‪จูวอน ในฐานะครูฝึก ชม BIGBANG’s G-Dragon ว่าเป็นคนขยันและตั้งใจทำงาน

‪จูวอนแวะมาไลฟ์ทักทายแฟนๆและเล่าประสบการณ์การเป็นครูผู้ช่วยฝึกในหน่วยทหาร พร้อมทั้งยังเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อจีดราก้อน วง Big Bang ที่ฝึกอยู่ในหน่วยทหารเดียวกัน‬

‪จูวอนไลฟ์ผ่านช่องทางของกองทหารสาธารณรัฐเกาหลีในวันที่ 9 เมษายน เขาเล่าถึงชีวิตประจำวันของทหารเกณฑ์ใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่ 5 ของการฝึก ‬

‪หลังจากเล่ารายละเอียดต่างๆแล้ว จูวอนยังเล่าประสบการณ์ในฐานะครูผู้ช่วยฝึก เขายิ้มและเล่าว่า “เพราะผมเข้ารับการฝึกทหารตอนอายุค่อนข้างเยอะ นายทหารใหม่ๆก็มักจะถามหาผมเพื่อขอคำปรึกษา พวกเขาเล่าถึงความยากลำบากและอุปสรรคต่างๆ แต่ก็สามารถฝึกได้สำเร็จจนครบอย่างปลอดภัย ผมรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ทหารรุ่นน้องโทรกลับมาหาผมแล้วบอกว่าเขามีความสุขดีในหน่วยทหารของเขา” ‬

‪จุวอนยังเล่าว่าทหารฝึกคนที่น่าจดจำคนหนึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นจีดราก้อนที่เข้ารับการเกณฑ์หหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จีดราก้อนผ่านการฝึกที่กองทหารราบที่ 3 ที่รู้จักกันในชื่อของ หน่วยกะโหลกขาว ที่จูวอนประจำการอยู่ จูวอนพูดว่า “ควอนจียง (ชื่อจริงของจีดราก้อน) เพิ่งเสร็จสิ้นการฝึกกับหน่วยเราไป เขาเป็นคนขยัน ถึงจะเห็นได้จากไกลๆ ก็รู้ว่าเขาเข้ากับคนอื่นได้ดีและเป็นคนตั้งใจทำงาน เป็นทหารฝึกคนหนึ่งที่น่าจดจำ” ‬

‪สุดท้าย จูวอนขอบคุณแฟนๆที่ส่งกำลังใจมาให้ขณะที่เขาเข้ารับราชการทหาร จูวอนเข้ารับการเกณฑ์ทหารในเดือนพฤษภาคม 2017 และรับตำแหน่งครูผู้ช่วยฝึก และจะปลดประจำการในเดือนกุมภาพันธ์ 2019‬

‪Thai Translation: Tang Prangthaya‬

‪Source: https://www.soompi.com/2018/04/09/joo-won-praises-bigbangs-g-dragon-hardworking-attitude-army-drill-instructor/‬

Advertisements

บทสัมภาษณ์จูวอนในนิตยสารทหาร ฉบับเดือนมีนาคม 2018

เพิ่มความอบอุ่นลงไปในความสมบูรณ์แบบ (Adding warmth to the perfection)

สิบตรีมุนจุนวอน ศูนย์ฝึกทหารใหม่ หน่วยแพ็กโกล (หน่วยกะโหลกขาว) กองที่ 3

การรับผิดชอบการใช้ชีวิตทหารของทหารฝึกหัดทั้งหมดนั้นแน่นอนว่าจะต้องสนับสนุนให้เหล่าทหารฝึกหัดได้รับการฝึกอันเข้มงวด ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้คือครูฝึกที่มีหมวกแดงเป็นสัญลักษณ์ เหล่าดาราที่เข้ารับการเกณฑ์ทหารท่ามกลางความสนใจของผู้คนและเข้ามาเป็นครูฝึกอย่างชอนจองมยอง ฮวีซอง ควอนซังอู ยูซึงโฮ อิมชีวาน แท็กยอน ฯลฯ ก็มีไม่น้อยเลย อย่างสิบตรีมุนจุนวอนที่เราได้พบเขาล่าสุดในศูนย์ฝึกทหารใหม่ หน่วยแพ็กโกล กองที่ 3 นั้น ก็ปลดคำนิยาม ‘นักแสดง’ ลงชั่วคราว แล้วขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งครูฝึกเพื่อช่วยสนับสนุนเหล่าทหารฝึกหัด

ปีที่แล้วสิบตรีมุนจุนวอนปรากฏตัวในคลิปวิดีโอโปรโมทงานเทศกาลทหารบกครั้งที่ 15 แบบเซอร์ไพรส์ ทำให้เป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก เขาได้รับความรักมากมายจากคาแร็กเตอร์หลากหลายในซีรีส์อย่าง Bridal Mask, Good Doctor, 7th Grade Civil Servant ตอนนี้เขากำลังพยายามเต็มที่เพื่อสนับสนุนเหล่าทหารฝึกหัดด้วยตำแหน่งผู้ช่วยครูฝึกด้านปฐมพยาบาลในศูนย์ฝึกทหารใหม่ หน่วยแพ็กโกล กองที่ 3 การจะเป็นครูฝึกได้นั้นจะต้องมีผลการฝึกยอดเยี่ยมในหน่วยฝึกทหารใหม่หรือมีวิธีต่างๆ ที่จะใช้หนุนตัวเอง แต่สำหรับสิบตรีมุนจุนวอนนั้นเขามีทั้งสองอย่าง เขาได้รับรางวัลฝึกฝนยอดเยี่ยมที่มอบให้กับทหารฝึกหัดที่ได้คะแนนการฝึกสูงที่สุดในพิธีสำเร็จการศึกษาของทหารใหม่ เขาจึงคว้าโอกาสที่จะได้รับเลือกเป็นครูฝึกไป

“ผมมีความอยากจะเอาชนะอยู่ครับ ผมฝึกทหารร่วมกับคนที่เด็กกว่าก็เลยไม่อยากจะรั้งท้าย ทำให้ผมยิ่งพยายามมากขึ้น โชคดีที่ผมได้คะแนนดีครับ ยังไงอาชีพอย่างนักแสดงหรือว่านักร้องก็เป็นอาชีพที่ต้องแสดงตัวเองออกไป จึงต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว เรื่องครูฝึกนั่นผมสมัครไปก่อนครับ พอเรามีอายุก็คิดว่าการสอนน่าจะเหมาะกับผมน่ะครับ ระหว่างที่ผมรับการฝึกผมก็กังวลมากเหมือนกันครับว่าจะสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นยังไงดี”

ต่อหน้าเหล่าทหารฝึกหัดนั้นนอกจากจะต้องมีเหตุมีผลแล้ว ในเรื่องของพฤติกรรมก็ต้องแสดงภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบออกไปซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นชะตาที่ครูฝึกต้องเผชิญ นอกจากการพูดจาและกิริยาต่างๆ แล้วก็ต้องศึกษาเรื่องต่างๆ อย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อให้ความรู้ของตนพัฒนายิ่งขึ้น ถือว่าการเป็นครูฝึกนั้นมีส่วนที่ยากลำบากอยู่มากทีเดียว จะเป็นครูฝึกที่ดีก็ต้องมีกำลังกายที่แข็งแรงด้วยจึงต้องดูแลตัวเองให้ดีอยู่เสมอ และการที่เขาทำเรื่องเหล่านี้เป็นสไตล์เฉพาะของตัวเองก็ทำให้เราแปลกใจ

“อาจเพราะผมเป็นทหารอยู่มั้งครับ หรือเพราะเป็นครูฝึกผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าผมขยันยิ่งกว่าตอนใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกอีกครับ พอมาใช้ชีวิตอยู่เป็นหมู่ร่วมกันก็ได้ค้นพบว่าต้องยืดหยุ่นบ้างทุกอย่างมันถึงจะลื่นไหลต่อไปได้ ยกตัวอย่างเช่นการที่ผมจะชินกับการเอื้อให้คนอื่นมากกว่าให้ตัวเองสบายกว่า ผมเป็นนักแสดงที่ชินกับการทำกิจกรรมคนเดียวก็เลยอาจจะบกพร่องตรงส่วนนี้บ้าง พอได้มาอยู่รวมกับคนอื่นก็ได้เรียนรู้เยอะเลยละครับ”

ครูฝึกนั้นโดยพื้นฐานแล้วต้องมีภาพลักษณ์ที่เข้มงวด บางทีก็หน้านิ่งดูเย็นชา สิ่งที่ไม่ควรจะดูแปลกไปจากปกติเลยก็คือภาพลักษณ์ของครูฝึกนี่เอง เพื่อที่เหล่าทหารฝึกหัดจะสามารถฝึกฝนได้อย่างปลอดภัย ครูฝึกก็จะต้องมีความระมัดระวังอยู่ระดับหนึ่งเสมอ

สำหรับสิบตรีมุนจุนวอนนั้นเขาให้ความสำคัญกับการสื่อสาร พยายามช่วยลดความเครียดในใจด้วยภาพลักษณ์พี่ชายที่อบอุ่นซึ่งเรื่องนี้เหล่าทหารฝึกหัดยืนยันได้เป็นอย่างดี

“พอเราทำงานแสดงก็ได้เจอคาแร็กเตอร์หลากหลาย พวกทหารฝึกหัดก็ไม่ต่างจากนั้นมากหรอกครับ (หัวเราะ) ทหารฝึกหัดที่ลำบากเพราะมีปัญหาเรื่องผิวพรรณก็มี ทหารฝึกหัดที่มาปรึกษาเรื่องพละกำลังหรือเรื่องสภาพจิตใจความเครียดอะไรอย่างนี้ก็มีครับ ถ้าเป็นคนที่มองเข้ามาก็อาจจะคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย แต่คนที่เจอเรื่องพวกนั้นกับตัวมันอาจจะเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสเลยก็ได้ เวลาแบบนี้ผมก็จะพยายามเข้าหาพวกเขาด้วยคำพูดที่อบอุ่นครับ พอได้อ่านจดหมายหรือได้รับโทรศัพท์จากทหารที่ฝึกจบไปแล้วก็รู้สึกภูมิใจครับที่ช่วยพวกเขาได้”

ครูฝึกนั้นแม้ว่าจะถูกกำหนดให้สอนในด้านต่างๆ กัน แต่ก็อาจจะต้องเข้าไปร่วมในด้านอื่นๆ ด้วย จึงต้องมีความคล่องในขั้นตอนการเรียนรู้ต่างๆ ทั้งหมดในศูนย์ฝึก ถ้าจะบอกว่าต้องขยันมากๆ และศึกษามากๆ ก็คงจะไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลย การเปลี่ยนวิธีสอนก็มีหลายกรณีดังนั้นจึงต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์นั้นๆ ให้ได้ แน่นอนว่าบทบาทที่สำคัญที่สุดของครูฝึกก็คือการรับผิดชอบความปลอดภัยของเหล่าทหารฝึกหัดนั่นเอง

“การเป็นครูฝึกแม้ว่าจะไม่สามารถทำอะไรให้สมบูรณ์แบบได้ แต่ต่อหน้าทหารฝึกหัดนั้นครูฝึกจะเผยจุดอ่อนออกไปไม่ได้เด็ดขาดครับ นอกจากจะสาธิตให้ดูได้แล้ว เรื่องอะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็จะปล่อยให้ผิดพลาดไม่ได้เลยครับต้องปลูกฝังภาพลักษณ์ว่าคนคนนี้น่ะทำได้ทุกอย่างเลย ส่วนตัวแล้วผมมีความปรารถนาที่ว่าอยากจะเป็นครูฝึกที่ทหารฝึกหัดสามารถมาระบายเรื่องต่างๆ ให้ฟังเวลาที่รู้สึกเหนื่อยหรือยากลำบากได้ครับ” 

สิบตรีมุนจุนวอนที่เราได้เจอในศูนย์ฝึกทหารใหม่หน่วยแพ็กโกลนั้นภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยแพ็กโกลเป็นอย่างมาก การอยู่ที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ทำให้เขาอยากจะให้ทหารฝึกหัดทั้งหลายแข็งแกร่งขึ้น สมเป็นชายชาติทหารมากขึ้น ซึ่งความรู้สึกนี้สิบตรีมุนจุนวอนไม่ปิดบังแม้แต่น้อย เขาปรารถนาให้พลทหารทุกนายปลอดภัย และวันนี้เขาก็ได้ส่งต่อความซาบซึ้งแสนอบอุ่นในฐานะครูฝึกไปพร้อมความปรารถนานี้

แปลไทยโดย Kwansinee Quanyuangpan / Joo Won Thailand Fanclub

Source:https://armymagazine.modoo.at/?link=6v2vmr12

***เป็นบทสัมภาษณ์ที่ตั้งใจนำมาฝากทุกคน หากต้องการแชร์บทสัมภาษณ์ทั้งหมดหรือคัดลอกส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป ขอความกรุณาให้เครดิตอย่างถูกต้องด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

แปลข้อความคนที่ไปสัมภาษณ์จูวอน…

ปล่อยภาพสุดพิเศษพร้อมบทสัมภาษณ์ของผู้ช่วยฝึกกองพันทหาร “จูวอน” ในนิตยสารทหาร ฉบับเดือนมีนาคม

วันนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ ถนนที่มุ่งหน้าไปกองพันทหารราบที่ 3 ชอรวอน หน่วยกะโหลกขาวโล่ง

จูวอนเก่งมาก ไม่ใช่แค่เก่งเฉยๆ ตอนนี้เขารับตำแหน่งผู้ช่วยในกองพันหน่วยฝึกทหารใหม่ ตอนนี้เราตื่นเต้นมากที่จะได้สัมภาษณ์และถ่ายรูปจูวอน

เรายังปล่อยภาพสุด exclusive ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

ก่อนหน้านี้ เราก็รู้มาตลอดว่าเขาเป็นนักแสดงที่หล่อมาก แต่มาถึงวันนี้ สิ่งแรกที่นึกถึงเกี่ยวกับจูวอน คือความเป็นมืออาชีพของเขาที่ตั้งใจทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด

ขอให้เขารักษาสุขภาพจนกว่าจะถึงวันออกจากกรม ขอให้เขาโชคดีและเราจะสนับสนุนเขาตลอดไป

Source: https://m.blog.naver.com/myjiminstory/221222427564

English Translation: Joo Won Indonesia

Thai Translation: Tang Prangthaya

นักแสดงตลกหญิง พัคจีซอน เปิดเผยว่า “ช่วงแรกๆที่เดบิวต์ ได้เจอกับนักแสดงจูวอนที่ป้ายรถเมล์”

นักแสดงตลกหญิง “พัคจีซอน” เปิดเผยว่า ตนเองเคยบังเอิญได้เจอกับนักแสดง “จูวอน” ที่ป้ายรถเมล์

พัคจีซอน ตอบคำถามจากผู้ฟังทางบ้านในรายการ “Two O’Clock Date’s Ji Suk Jin” ทาง MBC FM4U ซึ่งออกอากาศเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยเปิดเผยเรื่องราวที่ว่า เธอมักจะเดินทางไปกลับที่พักและที่ทำงานด้วยขนส่งสาธารณะ และวันหนึ่ง โชคชะตาที่แสนพิเศษก็นำพาให้เธอพบกับคนๆนึง

พัคจีซอน ดึงดูดความสนใจของผู้ฟังด้วยเรื่องราวที่เธอกำลังบอกเล่า “เป็นเรื่องที่เกิดตอนเพิ่งเดบิวต์เป็นนักแสดงตลกใหม่ๆค่ะ ตอนนั้นฉันขึ้นรถเมล์สาย 160 ที่หน้ามหาวิทยาลัย เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้าน จู่ๆก็มีผู้ชายรูปร่างหน้าตาดีคนนึงเดินเข้ามาใกล้ แล้วพูดกับฉันว่า “ผมติดตามผลงานคุณเสมอเลยครับ เป็นแฟนคลับคุณครับ” พูดจบก็เดินไป อีกหลายปีต่อมา จูวอนก็พูดกับสื่อในงานประกาศรางวัลนักแสดงงานนึงว่า “คนที่เดินเข้าไปทักทายคุณตอนนั้น คือผมเองครับ”

พัคจีซอน มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในฐานะ “คนวงการบันเทิงประจำปี 2018”

Thai Translation: Bewwy WiLa

Source:http://contents.innolife.net/news/list.php?ac_id=4&ai_id=246656

ยุนโดฮยอนให้กำลังใจรยออุค จูวอน อิมชีวาน และอีกหลายคนด้วยรูปภาพผองเพื่อน

‪Yoon Do Hyun Cheers On Ryeowook, Joo Won, Im Siwan, And More With Friendly Photo‬


‪วันที่ 8 ตุลาคม ยุนโดฮยอนโพสต์รูปในไอจีส่วนตัว เป็นรูปเหล่าดาราที่เข้ากรมอยู่และเข้าร่วม “เทศกาลกองทัพ 2017” ในรูป ยุนโดฮยอนถ่ายกับเพื่อนๆในวง YB รายล้อมด้วยเพื่อนทหารในชุดเครื่องแบบ ซึ่งมีจูวอน รยออุค อีจางอู โดซังอู และกอนอิล‬

‪พร้อมแคปชันว่า “เจ้าหน้าที่ทหารสุดหล่อและผู้สูงวัย ถึงเจ้าหน้าที่ อิมชีวาน ผู้ชื่นชอบ “The Sound of Rain” และเป็นคนที่ผมเพิ่งเจอครั้งแรก ผมเกือบวันทยาหัตแล้ว! ฮ่าฮ่า พูดจริงๆคือ เกือบจะทุกคนในรูป ผมก็เพิ่งเจอครั้งแรก แต่ทุกคนดูดีมากในชุดทหาร ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะใส่แล้วหล่อนะ โชคดีนะทุกคน!”‬

‪ก่อนหน้านี้มีรูปของอิมชีวาน รยออุค และจูวอนกำลังซ้อมเพื่องานเทศกาลนี้ปล่อยออกมาด้วย‬

‪Thai Translation: Tang Prangthaya‬

‪Source:https://www.soompi.com/2017/10/08/yoon-hyun-cheers-ryeowook-joo-won-im-siwan-friendly-photo/‬

Good Doctor เวอร์ชั่นรีเมคของอเมริกาได้ฉายเต็มซีซั่นเพราะกระแสดี


The Good Doctor ทางช่อง ABC เป็นซีรีส์รีเมคมาจาก Good Doctor ทางช่อง KBS 2TV ซึ่งจะได้ฉายเต็มซีซั่นเพราะกระแสตอบรับดี
ในวันที่ 3 ตุลาคม ABC เปิดเผยว่าในตอนแรกซีรีส์ทางการแพทย์เรื่องนี้ถูกวางไว้ 13 ตอน แต่ตอนนี้จะเพิ่มอีก 5 ตอน รวม 18 ตอน ครบซีซั่น
The Good Doctor ออกอากาศวันแรกวันที่ 25 กันยายน เรตติ้ง 2.2 (11.2 ล้าน ยอดวิว) ตอนที่ 2 ออกอากาศวันที่ 2 ตุลาคม เรตติ้ง 2.4
แชนนิ่ง ดังกี้ ประธาน ABC Entertainment กล่าวว่า “เรายินดีที่จะประกาศว่าเราจะเพิ่มจำนวนตอนในซีรีส์ The Good Doctor” 
ยูคอนชิก CEO ของ KBS ทางฝั่งอเมริกา กล่าวว่า ” ปกติแล้ว เรตติ้งจะลดลงในสัปดาห์ที่ 2 แต่ The Good Doctor ได้เรตติ้งเพิ่มขึ้น” 
The Good Doctor เป็นซีรีส์อเมริกาเรื่องแรกที่รีเมคจากซีรีส์เกาหลี ออกอากาศในช่วงไพรม์ไทม์ทางช่องทีวีหลักของอเมริกา และยังได้ฉายเต็มซีซั่นอีกด้วย มีโอกาสลุ้นซีซั่น 2 
ชมเวอร์ชั่นอเมริกาแล้วเป็นอย่างไรกันบ้าง?
Thai Translation: Tang Prangthaya

Source:https://www.allkpop.com/article/2017/10/american-remake-of-good-doctor-gets-a-full-season-order-due-to-its-popularity

มินจินอุงพูดถึงและกล่าวขอบคุณจูวอนในงานประกาศรางวัล Korean Drama Festival Awards 2017 ที่เขาได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม (Excellence Awards)‬


‪มินจินอุงพูดถึงและกล่าวขอบคุณจูวอนในงานประกาศรางวัล Korean Drama Festival Awards 2017 ที่เขาได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยม (Excellence Awards)‬
‪ผมยังเป็นเด็กใหม่และยังขาดประสบการณ์ ผมเลยโดนดุอยู่บ่อยๆ‬
‪ตลอด 5-6 ปี พี่ชายผมจะรับฟังและดุผมเวลาผมถอดใจอยากออกจากวงการ‬
‪ผมขอมอบรางวัลนี้ให้กับครอบครับของผม และคนที่อยู่เคียงข้างผมเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม “ถึงจูวอนนี่ ขอบคุณที่ให้กำลังใจมาตลอดในยามที่ท้อแท้จนอยากเลิกเป็นนักแสดงเพราะผมกลัวความผิดพลาด”‬


‪Translation: BoAJooWonEnglish / Tang Prangthaya‬

‪Source:http://entertain.naver.com/read?oid=109&aid=0003630783‬

‪โกคยองพโย: “จูวอน – โจจองซอก คือ ต้นแบบด้านการแสดง…ผมได้เรียนรู้ (จากพวกเขา) อย่างมาก”‬

‪Go Kyung Pyo: “Joo Won – Jo Jung Suk are my acting role models…I learn a lot (from them)”

‬‪โกคยองพโย: “จูวอน – โจจองซอก คือ ต้นแบบด้านการแสดง…ผมได้เรียนรู้ (จากพวกเขา) อย่างมาก”‬

‪“พอผมได้เจอกับจูวอนและโจจองซอกแล้ว เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าถ้าผมได้เป็นนักแสดงนำ ผมจะต้องทำให้ได้ดีแบบพวกเขา” ‬

‪ ‬

‪แปลเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับจูวอน‬

‪ ‬

‪โกคยองพโยสารภาพว่าเขามีต้นแบบด้านการแสดง คือ จูวอน จากเรื่อง Naeil’s Cantabile (2014) และโจจองซอก จากเรื่อง Jealousy Incarnate (2016)‬

‪ ‬

‪“การเป็นนักแสดงนำนั้นทำให้หมดแรงได้ง่ายมากๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีนักแสดงบางท่านที่มุ่งมั่นมากๆด้วยเช่นกัน แม้จะเคยคิดว่ามันเหนื่อย แต่เพราะว่าได้ผ่านมันมาแล้ว ก็เลยได้รู้ว่ามันเหนื่อยจริงๆ แล้วผมก็เลยรู้สึกว่านักแสดงที่อดทนมุ่งมั่นเพื่อให้ผลงานออกมาดีนั้นเป็นคนที่เท่มากๆ โดยเฉพาะตอนที่ได้เจอกับจูวอนและโจจองซอก ผมก็คิดในใจว่า “เราเองถ้าได้รับบทเป็นนักแสดงนำ ก็ต้องทำให้ได้อย่างพวกเขา” โกคยองพโยกล่าว‬

‪ ‬

‪“จูวอน โจจองซอก กงฮโยจิน เป็นนักแสดงที่เท่มากๆ ที่ผมได้ร่วมแสดงด้วย เมื่อถึงที่สุดก็มักจะมีปัญหาเวลาในการจำบทไม่พอ ต้องเหนื่อย (จำบท) ทั้งคืน แล้วก็ยังต้องถ่ายทำกันโต้รุ่ง 2-3 วันอีก แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังไม่แสดงท่าทีว่าเหนื่อยให้เห็นแล้วก็ยังทำงานต่อไปจนเสร็จ ผมรู้สึกทึ่งในความกล้าของพวกเขา เมื่อได้เจอบุคคลเหล่านี้ ผมรู้สึกทึ่งมากๆ แล้วก็ยังได้เรียนรู้จากพวกเขาอย่างมากด้วยครับ”‬

‪ ‬

‪Thai Translation: Natty‬

‪Source: http://joynews.inews24.com/php/news_view.php?g_menu=700100&g_serial=1050842&rrf=nv‬

เผยภาพชีวิตในกรมของจูวอน

‪Actor Juwon’s Military Life Revealed‬

ภาพนักแสดงจูวอนในกองทหารถูกปล่อยออกมาทางออนไลน์เมื่อวันที่ 25 ก.ย.
จูวอนยังคงหล่อเหลาแม้ตัดผมรองทรง ถึงจะใส่ชุดทหาร แต่เราก็เห็นความสูงและรูปร่างที่สมส่วนของจูวอนได้อย่างชัดเจน

จูวอนเข้ากรมเมื่อวันที่ 16 พ.ค. และได้รับตำแหน่งผู้ช่วยครูฝึกของหน่วยฝึกแบคกอล (หน่วยกะโหลกขาว) ภาพจูวอนใส่หมวกสีแดงวิ่งจอกกิ้ง (หมวกแดงคือสัญลักษณ์ของผู้ช่วยครูฝึก) เขาเหมือนหลุดออกมาจากในหนังเลยทีเดียว‬

จูวอนจะปลดประจำการในเดือน ก.พ. 2019 และเมื่อออกมาจากกรมเขาจะเป็นนักแสดงที่แข็งแกร่งขึ้น‬

‪Thai Translation: Tang Prangthaya‬

‪Source:https://www.koreadispatch.com/2017/09/25/actor-juwons-military-life-revealed/ BoAJooWonEng‬lish

[แปล] จูวอนให้สัมภาษณ์กับนิตยสารญี่ปุ่นก่อนเข้ากรมทหาร


Joo Won

ซีรี่ส์เรื่องล่าสุดก่อนเข้ารับการเกณฑ์ทหารคือซีรี่ส์ย้อนยุคเรื่องแรกที่แฟนๆรอคอยกันมานาน นักแสดงที่เปรียบเสมือนของขวัญอันล้ำค่าที่จะคงอยู่ในความทรงจำของแฟนๆ 
นักแสดงที่เกิดในปี ค.ศ. 1987 ต่างทยอยกันเข้ากรมรับใช้ชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงจูวอนด้วย จูวอนเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เมื่อเดือนพฤษภาคม 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านั้น เขาได้ฝากผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายไว้ นั่นก็คือ ซีรี่ส์เรื่อง “ยัยตัวร้าย” ที่ออนแอร์ทางช่อง SBS ในปีนี้
ซีรี่ส์เรื่องนี้ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ชื่อดังชื่อเรื่องเดียวกัน แต่ปรับให้เป็นซีรี่ส์ย้อนยุคที่มีปมของเรื่องเยอะกว่าภาพยนตร์ต้นฉบับ จูวอนรับเล่นซีรี่ส์เรื่องนี้เพราะคิดว่าแฟนๆรอคอยผลงานซีรี่ส์ย้อนยุคของตัวเองมานานแล้ว
ตัวละคร “กยอนอู” พระเอกของเรื่องที่จูวอนแสดงนั้นเป็นบุตรชายของชนชั้นสูงที่มีความชำนาญทั้งบุ๋นและบู๊ และยังมีบุคลิกภาพที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ทางนิตยสารทราบว่า ซีรี่ส์เรื่องยัยตัวร้ายถ่ายทำเสร็จสิ้นและปิดกล้องไปก่อนกำหนดการที่วางเอาไว้ และจูวอนได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับซีรี่ส์เรื่องนี้ด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายและตอบคำถามด้วยน้ำเสียงสบายๆอีกด้วย

 

บทสัมภาษณ์: คะระกิ ยูอิ ภาพ: คิม แจยุน

หมายเหตุ: บทสัมภาษณ์นี้มีเนื้อหาสปอยซีรี่ส์เรื่องยัยตัวร้าย ดังนั้นผู้อ่านที่ยังไม่ได้รับชมซีรี่ส์เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องทราบในเรื่องนี้เป็นเบื้องต้น 
ผลงานการแสดงซีรี่ส์ย้อนยุคเรื่องแรกทำให้จูวอนประสบปัญหาเรื่องการใช้คำเวลาที่ต้องพูดบทในขณะถ่ายทำ
จะมีการออกอากาศตอนแรกของซีรี่ส์ “ยัยตัวร้าย” ทางช่อง KNTV ของญี่ปุ่น จึงอยากรบกวนให้คุณช่วยทักทายแฟนๆชาวญี่ปุ่นหน่อยค่ะ
“ความจริงผมเองก็ยังไม่ได้ดูภาพหลังจากที่ตัดต่อแล้วเหมือนกัน เกรงว่าตอนนี้น่าจะยังตัดต่อไม่เสร็จนะครับ (หัวเราะ) ผมได้ยินมาว่ามีกำหนดออกอากาศซีรี่ส์เรื่องนี้เวลาเดียวกันกับที่เกาหลี ซึ่งทำให้ผมทั้งรู้สึกดีใจและคาดหวังเป็นอย่างมากเลยครับ
ซีรี่ส์เรื่องนี้กลายเป็นผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายก่อนเข้ากรมของคุณจูวอน ว่าแต่ทำไมถึงเลือกแสดงในซีรี่ส์เรื่องนี้?
“เหตุผลอันดับหนึ่งเลยก็คือแฟนคลับทุกๆคนนั่นเองครับ แน่นอนว่า เพราะเป็นผลงานการแสดงเรื่องสุดท้ายก่อนเข้าร่วมกองทัพ ผมจึงคิดทบทวนอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ถึงแม้ว่าจะกังวลเรื่องต่างๆหลายเรื่อง แต่สุดท้าย ผมก็เลือกผลงานการแสดงที่แฟนคลับทุกคนตั้งตารอคอยมาเป็นอันดับแรก เพราะแฟนคลับทุกคนต่างก็คาดหวังที่จะได้เห็นผมแสดงซีรี่ส์ย้อนยุค ได้เห็นผมในบทของตัวละครย้อนยุค และได้เห็นผมใส่ชุดฮันบก ความจริงแล้ว ผมก็ได้รับข้อเสนอจากซีรี่ส์เรื่องอื่นๆด้วยเหมือนกัน แต่ก็อย่างที่บอกครับ เหตุผลที่ผมเลือกรับซีรี่ส์เรื่องนี้เหนือสิ่งอื่นใดเลยเป็นเพราะผมอยากให้แฟนคลับทุกคนดีใจก็เท่านั้นเองครับ”
ถ้าพูดถึงภาพยนตร์เรื่อง “ยัยตัวร้าย” ที่ออกฉายเมื่อ ค.ศ. 2001 ทุกคนทราบดีว่าเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม แต่พอถูกดัดแปลงเป็นซีรี่ส์แล้ว ในฉบับซีรี่ส์อะไรคือไฮไลท์?
“ฉบับซีรี่ส์ค่อนข้างแตกต่างกับฉบับภาพยนตร์นะครับ ถึงแม้ว่านางเอกจะมีนิสัยพิลึกพิลั่นคล้ายๆกัน แต่บทก็ถูกปรับใหม่ให้เข้ากับความเป็นซีรี่ส์ย้อนยุคโรแมนติก แต่ถ้าซีรี่ส์เรื่องนี้ถูกดัดแปลงให้เป็นซีรี่ส์ปัจจุบันเหมือนกับภาพยนตร์ต้นฉบับ เนื้อเรื่องก็อาจจะออกมาคล้ายๆกัน แต่พอนำมาดัดแปลงเป็นซีรี่ส์ย้อนยุคจึงมีส่วนที่แตกต่างจากต้นฉบับอยู่มาก นอกจากนี้ ยังแตกต่างกันตรงที่เป็นซีรี่ส์ไม่ใช่ภาพยนตร์อีกด้วย ฉบับภาพยนตร์ต้นฉบับนั้นมีความยาวประมาณ 2 ชั่วโมง แต่สำหรับซีรี่ส์ย้อนยุคมีความยาวถึง 16 ตอน จึงสามารถสร้างเรื่องราวที่ซับซ้อนได้มากกว่าฉบับภาพยนตร์ และสามารถถ่ายทอดความรู้สึกและอารมณ์ของตัวละครในเรื่องได้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นด้วย มีทั้งฉากที่ตลกขบขัน ตึงเครียด บู๊ และมีการผูกเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น”
ภาพยนตร์ต้นฉบับได้กระแสตอบรับล้นหลามจากแฟนๆ นั่นทำให้คุณรู้สึกกดดันหรือไม่?
“ก่อนการเปิดกล้องถ่ายทำ ข่าวที่ว่าจะนำภาพยนตร์ต้นฉบับมาดัดแปลงเป็นซีรี่ส์ย้อนยุคก็กลายเป็นประเด็นที่ผู้ชมซีรี่ส์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ทำให้ผมรู้สึกเครียดนิดหน่อย แต่ในทางกลับกัน ก็ตระหนักถึงความรับผิดชอบในฐานะนักแสดงด้วย แต่ถึงอย่างนั้น ตอนนี้ ผมกลับมองว่า “ยัยตัวร้าย” เป็นซีรี่ส์โดยสมบูรณ์แล้ว ไม่ได้เป็นแค่ซีรี่ส์ที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ต้นฉบับ แต่เป็น “ยัยตัวร้าย” ฉบับซีรี่ส์จริงๆ ซึ่งพอถ่ายทำเสร็จแล้วก็ไม่รู้สึกกดดันแล้วครับ (หัวเราะ)”
ซีรี่ส์เรื่องนี้มีส่วนที่เหมือนกับภาพยนตร์ต้นฉบับบ้างหรือไม่?
“ไม่มีส่วนที่เหมือนกับภาพยนตร์ต้นฉบับเลยครับ อย่างคาแรกเตอร์ของกยอนอูหรือคาแรกเตอร์ของพระเอก ในภาพยนตร์กับซีรี่ส์ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย ในภาพยนตร์ต้นฉบับ พระเอกจะเป็นคนตลกๆ แต่ในซีรี่ส์ จะเป็นคนเท่ห์ๆ ถึงจะถูกมองว่าเป็นผู้ชายเท่ห์ๆที่ได้รับการอบรมและขัดเกลามาเป็นอย่างดี แต่ก็มีมุมเซ่อๆงงๆอยู่ด้วยเหมือนกัน (หัวเราะ) ซึ่งก็ถือว่าเป็นไฮไลท์นึงของซีรี่ส์ด้วยเหมือนกัน ผมได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อสวมบทบาทตัวละครกยอนอูในซีรี่ส์เรื่องนี้ครับ”
จริงๆแล้ว ตัวละครกยอนอูเป็นคนแบบไหนกันแน่?
“กยอนอูเป็นผู้ชายที่บุคลิกดี ดูภูมิฐาน และมีสติปัญญาฉลาดเฉียบแหลม เขาไม่ได้เก่งแค่เรื่องบุ๋นเท่านั้น แต่ยังเป็นคนที่สามารถพินิจพิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ทั้งสถานการณ์บ้านเมืองภายในราชสำนัก ไปจนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน บนพื้นฐานของประสบการณ์ตรงมากมายที่เขาได้ประสบพบเจอมาในระหว่างที่เขาไปเรียนอยู่ที่ต้าชิง ได้อย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง นอกจากนี้ ยังเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ด้วย ดังนั้นไม่ว่าเขาจะสู้กับใครก็ไม่เคยแพ้ และมีส่วนที่เหมือนกับพระเอกซีรี่ส์เรื่องอื่นๆด้วย นั่นคือตกหลุมรักนางเอกและอยากปกป้องเธอคนนั้น ถึงขนาดที่ว่าปิดกล้องไปแล้ว แต่ผมยังรู้สึกอยู่เลยว่าต้องปกป้องใครสักคน (หัวเราะ) กยอนอูเป็นผู้ชายที่หล่อมากๆ”
การแสดงซีรี่ส์ย้อนยุคเรื่องแรกเป็นยังไงบ้าง?
“สนุกดีครับ แต่ก็มีส่วนที่ยากลำบากอยู่ด้วยเหมือนกัน เพราะว่าการใช้คำแตกต่างกับคำที่ใช้ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ถึงจะไม่ใช่ซีรี่ส์ย้อนยุคทั่วๆไป แต่ก็ยังคงเป็นซีรี่ส์ย้อนยุคอยู่ดี ดังนั้นเวลาถ่ายทำ การพูดบทโดยใช้คำสมัยโบราณจึงเป็นเรื่องยาก นอกจากนี้ บทของผมก็ยังเป็นแกนหลักของซีรี่ส์อีกด้วย ในฉากที่ปรากฏตัวพร้อมกับองค์หญิงฮเยมยองเป็นฉากที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่พอเป็นฉากการเมืองก็จะมีเนื้อหาหนักและดูมืดมน การที่ผมจะต้องรักษาสมดุลระหว่างฉากสองประเภทนี้ (การปรับอารมณ์ให้ทันในแต่ละฉาก) จึงเป็นที่ยากลำบากที่สุด ถึงอย่างนั้น ก็เป็นซีรี่ส์ย้อนยุคที่มีความเป็นสมัยใหม่ สนุกสนาน และมีการเปลี่ยนชุดฮันบกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามในแต่ละฉาก”
ชุดฮันบกแต่ละชุดที่ใส่เข้าฉากดูคล้ายๆกันมาก
“ผมเองก็คิดว่าแต่ละชุดก็คล้ายๆกันตั้งแต่ก่อนถ่ายทำแล้วล่ะครับ (หัวเราะ) ตอนที่ใส่ก็คิดว่า “ดูยังไง ก็ดูคล้ายๆกันหมดนะ” (หัวเราะ)”
บทองค์หญิงฮเยมยองที่มีอายุเท่ากับกยอนอูทำให้องค์หญิงฮเยมยองปฏิบัติอย่างเป็นกันเองกับกยอนอูตั้งแต่เจอกันครั้งแรก

คุณใช้ความรู้สึกของตัวเองในขณะที่แสดงบทกยอนอูด้วยหรือไม่?
“ก่อนอื่นเลย คือการทำสมาธิก่อนเริ่มถ่ายทำกับคุณโอยอนซอ เวลาถ่ายทำ ก็จะมีทั้งนักแสดงที่แสดงตามบทในสคริปท์และนักแสดงที่แสดงตามประสบการณ์ชีวิตที่ตัวเองเคยพบเจอมา แต่การแสดงที่ออกมาก็มีทั้งส่วนที่คล้ายและแตกต่างกัน ดังนั้น พวกเราทั้งสองคนก็จะคุยกันว่าต้องแสดงยังไงให้พวกเราดูน่ารักและบรรยากาศดูสนุกสนานมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนต้นเรื่อง พวกเราสองคนช่วยกันออกแบบการแสดง เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่า “เป็นคู่พระเอก-นางเอกที่น่ารักดีนะ” เท่านั้นก่อนในช่วงต้นเรื่อง เพราะเป็นซีรี่ส์โรแมนติกคอมเมดี้ ดังนั้นพวกเราจึงคุยกันเยอะมาก เพื่อให้การแสดงของเรามีบรรยากาศที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ ในฉากบู๊ก็ทำเหมือนกัน ฉากที่เราสองคนถ่ายทำร่วมกันมีเยอะมาก ผมกับคุณโอยอนซอเลยเริ่มสนิทกัน ดังนั้นเวลาถ่ายทำ ก็เลยแสดงความสนิทสนมนั้นออกมาในการแสดงของพวกเราด้วย”
คุณกับคุณโอยอนซอเข้าขากันได้ดีใช่ไหม?
“ผมเพิ่งเคยได้แสดงร่วมกับนางเอกที่มีอายุเท่ากันครั้งนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้น เลยรู้สึกว่าพวกเราสามารถทำความคุ้นเคยและสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว เป็นความสนิทสนมที่เกิดจากการที่พวกเราอายุเท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น พอผมเริ่มร้องเพลงว่า “ในช่วงเช้า~” ด้วยความที่สนิทกัน คุณยอนซอก็จะร้องต่อทันทีว่า “พระอาทิตย์สาดแสงเปล่งประกาย~” (ท่อนนึงของเพลงเปิดเวอร์ชั่นภาษาเกาหลีของอนิเมชั่น เรื่อง “Honō no Tōkyūji: Dodge Danpei” ซึ่งมาจากการ์ตูนต้นฉบับของญี่ปุ่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเกมดอดจ์บอล) (หัวเราะ) เรื่องที่ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจกันมีเยอะมาก ดังนั้นตั้งแต่เริ่มถ่ายทำ พวกเราใช้เวลาเพียงไม่กี่วันก็คุ้นเคยกันจนคนรอบข้างต่างก็พูดว่า “เข้ากันได้ดีเลยนะ” เวลาที่ถ่ายทำแล้วสามารถแสดงเข้าขากันได้ทำให้ผมรู้สึกดีมากๆเลยครับ”
กรุณาเล่าเรื่องเกี่ยวกับคุณโอยอนซอให้เราฟังหน่อย
“ในช่วงต้นเรื่อง ผมต้องแบกคุณยอนซอบ่อยมาก เพราะองค์หญิงฮเยมยองดื่มเหล้าหนักมาก (หัวเราะ) ดังนั้น กยอนอูก็เลยต้องแบกองค์หญิงที่ดื่มจนเมามายถึงขนาดที่ทรงตัวไม่อยู่ ซึ่งคุณยอนซอกังวลเรื่องน้ำหนักตัวของตัวเองอยู่ตลอด แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับผมก็คือ พอใส่ชุดฮันบกแล้วต้องไปแบกคุณยอนซอ ทำให้ผมเดินลื่นได้ง่ายมาก ดังนั้น ในฉากที่ผมต้องแบกคุณยอนซอแล้วเดินต่อไปสักระยะนึงนั้น กลายเป็นว่าผมเดินเหมือนจะลื่นไถลอยู่ตลอดเวลา ผมเลยเผลอจับต้นขาคุณยอนซออย่างแรงโดยที่ผมไม่รู้สึกตัว แต่พอถ่ายทำเสร็จจนกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว ผมก็จะมารู้เอาทีหลังว่าคุณยอนซอเป็นแผลฟกช้ำหลังจากนั้น ผมต้องขอโทษคุณยอนซอด้วยนะครับ (หัวเราะ) นอกจากนี้ ก็มีฉากที่คุณยอนซอจะต้องตีผม และผมใช้แขนทั้งสองข้างป้องตัวเองเอาไว้ แต่พอกลับมาถึงบ้านถึงได้รู้ว่าบนแขนผมมีรอยฟกช้ำขนาดใหญ่เลยทีเดียว (หัวเราะ) ดังนั้นแล้ว ผมจึงคิดว่าน่าจะเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น “คู่รักคู่ร้าย” จะเหมาะกว่า (“ยัยตัวร้าย”) นะครับ เป็นความสนิทสนมที่เกิดจากการทำร้ายกันและกัน (หัวเราะ)”

 

ในสายตาคุณจูวอนคิดว่าผู้หญิงอย่างองค์หญิงฮเยมยองเป็นยังไงบ้างคะ?
“สำหรับผมคิดว่าเธอก็มีเสน่ห์ดีนะครับ (หัวเราะ) ก่อนการถ่ายทำก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวละครองค์หญิงฮเยมยองสักเท่าไหร่ แต่พูดถึงถ้าเป็นองค์หญิงก็น่าจะลำบากเอาการอยู่ แต่ถ้าเป็นองค์หญิงในยุคปัจจุบันก็น่าจะแตกต่างออกไป ยกตัวอย่างเช่น องค์หญิงในยุคสมัยนั้นไม่ได้รับพระราชทานอนุญาตจากพระราชาให้ออกนอกวังได้ตามอำเภอใจ มิหนำซ้ำ ยังไม่สามารถทำอะไรต่อมิอะไรตามความปรารถนาของตัวเองได้อีกด้วย ตอนถ่ายทำผมก็ยังคิดอยู่ว่า การเป็นองค์หญิงเนี่ยทั้งน่าอึดอัดและน่าสงสารเลยนะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แน่นอนว่าการเป็นองค์หญิงก็ต้องมีข้อดีอยู่ด้วยเหมือนกัน”
สิ่งที่เหมือนกันระหว่างคุณจูวอนและตัวละครกยอนอูคืออะไร?
“ผมเป็นนักแสดงประเภทที่ศึกษาบทและออกแบบการแสดงจากประสบการณ์ชีวิตหรืออารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง เพราะเป็นตัวละครกยอนอูที่ผมแสดง ดังนั้นจึงอาจจะมีส่วนที่เหมือนกับตัวตนที่แท้จริงของผมอยู่ด้วยมากเลยเหมือนกัน แต่จริงๆแล้ว ผมก็แสดงผ่านมุมมองของทั้งคนทั่วไปและมุมมองส่วนตัวของผมเองนั่นแหล่ะครับ”
สถานที่ถ่ายทำในต่างจังหวัดเป็นอย่างไรบ้าง?
“พวกเราถ่ายทำฉากที่มีสเกลใหญ่ที่เมืองนัมวอน (ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลี) เป็นสถานที่ถ่ายทำที่สวยงามมาก จนทำให้ผมตะลึงเลยว่าทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้ได้ยังไง ในระหว่างการถ่ายทำ ช่วงที่ผมต้องเดินทางไปถ่ายทำที่นั่น ผมมักจะได้ค้างประมาณ 1-2 วัน ดังนั้นถ้าพอมีเวลา ผมก็จะไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวหรือไม่ก็ไปทานอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อแถวๆนั้น”
ซีรี่ส์เรื่องนี้ คุณจูวอนมีโอกาสได้กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับโอจินซอก จากซีรี่ส์ Yong Pal (ออนแอร์เมื่อปี 2015 ทางช่อง SBS) เป็นครั้งที่ 2 การที่คุณถูกวางตัวเอาไว้เพื่อแสดงบทพระเอกในซีรี่ส์เรื่องนี้ คุณรู้สึกยังไงบ้าง?
“ใช่แล้วครับ เพราะผมกับผู้กำกับโอจินซอกเคยร่วมงานกันมาก่อนในซีรี่ส์เรื่องก่อนหน้านี้ ดังนั้นผมเลยรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นกับการร่วมงานกันอีกครั้ง จนถึงตอนนี้ ผมเองก็มีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้กำกับมากหน้าหลายตา แต่สำหรับผู้กำกับโอ เขาเป็นคนที่พึ่งพาได้ครับ เขาเป็นคนประเภทที่ไม่ว่าจะเจอปัญหาแบบไหน เขาก็มักจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อีกทั้งเขายังช่วยสร้างบรรยากาศสนุกสนานในสถานที่ถ่ายทำอีกด้วย รวมกับบุคลิกที่ดึงดูดคนในกองถ่ายของเขา จึงทำให้เขาเป็นผู้กำกับที่สามารถออกคำสั่งหรือให้คำแนะนำแก่กองคนในกองไปพร้อมกับการทำงานร่วมกับทุกๆคนได้เป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นคนที่สนุกสนานและเป็นกันเองมาก ผมเลยคิดว่าการหวนกลับมาร่วมงานกันอีกในครั้งนี้ก็คงจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน พอได้ชมภาพหลังจากที่ตัดต่อแล้ว ผมก็รู้สึกเบาใจกับผลงานที่ถ่ายทำออกมาครับ”
คนที่ทำหน้าที่สร้างสีสันในกองถ่ายคือใคร?
“นักแสดงร่วมหลายคนเป็นคนตลกและสนุกสนานครับ! คุณยอนซอเองก็เป็นคนที่สดใสมีชีวิตชีวาอยู่ตลอด แล้วก็ยังมีคนที่ทำหน้าที่สร้างสีสันในกองถ่ายอีกหลายคนเลยครับ เช่น คุณรยูดัม (รับบทขัณฑียองชิน ขัณฑีประจำพระองค์ขององค์หญิงฮเยมยอง) คุณอีชิอน (รับบทบัณฑิตบังเซโฮ เพื่อนสนิทของกยอนอู)ฯ อาจเรียกได้ว่าทุกคนต่างก็เป็นคนสร้างสีสันในกองถ่ายครับ แถมผู้กำกับโอเองก็เป็นคนร่าเริงมากด้วย ในระหว่างการถ่ายทำ ผมรู้สึกว่าตัวเองหัวเราะหนักมากอยู่ตลอดเวลาเลยครับ”


สำหรับนักแสดงจองอุงอินที่มารับบทเสนาซ้ายจองกีจุนนั้นเป็นนักแสดงรุ่นพี่ที่คุณจูวอนเคยร่วมงานด้วยในซีรี่ส์ Yong Pal ในซีรี่ส์เรื่องนี้ บทของคุณทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างไร?
“ในซีรี่ส์เรื่องนี้ ความสัมพันธ์ของตัวละครที่เราสองคนแสดงแย่กว่าตอน Yong Pal อีกครับ (หัวเราะ) ในซีรี่ส์ Yong Pal ช่วงต้นเรื่อง ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ผมกับรุ่นพี่แสดงอาจจะไม่ค่อยดีนักก็จริง แต่ก็ค่อยๆพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น แต่กับซีรี่ส์เรื่องนี้ พวกเราเป็นศัตรูกันตลอดเรื่องเลยครับ อย่างไรก็ตาม การได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในซีรี่ส์เรื่องนี้ ทำให้ผมรู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อยเลยครับ รุ่นพี่อุงอินเองก็ให้ความเมตตาและแสดงความเป็นห่วงผมในหลายๆเรื่องครับ อีกทั้งเวลาถ่ายทำ รุ่นพี่ยังเป็นนักแสดงที่มีความสามารถในการรวบรวมสมาธิกับการถ่ายทำได้เป็นอย่างดีจนน่าทึ่งอีกด้วย ดังนั้นผมเลยได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากรุ่นพี่ครับ”
ซีรี่ส์เรื่องนี้เป็นซีรี่ส์ที่ถ่ายทำเก็บไว้เพื่อรอออนแอร์ หลังจากที่ปิดกล้องแล้ว คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?
“หลังจากที่ปิดกล้องไปแล้วผมก็ตัวเบาขึ้นเลยครับ แต่ความจริงแล้ว การถ่ายทำซีรี่ส์เก็บไว้เพื่อรอออนแอร์ตามกำหนดแบบนี้ค่อนข้างจะหนักและทำให้เป็นกังวลอยู่สักหน่อยนะครับ การถ่ายทำแบบนี้แตกต่างกับการถ่ายไปออนไปตรงที่ว่า เราไม่สามารถเช็คฟีดแบคของซีรี่ส์ในระหว่างที่ออนแอร์เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงหรือเตรียมการแสดงในตอนต่อๆไปได้ อีกอย่างคือการที่ต้องถ่ายทำตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้ายโดยที่ไม่รู้ถึงฟีดแบคของผู้ชมเลยก็เป็นเรื่องที่ทำให้กังวลอยู่เหมือนกันครับ แต่ผมก็มีโอกาสได้ดูภาพหลังจากที่ตัดต่อแล้วในระหว่างการถ่ายทำนะครับ แต่ผู้กำกับก็มักจะพูดกับผมว่า “ไม่เป็นไรหรอก” “ก็แสดงออกมาได้ดีอย่างที่ผมคิดเอาไว้นะ” เลยทำให้ผมรู้สึกโล่งใจและสนุกไปกับการถ่ายทำ พอคิดว่าผลลัพธ์ออกมาดีแล้วก็ทำให้ผมมีความเชื่อมั่นที่จะถ่ายทำต่อไป”
คิดว่าการถ่ายทำเก็บไว้เพื่อรอออนแอร์น่าจะได้เปรียบเรื่องเวลา แต่ความจริงแล้วเป็นยังไง?
“ผมเป็นอีกหนึ่งคนที่คิดว่าการถ่ายทำเก็บไว้เพื่อรออนแอร์สมควรนำมาใช้ในวงการซีรี่ส์เกาหลีโดยเร็วที่สุด การถ่ายทำแบบนี้เป็นวิธีการถ่ายทำที่สร้างขึ้นมาเพื่อมวลมนุษยชาติเลยล่ะครับ (หัวเราะ) วิธีการถ่ายทำแบบถ่ายไปออนแอร์ไปทำให้ต้องอยู่กองโต้รุ่งทุกวันๆ ถึงแม้จะมีข้อดี แต่ทั้งสตาฟกองถ่ายและนักแสดงต่างก็เหน็ดเหนื่อยกันมาก ดังนั้น ผมจึงคิดว่าการที่วงการซีรี่ส์เกาหลีนำวิธีการถ่ายทำแบบถ่ายไปออนแอร์ไปมาใช้สร้างสรรค์ผลงานซีรี่ส์จำนวนมาก และวิธีดังกล่าวก็เริ่มเป็นที่แพร่หลายและได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วนั้นเป็นเรื่องที่ดีครับ การถ่ายทำเก็บไว้เพื่อรอออนแอร์ทำให้บรรดานักแสดงรู้สึกว่าตนเองสามารถถ่ายทำซีรี่ส์ท่ามกลางบรรยากาศที่ตนเองสามารถรวบรวมสมาธิเพื่อการแสดงได้มากกว่าการถ่ายไปออนแอร์ไปน่ะครับ ไม่ใช่ว่าในการถ่ายทำฉากสำคัญๆกลับไม่มีเวลาสำหรับถ่ายทำอย่างสมเหตุสมผลและเหมาะสม ด้วยวิธีการถ่ายทำแบบนี้ ฉากที่จำเป็นต้องมีในซีรี่ส์ก็มีเวลาพอที่จะออกแบบ สร้าง ถ่ายทำ หรือแม้แต่ถ่ายซ่อม บรรดานักแสดงกับสตาฟกองถ่ายต่างก็มีเวลาได้พูดคุยปรึกษาและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกองถ่ายไปด้วยกัน ผมคิดว่าถ้าสร้างบรรยากาศแบบนั้นให้เกิดขึ้นในกองถ่ายได้ก็จะทำให้สามารถสร้างซีรี่ส์ที่สมบูรณ์แบบแบบสุดๆได้ครับ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้การันตีนะครับว่าถ้าซีรี่ส์เรื่องนั้นๆออนแอร์แล้วจะไปได้สวยมากแค่ไหน”
คำถามสุดท้ายนะคะ อยากให้คุณจูวอนพูดอะไรสักหน่อยเกี่ยวกับซีรี่ส์เรื่องล่าสุด
“ซีรี่ส์เรื่องล่าสุดนี้เป็น..จะพูดยังไงดีล่ะ เป็นเหมือนกับของขวัญที่มอบให้แฟนๆ ก่อนที่ผมจะพักงานแสดงยาว เพราะว่าผมต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารที่กองทัพ จึงอยากจะทิ้งผลงานซีรี่ส์เอาไว้ให้เป็นของขวัญ ดังนั้นซีรี่ส์เรื่องล่าสุดนี้จึงให้ความรู้สึกแบบนั้นครับ”
∗ข้อมูลการออกอากาศ ซีรี่ส์เรื่อง “ยัยตัวร้าย (ชื่อเรื่องเดิมตามภาพยนตร์ต้นฉบับ)” อยู่ในระหว่างการออกอากาศ ทางช่อง KNTV เสาร์ – อาทิตย์ 20:45 – 22:00 น.
Thai Translation: Bewwy WiLa

Source: Japanese Magazine “もっと知りたい!韓國TVドラマ” Vol. 79 via Natty