ ช่วงเวลาที่ได้แสดงดูเหมือนว่าผมจะมีความคิดที่หลุดออกจากกรอบไปสักหน่อยน่ะครับ

⭕️เอาละ ในอนาคตมีบทบาทใหม่ๆที่อยากเล่นบ้างมั้ย?

JW: จนถึงตอนนี้บทบาทส่วนใหญ่ที่ผมได้รับก็จะเป็นบทบาทพิเศษหรือไม่ก็บทหนักๆ ก็เลยอยากลองเล่นบทน่ารักๆ เบาๆ บทบาทธรรมดาๆกับเค้าบ้างน่ะครับ มันก็มีคาแร็คเตอร์เหมือนพี่ชายข้างบ้านผู้มีมุมที่แสนอบอุ่นในแต่ละวันตามภาพยนตร์ญี่ปุ่นอยู่นี่ครับ? เอาเป็นว่าคาแร็คเตอร์ธรรมดาๆดึงดูดผมได้มากกว่านั่นเองครับ

⭕️บทบาทที่ไม่เคยได้รับมาก่อนมีเสน่ห์มากกว่า?

JW: สมัยนี้ไม่ได้มีแค่แพลตฟอร์มของโทรทัศน์เท่านั้นที่ส่งผ่านผลงานไปสู่สายตาประชาชนใช่มั้ยละครับ? ดูเหมือนจะไม่ใช่ยุคที่ใช้เรตติ้งชี้วัดได้อีกต่อไปแล้วน่ะครับ ผมคิดว่านักแสดงเองก็ต้องลองทำอะไรให้มากขึ้น ดังนั้นถ้ามีโอกาสผมก็อยากลองแสดงภาพยนตร์นอกกระแสดูบ้างนะครับ ยิ่งถ้าเป็นงานที่มีไอเดียแปลกใหม่ด้วยแล้ว ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่เลยละครับ แม้แต่ตอนที่ผมเป็นทหารอยู่ก็พอรู้มาว่า “ช่วงนี้เน็ตฟลิคซ์กำลังมาแรง” แล้วตอนนี้เน็ตฟลิคซ์ก็กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ครองใจคนไปเรียบร้อยครับ

⭕️จากคำพูดดูเหมือนจะรู้สึกมั่นใจว่าจะได้เป็นทหารกองหนุนเลยนะคะ

JW: คงงั้นมั้งครับ? (หัวเราะ)

⭕️ช่วยเล่าแผนการในอนาคตให้ฟังหน่อยสิคะ

JW: นิดนึงนะ ผมอยากก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งครับ ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าภาพลักษณ์ของผมเนี่ยเกือบจะเป็นนักเรียนดีเด่นอยู่แล้วครับ ผมอยากให้คนดูได้เห็นตัวผมในหลายๆบทบาทไม่ใช่แค่บนจอภาพยนตร์ หรือ บนหน้าจอทีวี แต่เป็นบนเวทีมิวสิคัลด้วยน่ะครับ ดูเหมือนว่าคอนเซ็ปต์เวทมนตร์จะยังไม่ถูกกลืนไปหมดใช่มั้ยครับ เอาจริงๆนะ ผมมาจับคอนเซ็ปต์เวทมนตร์เอาตอนนี้นี่ยังไม่สายไปใช่มั้ยครับ (หัวเราะ) ผมอยากท้าทายกับภาพลักษณ์ที่สดใหม่ครับ จะพยายามให้ทุกคนได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของผมให้ได้มากที่สุดนะครับ

แปลไทยโดย: ออนนีใจดี

แปลมาฝากแฟนๆจูวอนได้อ่านกันค่ะ และไม่อนุญาตให้คัดลอกคำแปลส่วนหนึ่งส่วนใดออกไป